
หากพบคนเยี่ยงนี้ จงเดินเข้าหา เพราะเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
@พูดตรง
ซื่อสัตย์ พูดความจริง บอกผู้อื่นถึงจุดยืนของตน ใช้ภาษาเข้าใจง่าย เล่าตามความเป็นจริง แสดงออกอย่างซื่อตรง ไม่ซักใยหรือปิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่พูดวกวน ไม่พูดทิ้งในให้เข้าใจผิด ๆ
@ให้เกียรติ
ใส่ใจผู้อื่นจากใจจริง แสดงออกถึงความห่วงใย เคารพศักดิ์ศรีของทุกคน ทุกบทบาท ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างให้เกียรติ โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์ให้ มีน้ำใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เสแสร้งว่าห่วงใย อย่าพยายาม “รีบๆ ทำ ซะให้เสร็จ” กับผู้อื่น
@สร้างความโปร่งใส
บอกความจริงที่ผู้อื่นพิสูจน์ได้ ประกาศเจตนารมณ์จริงใจ เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เปิดเผยไม่แอบแฝง ลดกำแพง โปร่งใสในเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้ (เนื่องจากกฎหมายหรือจรรยาบรรณกำหนด) ทำงานบนบรรทัดฐานที่ว่า “สิ่งที่ตนเห็นคือสิ่งที่ตนได้รับ” ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่ปกปิดข้อมูล
@แก้ไขข้อผิดพลาด
เมื่อทำผิดแก้ไขให้ถูกต้อง ขอโทษทันที ชดเชยในสิ่งที่ทำได้ ฝึกฝนนิสัย “ปรับปรุงอย่างเต็มใจ” ถ่อมตน ไม่ปกปิดความผิด ไม่ปล่อยให้ทิฐิกลายเป็นอุปสรรคในการทำสิ่งที่ถูกต้อง
@แสดงความซื่อตรง
ยกย่องชื่นชมผู้อื่น พูดถึงผู้อื่นเสมือนผู้นั้นอยู่ในวงสนทนา เป็นตัวแทนผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่อธิบายด้วยตนเอง ไม่”นินทา” ตรวจสอบเจตนาของตนเมื่อต้องพูดถึงผู้อื่น ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น
@สร้างผลงาน
สร้างประวัติผลงานที่ดี ทำสิ่งที่ถูกต้อง ลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบให้สำเร็จภายในเวลาและงบประมาณที่กำหนด ไม่ให้คำมั่นสัญญาเกินกว่าผลงานที่ส่งมอบได้ ไม่แก้ตัวเมื่อทำงานไม่สำเร็จ
@พัฒนาให้ดีขึ้น
ปรับปรุงต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพ ใฝ่เรียนรู้ พัฒนาระบบการรับข้อเสนอแนะ(ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ) แก้ไขตามที่ได้รับข้อเสนอแนะ ขอบคุณผู้ที่ให้ข้อเสนอแนะ ไม่ทำราวกับข้อเสนอแนะไม่มีความหมาย ไม่คิดเอาเองว่ามีความรู้และทักษะเพียงพอจัดการความท้าทายในอนาคตได้
@เผชิญความจริง
หยิบยกปัญหามาพูดอย่างตรงไปตรงมาแม้เป็นปัญหาที่ “พูดยาก” รับรู้ถึงปัญหาที่ไม่มีคนปริปากพูด จัดการปัญหาหนัก ๆ อย่างตรงไปตรงมา เผชิญปัญหาเล็ก ๆ ก่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่ นำการสนทนาอย่างกล้าหาญ เผชิญปัญหาไม่ใช่ตัวบุคคล ไม่หลีกเลี่ยงปัญหา ไม่หลบหน้าแต่กล้าเผชิญความจริง
@อธิบายความคาดหวังชัดเจน
บอกความคาดหวัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตรวจสอบความคาดหวัง ถ้าจำเป็นและเป็นไปได้ให้เจรจาอีกครั้ง ไม่ละเมิดความคาดหวัง ไม่คิดเองว่าความคาดหวังชัดเจนและสื่อสารเข้าใจตรงกันแล้ว
@รับผิดชอบต่อผลลัพธ์
ตัวเองรับผิดชอบต่อผลลัพธ์เป็นอันดับแรกแล้วจึงให้ผู้อื่นรับผิดชอบต่อผลลัพธ์เป็นลำดับถัดไป รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ไม่ว่าดีหรือไม่ กำหนดชัดเจนว่าจะสื่อสารอย่างไร ตนจะทำอะไรและผู้อื่นทำอะไร ไม่เลี่ยงหรือปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่กล่าวโทษผู้อื่นเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
@ฟังก่อน
ฟังก่อนพูด ทำความเข้าใจ วินิจฉัย ฟังด้วยหูตาและหัวใจ ค้นหาว่าพฤติกรรมใดสำคัญที่สุดสำหรับผู้ร่วมงานกับตน อย่าคิดเองว่าตนรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับผู้อื่น อย่าคิดว่าตนมีคำตอบหรือคำถามทุกเรื่อง
@รักษาคำมั่นสัญญา
บอกสิ่งที่ทำแล้วทำตามที่พูด ระวังก่อนให้คำมั่นสัญญารวมถึงคำสัญญาเป็นนัย ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสัจจะ ยึดให้มั่นว่าการรักษาสัญญาแทนสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของตน ไม่ทำลายความเชื่อมั่น ไม่พยายาม “พูดให้ตนดูดี” เมื่อผิดสัญญา
@มอบความไว้วางใจ
แสดงถึงความเต็มใจที่จะมอบความไว้วางใจ ไว้ใจเต็มที่กับผู้ที่ตนเชื่อใจ ไว้ใจในระดับพอเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเชื่อใจ เรียนรู้ “การมอบความไว้วางใจอย่างฉลาด” บนพื้นฐานของสถานการณ์ ความเสี่ยง และความน่าเชื่อถือของผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าล้มเลิกความไว้วางใจเพราะมีความเสี่ยง
แต่หากพบพฤติกรรมต่อไปนี้เป็นคุณลักษณะผู้นำที่เสแสร้ง
@ฉันเป็นผู้มอบความไว้วางใจให้คุณนะ ;
- มอบ “ความไว้วางใจผิดๆ” ให้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ แต่ไม่ให้อำนาจหรือทรัพยากร
- มอบ “ความไว้วางใจจอมปลอม” โดยทำราวกับเชื่อใจ แต่กลับจุกจิกจู้จี้ สอดแนม
@ฉันเป็นคนรักษาคำมั่นสัญญานะ ;
- สัญญาเกินกว่าที่จะทำได้สำเร็จ ไม่จริงจังกับคำมั่นสัญญา
- ให้สัญญาคลุมเครือระบุได้ไม่ชัดเจน เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบ กลัวผิดสัญญา จึงไม่ยอมให้คำมั่นสัญญาใด ๆ
@ฉันรับฟังเสมอ ;
- ฟังโดยปราศจากความเข้าใจ
- ฟังเพียงเพื่อรอจังหวะตอบโต้ เน้นเฉพาะจุดมุ่งหมายของตนเอง แสร้งฟัง
@ฉันเป็นคนรับผิดชอบต่อผลที่เกิดเสมอ;
- กล่าวโทษ ชี้นิ้วตำหนิคนโน้นที คนนี้ทีว่า “เป็นความผิดของเขา”
- ไม่ใช้บทลงโทษ เมื่อทำไม่สำเร็จตามความคาดหวัง
@ฉันเป็นคนอธิบายเป้าหมายคาดหวังได้ชัดเจน ;
-คาดเดา ไม่ระบุรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง (ผลลัพธ์ วันกำหนดเสร็จ ทรัพยากร) ที่ช่วยให้ความรับผิดชอบ
ต่อผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
-ทำงานโดยอิงจากสถานการณ์ขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามประสบการณ์จริง การตีความ หรือความจำ
- ลงมือก่อนกำหนดเป้าหมายที่มาจากข้อเท็จจริง
@ฉันเป็นคนเผชิญความจริงเสมอ ;
- แสร้างเผชิญความจริง ทั้งที่จริงเลี่ยงที่จะพูดถึง
- สนใจแต่ปัญหาหยุมหยิม หลีกเลี่ยงเผชิญปัญญาหาที่แท้จริง
@ฉันพัฒนาตนเองเสมอ ;
- ปรับปรุง “ตามกระแสนิยม”แต่ไม่ทำให้ยั่งยืน
- เรียนอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่นำไปปฏิบัติให้เกิดผล
- สักแต่พูดเรื่องปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ไม่เคยลงมือทำ
- พยายามทำเฉพาะเรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้ว
@ฉันเป็นนักสร้างผลงาน;
- สร้างกิจกรรมแทนที่จะสร้างผลลัพธ์
- ทำตัวยุ่งหรือ “ทำงานหยุมหยิม”
- ไม่มีผลงานจริงจัง ทำไม่ได้ตามที่รับปาก
@ฉันมีความซื่อตรงเสมอ ;
- ตีสองหน้า ยกย่องชื่นชมผู้อื่นเฉพาะต่อหน้า เมื่ออยู่ลับหลังกลับสบประมาทผลงานของเขา
- ยกความดีเข้าตัว “พูดจาสุภาพอ่อนหวาน” เมื่ออยู่ต่อหน้า “นินทา” เมื่ออยูลับหลัง
@ฉันเป็นคนแก้ไขข้อบกพร่องเสมอ;
-“ปกปิดข้อผิดพลาด” กลบเกลื่อน หาทางซ่อนความผิดแทนที่จะแก้ไข
- ไม่ยอมรับผิดจวบจนสภานการณ์บังคับ
- ถ่อมตนจากสภาวกรณ์ไม่ใช่จิตสำนึก
@ฉันเป็นคนโปร่งใสเสมอ;
- มีวาระซ่อนเร้น มีนัยแอบแฝง หรือมีวัตถุประสงค์ลับๆ
- สร้างภาพ หรือทำให้สิ่งที่ปรากฏต่างไปจากความจริง
- เสแสร้ง “ดูราวกับว่า” มากกว่า “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ”
- บิดเบือนข้อมูล
@ฉันให้เกียรติคนเสมอ ;
- แสร้งให้เกียรติหรือใส่ใจ
- แสดงออกอย่างให้เกรียรติหรือห่วงใยเฉพาะบางคนที่ให้ผลประโยชน์ ไม่ใช่กับทุกคน(ที่ไม่มีผลประโยชน์ให้)
@ฉันเป็นคนพูดตรงเสมอ;
- พูดวกวน วางท่า ตลบตะแลง ชักใย ปกปิดข้อมูล
- พูดอ้อมค้อม พูดซ้ำซาก ประจบ “พูดแบบใช้ชั้นเชิง”
- พูดความจริง แต่มีเจตนาให้ตีความผิดๆ
ดัดแปลงจาก ; SPEED OF TRUST, Building Trusted Leader for THAILAND 4.0