พลังครูวิถีใหม่ชูปัญญา3ฐานสร้างนวัตกรรมการศึกษา
การเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เทคโนโลยี และล่าสุดกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อันนำมาสู่วิถีชีวิตแบบใหม่ ทำให้ทุกอาชีพต้องมีการปรับตัวรวมถึงอาชีพครูที่ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการในการสอนและการเรียนรู้ให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
ในโอกาสวันครูประจำปี 2564 สำนักเลขาธิการคุรุสภาจัดงานวันครูออนไลน์ภายใต้แนวคิด “พลังครูวิถีใหม่ ฉลาดรู้เท่าทันดิจิทัล” และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ “ทักษะการจัดการเรียนรู้เพื่อครูยุคดิจิทัล เรื่องศาสตร์พระราชา” ณ หอสมุดคุรุสภา โดย ดร. ดนัย จันทร์เจ้าฉาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และประธานมูลนิธิธรรมดี นายอดุลย์ ดาราธรรม นายกสมาคมนักเรียนเก่าเอเอฟเอส ประเทศไทย และ ดร.สุมณี ปิ่นเวหา วิทยากรจิตอาสานักเรียนเก่าเอเอฟเอส มาร่วมสนทนาเกี่ยวกับโครงการ “ตามรอยพระราชา” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดินและได้รับการถวายพระเกียรติจากองค์การสหประชาชาติ ด้วยรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (UNDP Human Development Lifetime Achievement Award)
โครงการตามรอยพระราชา เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิธรรมดี ได้ร่วมกันคัดสรรแหล่งเรียนรู้ 9 เส้นทาง 81 โครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากกว่า 4,800 โครงการทั่วประเทศ และคัดเลือกครูอาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศไปเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ พร้อมถอดบทเรียนสร้างนวัตกรรมด้านการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับผู้เรียนในโลกยุคใหม่ ที่ผ่านมาได้มีการจัดโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอดนวัตกรรมศาสตร์พระราชาไปแล้ว 11 รุ่น โดยมีคุณครูเข้าร่วมโครงการมากกว่า 300 คน จาก 180 สถาบันทั่วประเทศ ทั้งระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา มัธยมศึกษา และประถมศึกษา โดยการสนับสนุนจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
- หลักคิดสำคัญของโครงการ “หน้าที่ของครูคือการพัฒนาศิษย์หรือพัฒนานักเรียน ซึ่งการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย 3 ฐานที่สำคัญ คือ ฐานกาย ฐานจิต ฐานปัญญา แต่ในการเรียนการศึกษาส่วนใหญ่เน้นไปที่ฐานความคิดและฐานความจำ ซึ่งไม่เท่าทันกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องกลับมาพัฒนาฐานกาย ฐานจิต และฐานปัญญา ฐานกายคือการเรียนรู้จากการลงพื้นที่ไปมีประสบการณ์จริง เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่การอยู่ในห้องเรียน ไม่ใช่การท่องจำ ต้องเปิดพื้นที่การเรียนรู้ สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำมาตลอดคือการเสด็จพระราชดำเนินออกไปสัมผัสทุกพื้นที่ เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติความเป็นจริง ดิน น้ำ ลม ไฟ ภูมิศาสตร์ ภูมิสังคม และสังคมศาสตร์ เข้าใจบริบทของความเป็นจริงทั้งหมด ส่วนฐานจิตคือ การเข้าถึงอย่างลึกซึ้งถึงความรู้สึก จิตวิญญาณเป็นอย่างไร วัฒนธรรมขนบประเพณีเป็นอย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ฐานปัญญา คือ วิจารณญาณ การสามารถคิดวิเคราะห์ จนนำไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมได้
- เมื่อผ่านการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติแล้วก็ต้องมีการประมวลสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมถอดบทเรียน ซึ่ง อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ผู้พัฒนากิจกรรมและเครื่องกระบวนการเรียนรู้ของโครงการตามรอยพระราชาเล่าว่า ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบการจำลองเสมือนจริง (simulation) ที่ครูอาจารย์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น บอร์ดเกม Game of Our Nation ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้ครูและนักเรียนได้สนทนาเกี่ยวกับปัญหาบ้านเมือง ฝึกทักษะในการสื่อสารมุมมองที่หลากหลายแตกต่างกัน เชื่อมโยงไปสู่คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง รู้ รัก สามัคคี แล้วนำมาซึ่งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศ เชื่อมโยงไปสู่เครื่องมือการเรียนรู้ที่ทำให้เข้าใจกระบวนการศาสตร์พระราชา ว่านวัตกรรมของพระองค์ท่านมีหลักคิดอย่างไร หรือเกมที่เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของประเทศในการขับเคลื่อนจากปัจจุบันไปสู่อนาคต จะต้องมีคุณค่าหรือคุณธรรมที่ว่าด้วยหลักพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา จึงสื่อสารออกมาผ่านการจำลอง
- ส่วนการสอนเรื่องราวของพระองค์ท่านจากหนังสือพระราชประวัติภาษาอังกฤษที่ทางโครงการฯ แจกให้กับครูที่เข้าร่วมโครงการ เราได้สร้างเครื่องมือที่แปลงจากตัวหนังสือมาเป็นไทม์ไลน์ในกระดาษม้วนเดียว ครูสามารถที่ใช้เครื่องมือตัวนี้สื่อสารกับนักเรียน โดยให้นักเรียนเป็นคนแปลงเรื่องราวในหนังสือมาเป็นกระดาษ ใช้ QR Code เข้ามาเสริมในการให้ข้อมูลเพิ่มเติม และปัจจุบันนี้ก็มีแอปพลิเคชันช่วยแปลข้อความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยได้ทันทีในโทรศัพท์มือถือ เราอนุญาตให้นักเรียนเอามือถือเข้าไปในห้องเรียน เอามือถือมาส่องเพื่อแปลความหมายและฝึกอ่านออกเสียง เป็นตัวอย่างที่ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ที่สำคัญที่สุดคือนักเรียนช่วยกันทำได้ ในการเรียนประวัติศาสตร์นอกจากจะเรียนประวัติศาสตร์ของเราแล้ว ยังสามารถเติมประวัติศาสตร์ของเพื่อนบ้านลงไปด้วย เป็นอาเซียนไปจนถึงระดับโลกได้”
กระบวนการของโครงการตามรอยพระราชา กิจกรรมการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ในห้องเรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่
- 1.Preparation การกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจอยากเรียนรู้ เกิดความ Wow! เช่น นำโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชัน โปรแกรมการแข่งขัน มาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ แหวกกรอบการเรียนรู้แบบเดิมๆ
- 2. Presentation ให้ผู้เรียนเป็นคนทำกิจกรรม เรียนรู้และค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เป็นเจ้าของการเรียนรู้ เปลี่ยนหน้าห้องให้เป็นหลังห้อง เปลี่ยนหลังห้องให้เป็นหน้าห้อง ให้ผู้เรียนทำพรีเซนเทชันของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คุณครูเป็นคนป้อนข้อมูลอีกต่อไป
- 3. Practice ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญมากขึ้น ทบทวนความรู้ด้วยกิจกรรมถาม-ตอบ เป็นต้น
- 4. Project ให้ผู้เรียนทำโครงงานที่จะเป็นการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในห้องเรียนกับโลกภายนอก บทบาทของคุณครูสร้างแรงบันดาลใจให้เขาสามารถนำโครงงานนั้นไปต่อยอดนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเขา ทำให้รู้สึกว่าสิ่งนี้มีคุณค่าและมีความหมายกับเขาจริงๆ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการคิด ค้นคว้า หาข้อมูล เตรียมการและใช้ความรู้อย่างมากมาย
- 5. Feedback ครูต้องเป็นคนให้กำลังใจ ให้ความเห็น (Feedback) เพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำไปดีหรือไม่ดี จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร สามารถพัฒนาหรือต่อยอดตรงไหนได้อีก เป็นการสร้างคุณค่าของการเรียนรู้ของนักเรียนที่มากกว่าการเรียนเนื้อหา
“ในการเป็นวิทยากรจิตอาสา สิ่งหนึ่งที่พยายามทำคือให้กำลังใจกับคุณครู ให้คุณครูเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบอร์ดเกมหรือกระบวนการในการสอนแบบใหม่ คุณครูทุกท่านสามารถทำเองได้ที่โรงเรียน และตัวคุณครูเองสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนของคุณครูได้เช่นกัน ต่อไปนี้เมื่อนักเรียนเข้าห้องเรียนมาจะรู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยความสุข ความรัก ความเอาใจใส่ของครู เขาสัมผัสได้ในสิ่งที่คุณครูพยายามทำในการเป็นแรงบันดาลใจให้เขาพัฒนาตัวเองได้ เป็นพลังสำคัญที่จะช่วยให้เด็กรู้สึกว่าเขาจะต้องพัฒนาตัวเองและให้ความสำคัญกับการเรียนรู้”
เปิดพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safe Zone ให้กับเยาวชน ให้เขารู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะคิดไปทางไหน ครูก็ยังมีพื้นที่ปลอดภัยให้เขา ไม่วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ตัดสินถูกผิด รับฟังอย่างให้เกียรติ โดยการใช้ศิลปะสุนทรียสนทนา ในการทรงงานตลอด 70 ปีของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงรับฟังทุกเสียง โครงการในพระราชดำริแต่ละโครงการกว่าจะสัมฤทธิ์ผลต้องใช้เวลาและที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมของชุมชน ทำให้คนในพื้นที่มีจิตสำนึกรักในผืนแผ่นดินของเขา ไม่ได้ทรงฟังแค่เสียงส่วนมากเท่านั้น เสียงส่วนน้อยก็ทรงรับฟังจนกระทั่งเป็นเอกฉันท์ แล้วนอกจากนั้นเสียงที่ไม่ได้ยินก็ทรงรับฟังด้วย เพราะฉะนั้นครูต้องเห็นว่าเสียงของเด็กๆ มีค่าทุกเสียง ทุกคนต้องการได้รับการให้เกียรติ ไม่ถูกตีตรา ไม่ถูกวิพากษ์ตัดสิน ครูสมัยใหม่จะไม่มีการคาดโทษ ไม่มีการตัดคะแนนแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องฝึกครูด้วยเช่นกัน
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเน้นเรื่องของการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับหลักปัญญา 3 ฐาน และสามารถนำมาใช้ได้จริงในการพัฒนามนุษย์และพัฒนานักเรียนของเราครูควรเข้าใจและเข้าถึงจิตใจความรู้สึกของผู้เรียน สังเกตว่าเด็กนักเรียนทุกคนเป็นอย่างไร เด็กแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรที่เหมาะกับทุกคน จึงเป็นหน้าที่ของคุณครูที่ต้องเข้าถึงใจลูกศิษย์ จากนั้นเราถึงจะสามารถพัฒนาเด็กของเราแต่ละคนได้ โดยการพัฒนาให้เขามีปัญญาด้วยตัวของเขาเอง เป็นการเรียนรู้ 3 ขั้นตอน ได้แก่ Learning by Doing, Learning by Feelings และ Learning by Critical Thinking หากเราเดินตามรอยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการพัฒนาทุนมนุษย์ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถปลดล็อคศักยภาพของเยาวชนไทย และทำให้ประเทศไทยของเรามีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่
ที่มา ; เดลินิวส์
สรุปสาระสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี และสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ครูต้องปรับบทบาทสู่ “ครูวิถีใหม่” ที่เน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและสอดคล้องกับโลกดิจิทัล โครงการ “ตามรอยพระราชา” นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์พัฒนาครูและผู้เรียน โดยยึดหลักการพัฒนามนุษย์ 3 ฐาน ได้แก่ ฐานกาย (เรียนรู้จากประสบการณ์จริง) ฐานจิต (เข้าใจคุณค่า วัฒนธรรม และจิตใจ) และฐานปัญญา (คิดวิเคราะห์ สร้างนวัตกรรม) แทนการเน้นเพียงความจำ
กระบวนการเรียนรู้เน้นการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ผสานการใช้สื่อและนวัตกรรม เช่น บอร์ดเกม การจำลองสถานการณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม คิด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ Preparation (กระตุ้นความสนใจ), Presentation (ผู้เรียนค้นพบความรู้), Practice (ฝึกฝน), Project (สร้างโครงงานเชื่อมโลกจริง) และ Feedback (สะท้อนผลเพื่อพัฒนา)
ครูต้องสร้าง “Safe Zone” รับฟังความคิดเห็นอย่างไม่ตัดสิน เคารพความแตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน นำไปสู่การสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ คุณธรรม และสามารถปรับตัวในโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1 แนวคิด “ครูวิถีใหม่” เน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การถ่ายทอดเนื้อหาอย่างครบถ้วน
ข. การใช้เทคโนโลยีแทนครู
ค. การจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับผู้เรียนและโลกปัจจุบัน
ง. การสอบวัดผลเป็นหลัก
เฉลย: ค เพราะเน้นการปรับการสอนให้เหมาะกับบริบทและผู้เรียน
ข้อ 2 “ฐานกาย” ตามบทความหมายถึงข้อใด
ก. การท่องจำเนื้อหา
ข. การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
ค. การสอบวัดผล
ง. การใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข เพราะเน้นลงพื้นที่และเรียนรู้จากของจริง
ข้อ 3 ข้อใดสะท้อน “ฐานจิต” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. วิเคราะห์ข้อมูล
ข. สร้างนวัตกรรม
ค. เข้าใจวัฒนธรรมและความรู้สึก
ง. ทำข้อสอบ
เฉลย: ค เพราะเกี่ยวกับจิตใจและคุณค่า
ข้อ 4 ขั้นตอนใดของ 5P ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้
ก. Preparation
ข. Presentation
ค. Practice
ง. Feedback
เฉลย: ข เพราะผู้เรียนค้นพบและนำเสนอเอง
ข้อ 5 การใช้บอร์ดเกมในการเรียนรู้มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ความบันเทิง
ข. ลดเวลาเรียน
ค. ฝึกการสื่อสารและมุมมองที่หลากหลาย
ง. เพิ่มคะแนนสอบ
เฉลย: ค เพราะเน้นการแลกเปลี่ยนและคิดวิเคราะห์
ข้อ 6 ข้อใดสอดคล้องกับหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มากที่สุด
ก. สอนตามหนังสือทุกคนเหมือนกัน
ข. ลงโทษนักเรียนที่ผิด
ค. ศึกษาผู้เรียนรายบุคคลก่อนพัฒนา
ง. เน้นสอบแข่งขัน
เฉลย: ค เพราะต้องเข้าใจและเข้าถึงก่อนพัฒนา
ข้อ 7 Safe Zone ในห้องเรียนหมายถึงอะไร
ก. ห้องเรียนที่เงียบ
ข. พื้นที่ที่ไม่ต้องเรียน
ค. พื้นที่ที่เปิดรับความคิดเห็นโดยไม่ตัดสิน
ง. ห้องเรียนออนไลน์
เฉลย: ค เพราะเน้นความปลอดภัยทางความคิด
ข้อ 8 ขั้น Project มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. ทบทวนบทเรียน
ข. เชื่อมโยงความรู้สู่การปฏิบัติจริง
ค. วัดผลการเรียน
ง. สรุปเนื้อหา
เฉลย: ข เพราะเป็นการนำไปใช้จริงและสร้างนวัตกรรม
ข้อ 9 การเรียนรู้แบบ Learning by Feeling ส่งเสริมอะไร
ก. ความจำ
ข. ทักษะคำนวณ
ค. การเข้าใจอารมณ์และคุณค่า
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ค เพราะเน้นมิติทางจิตใจ
ข้อ 10 ครูควรปรับบทบาทอย่างไรในยุคดิจิทัล
ก. เป็นผู้บรรยายหลัก
ข. เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียน
ค. เป็นผู้อำนวยความสะดวกและสร้างแรงบันดาลใจ
ง. ลดการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ค เพราะครูต้องเป็นโค้ชและผู้อำนวยการเรียนรู้
ความเห็นของผู้ชม