สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M128_สพฐ.ออกแนวปฏิบัติให้ ร.ร.เตรียมการก่อนเปิดเทอม

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ดำเนินการเปิดภาคเรียนที่ 2 วันที่ 1 พฤศจิกายน ในรูปแบบ On Site ให้ได้มากที่สุด ซึ่ง สพฐ.กำหนดว่าในวันที่ 1 พฤศจิกายน จะให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนปกติ ส่วนโรงเรียนจะเปิดเรียนในรูปแบบ On Site ได้มากน้อยแค่ไหนนั้น สพฐ.ได้ออกแนวปฏิบัติการเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน โดยให้โรงเรียนดูองค์ประกอบ 6 ประการ ดังนั้น

1.ประเมินตนเองในระบบ Thai Dtop Covid Plus (TSC+) ผ่านระดับสีเขียว จึงสามารถยื่นขออนุญาตเปิดเรียนแบบ On Site

2.ครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับวัคซีนมากกว่า 85%

3.นักเรียนและผู้ปกครองต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด

4.สถานศึกษานำผลการประเมินตนเองเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เปิดเรียน

5.เมื่อคณะกรรมโรคติดต่อจังหวัดอนุมัติให้เปิดเรียน สถานศึกษาต้องปฏิบัติตาม 6 มาตราหลัก 6 มาตรการเสริม 7 มาตรการเข้มงวด ดังนี้ 

สถานศึกษาต้องปฏิบัติตาม 6 มาตราหลัก คือ

·      เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร

·      สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน

·      ล้างมือบ่อยๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์

·      ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

·      ลดการแออัด ลดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ไม่ให้เข้าพื้นที่เสี่ยง  

·      ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม

 

นอกจากนี้ ต้องปฏิบัติ 6 มาตรการเสริม คือ

·      Self-care ดูแลเอาใจใส่ ปฏิบัติ มีวินัย รับผิดชอบตนเอง และปฏิบัติตามมาตรอย่างเคร่งครัด

·      Spoon ใช้ช้อนส่วนตัว เมื่อกินอาหาร

·      Eating กินอาหารปรุงสุก

·      Track ลงทะเบียบเข้า-ออกโรงเรียน

·      Check สำรวจตรวจสอบบุคคล นักเรียน และกลุ่มเสี่ยง ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงให้เข้าสู่กระบวนการคัดกรอง

·      Quarantine กักตัวเอง 14 วัน เมื่อเข้าสัมผัสหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด

 

ปฏิบัติตาม 7 มาตรการเข้มงวด คือ

·      ประเมินความพร้อมเปิดเรียนผ่าน TSC+ และรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน MOECOVID

·      จัดกิจกรรมรูปแบบ Small Bubble

·      จัดระบบให้บริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ

·      ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ การระบายกาศกาศภายในอาคาร การทำความสะอาด เป็นต้น

·      จัด School Isolation มีแผนเผชิญเหตุและมีการซักซ้อม

·      ควบคุมดูแลการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน

·      School Pass สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษา อย่างเคร่งครัด และ 

6.สถานศึกษารายงานผลการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น 

สรุปคือ สพฐ.จะไม่ยึดจังหวัดเป็นฐาน แต่ใช้พื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชน อำเภอเป็นฐานในการพิจารณาเปิดเรียน On Site ดังนั้น ใน 1 จังหวัด ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพร้อมกันในทุกโรงเรียน โรงเรียนไหนพร้อมก่อน มีมาตรการควบคุมโรคที่ดี ก็สามารถเปิดเรียนก่อนได้ และโรงเรียนอื่นสามารถทยอยเปิดตามหลัง เชื่อว่าหากเรามีต้นแบบ มีมาตรการที่เพียงพอ ก็สามารถเปิดเรียน On Site ได้ครบทุกโรงเรียน” 

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า แม้จะเปิดเรียน On Site แล้วก็ตาม คำถามที่ตามมาคือ จะสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดเรียนอย่างไร เพราะโรงเรียนในสังกัด สพฐ.มีหลายขนาดทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนแตกต่างกัน

·      สพฐ.ได้กำหนดมาตรการเบื้องต้นในการเปิดเรียน On Site คือ นักเรียนไม่เกิน 25 คน/ห้องเรียน

·      ถ้าห้องเรียนหนึ่งมีจำนวนนักเรียนเกิน 25 คน โรงเรียนอาจจะให้นักเรียนสลับวันคู่ วันคี่ มาเรียนได้

นอกจากนี้ ตนมอบหมายให้โรงเรียนสำรวจความพร้อมของผู้ปกครอง และนักเรียน ว่ามีความพร้อมที่จะเข้ามาเรียน On Site หรือไม่ เพื่อให้โรงเรียนวางแผนจัดการเรียนการสอนตามความต้องการของนักเรียนได้ ดังนั้น แม้โรงเรียนเปิดเรียน On Site แต่ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ต้องการมาเรียนในโรงเรียน เพราะยังกังวลเรื่องของโควิด-19 อยู่ โรงเรียนก็สามารถจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่นให้กับนักเรียนได้ เช่น เรียนออนไลน์ เรียนออนแฮนด์ เป็นต้น 

วันนี้โรงเรียนส่วนใหญ่มีความพร้อมที่จะเปิดเรียน On Site ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ส่วนจะเปิดเรียนได้หรือไม่นั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาว่าโรงเรียนควรจะเปิด On Site วันใด จากที่ผมได้รับรายงานมา มีบางจังหวัดที่คณะกรรมการโรคติดต่ออนุมัติให้เปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน และมีบางจังหวัดที่คณะกรรมการโรคติดต่อ พิจารณาให้โรงเรียนเปิดวันที่เรียน On Site วันที่ 15 พฤศจิกายน ซึ่งในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะแถลงความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ซึ่งจะมีรายละเอียดมาตรการต่างๆ และจำนวนโรงเรียนที่มีความพร้อมเปิด On Site ในวันที่ 1 พฤศจิกายน” นายอัมพรกล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดแนวทางเปิดภาคเรียนที่ 2 โดยเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ On Site ให้มากที่สุด ภายใต้ความปลอดภัยจากโควิด-19 โรงเรียนต้องประเมินความพร้อมผ่านระบบ TSC+ ระดับสีเขียว ครูและบุคลากรต้องได้รับวัคซีนไม่น้อยกว่า 85% และส่งเสริมให้นักเรียน–ผู้ปกครองได้รับวัคซีนให้มากที่สุด จากนั้นเสนอผลต่อคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่ออนุมัติ

เมื่อได้รับอนุญาต โรงเรียนต้องดำเนินมาตรการ 6 ด้านหลัก (เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรอง ลดแออัด ทำความสะอาด) ควบคู่ 6 มาตรการเสริม และ 7 มาตรการเข้มงวด เช่น Small Bubble, School Isolation และ School Pass พร้อมรายงานผลตามลำดับชั้น

การเปิดเรียนไม่ยึดจังหวัดเป็นฐาน แต่พิจารณาตามความพร้อมระดับพื้นที่ โรงเรียนที่พร้อมสามารถเปิดก่อนได้ และอาจจำกัดนักเรียนไม่เกิน 25 คนต่อห้อง หรือใช้วิธีสลับวันเรียน นอกจากนี้ โรงเรียนต้องสำรวจความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน หากยังไม่พร้อม สามารถจัดการเรียนรูปแบบอื่น เช่น ออนไลน์หรือออนแฮนด์ได้

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อใดเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเปิดเรียน On Site
ก. นักเรียนทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบ
ข. โรงเรียนผ่าน TSC+ ระดับสีเขียว
ค. ครูต้องทำงานที่บ้าน
ง. ผู้ปกครองอนุมัติเท่านั้น

ข้อ 2 หากครูฉีดวัคซีนไม่ถึง 85% ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เปิดเรียนทันที
ข. ลดจำนวนนักเรียน
ค. เร่งฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์
ง. ปิดโรงเรียนถาวร

ข้อ 3 การพิจารณาเปิดเรียนใช้หลักใด
ก. ระดับประเทศ
ข. ระดับจังหวัด
ค. ระดับโรงเรียนอย่างเดียว
ง. ระดับพื้นที่ (ชุมชน/อำเภอ)

ข้อ 4 ข้อใดเป็นมาตรการหลัก
ก. School Pass
ข. Small Bubble
ค. สวมหน้ากาก
ง. Quarantine

ข้อ 5 หากห้องเรียนมีนักเรียน 40 คน ควรจัดการอย่างไร
ก. เรียนรวมกัน
ข. สลับวันเรียน
ค. ยกเลิกการเรียน
ง. ให้เรียนเฉพาะออนไลน์

ข้อ 6 หน่วยงานใดอนุมัติเปิดเรียนขั้นสุดท้าย
ก. โรงเรียน
ข. สพฐ.
ค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
ง. ผู้ปกครอง

ข้อ 7 “Small Bubble” มีเป้าหมายใด
ก. เพิ่มกิจกรรม
ข. ลดค่าใช้จ่าย
ค. จำกัดการสัมผัสกลุ่มใหญ่
ง. เพิ่มจำนวนนักเรียน

ข้อ 8 หากผู้ปกครองไม่พร้อมให้บุตรหลานมาเรียน โรงเรียนควรทำอย่างไร
ก. บังคับมาเรียน
ข. ตัดสิทธิ์
ค. จัดรูปแบบการเรียนอื่น
ง. พักการเรียน

ข้อ 9 ข้อใดคือบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา
ก. รอคำสั่งอย่างเดียว
ข. วางแผนตามความพร้อม
ค. ปิดโรงเรียนทั้งหมด
ง. ไม่ต้องรายงาน

ข้อ 10 ปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นคือข้อใด
ก. จำนวนห้องเรียน
ข. มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด
ค. จำนวนครู
ง. งบประมาณ

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม