
#ปิดโรงเรียนเพราะเนื่องจากฝุ่น PM2.5
เริ่มจากตั้งแต่ต้นปี ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควัน PM2.5 ที่ค่าเกินมาตรฐานลุกลามจากปี 2562 สร้างผลกระทบครอบคลุมในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ สุดท้ายหลายโรงเรียนมีประกาศปิดการเรียนชั่วคราวทำให้การสอนต้องหยุดชะงัก โรงเรียนต้องจัดสรรตารางเวลาเรียนกันใหม่เพื่อชดเชยที่หยุดไป แต่ตรงนี้เกิดเฉพาะพื้นที่ไม่คลุมทั่วประเทศ
#ฝ่าวิกฤตการศึกษาไทยยุคโควิด
เปิดฉากการศึกษาในรอบปี 2563 ถือเป็นปีที่การศึกษาต้องเจอกับสถานการณ์วิกฤตของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 จนส่งผลให้โรงเรียนต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากเดิมที่ต้องเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 16 พฤษภาคม ของทุกปี ขยับการเปิดภาคเรียนออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฏาคม ซึ่งการนับชั่วโมงเรียนและการจัดการเรียนการสอนจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอาชีวศึกษา
เป็นความท้าทายของโรงเรียนว่าจะดำเนินการอย่างไรให้มีการเรียนการสอนครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงถือเป็นการเริ่มต้นจัดการศึกษาวิถีแบบใหม่ “New Normal”
#ผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของไทย
วิกฤติไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ทำให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกเริ่มปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบของออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการต่อยอดการศึกษาในอนาคต พฤติกรรมของครูไทยเราเองก็เปลี่ยนไป โรงเรียนหลายแห่งพร้อมใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นของนวัตกรรมเพื่อการศึกษาในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งหากมองในแง่ดีวิกฤติครั้งนี้อาจเป็นเหมือนเคมีเร่งปฏิกิริยาให้โรงเรียนและครูไทยก้าวเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบใหม่ แม้ยังขาดทักษะและความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือการได้เริ่มก้าวไปสู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อผลลัพธ์สำคัญสุดท้ายคือเด็กไทย ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของชาตินั่นเอง
เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน การเกิดแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์จึงมากขึ้น โดยกระทรวงศึกษาธิการนำเสนอแพลตฟอร์มด้านการศึกษาใหม่ภายใต้ชื่อ DEEP (DigitalEducation Excellence Platform) ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมของระบบการศึกษา สร้างความยืดหยุ่นในการเรียนการสอน เกิดมิติการสร้างห้องเรียนแบบใหม่ Flipped Classroom หรือ ห้องเรียนกลับด้านที่ถูกนำมาเป็นโมเดลสำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และค้นคว้าข้อมูลได้ด้วยตนเอง
2564 ปีการศึกษาใหม่ ทางภาครัฐเองก็มีแนวนโยบายปฏิรูปการศึกษาไทยด้วยแผนเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลักที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นให้เด็กไทยรู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ และมุ่งสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองแทนที่การท่องจำเนื้อหาเพื่อใช้ในการสอบ และเปลี่ยนจุดเน้นจากที่เคยเป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหา (Content-based) ซึ่งมุ่งไปที่มาตรฐานและตัวชี้วัดจำนวนมาก ไปเป็นหลักสูตรที่เป็นฐานสมรรถนะ (Competency-based) คือ มุ่งไปยังพฤติกรรมที่ผู้เรียนโดยตรง ยึดที่ความสามารถที่ผู้เรียนพึงปฏิบัติได้เป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเด็กๆของเราจะสามารถมีทักษะ องค์ความรู้ที่พร้อมต่อยอดไปสู่การเป็นนวัตกรได้ต่อไปในอนาคต
จากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ทำให้เข้าใจแล้วว่า การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้ อาจไม่เพียงพอกับการดำเนินชีวิตในโลกยุคใหม่อีกต่อไป โลกที่เชื่อมถึงกันและกันแบบทุกวันนี้ คนที่จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องเข้าใจและหาทางข้ามเส้นขีดจำกัดของตนเองให้เจอ พร้อมที่จะต่อยอด และประยุกต์ใช้จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ตลอดชีวิต
ที่มา ; เดลินิวส์ แนวหน้า 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563
บทความสะท้อนผลกระทบของวิกฤตฝุ่น PM2.5 และโควิด-19 ต่อการศึกษาไทย ทำให้โรงเรียนต้องปิดชั่วคราวและปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะช่วงโควิดที่เลื่อนเปิดภาคเรียนและเปลี่ยนสู่ “New Normal” เน้นการเรียนทางไกลผ่านโทรทัศน์และออนไลน์ ภายใต้นโยบาย “โรงเรียนหยุดได้แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” ส่งผลให้ครูต้องปรับวิธีสอนและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ภาครัฐสนับสนุนแพลตฟอร์ม DEEP เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเท่าเทียม รวมถึงแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน
นอกจากนี้ มีการปฏิรูปการศึกษาโดยมุ่งสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ เน้นการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้ แทนการท่องจำ พร้อมเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับบริบทพื้นที่ เช่น นโยบายยกระดับรายได้จังหวัดผ่านการศึกษา และการสร้างโรงเรียนแม่เหล็ก ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู ปรับมาตรฐานวิชาชีพ และสร้างแรงจูงใจ
โดยรวม วิกฤตครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้ระบบการศึกษาไทยปรับตัวสู่ดิจิทัล ลดข้อจำกัดการเรียนรู้ และมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อสามารถปรับตัวและดำรงชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อ 1 นโยบาย “โรงเรียนหยุดได้แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การลดภาระงานครู
ข. ความต่อเนื่องของการเรียนรู้
ค. การประเมินผลแบบใหม่
ง. การเพิ่มเวลาเรียน
เฉลย: ข เพราะเน้นให้การเรียนรู้ดำเนินต่อแม้โรงเรียนปิด
ข้อ 2 การใช้แพลตฟอร์ม DEEP มีจุดเด่นสำคัญคืออะไร
ก. จำกัดเนื้อหาเฉพาะรัฐ
ข. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. เปิดโอกาสการเรียนรู้ยืดหยุ่นและหลากหลาย
ง. ลดบทบาทครู
เฉลย: ค เพราะเปิดให้หลายภาคส่วนพัฒนาเนื้อหาและเข้าถึงได้
ข้อ 3 แนวคิด Flipped Classroom เหมาะกับสถานการณ์ใดที่สุด
ก. ห้องเรียนขนาดใหญ่
ข. การเรียนแบบท่องจำ
ค. การเรียนรู้ด้วยตนเองก่อนเข้าเรียน
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ค เพราะผู้เรียนศึกษาล่วงหน้าแล้วมาทำกิจกรรมในชั้นเรียน
ข้อ 4 หากโรงเรียนต้องปิดจาก PM2.5 ผู้บริหารควรดำเนินการใดก่อน
ก. ลดหลักสูตร
ข. ปิดภาคเรียนทันที
ค. จัดแผนการเรียนทดแทน
ง. ยกเลิกการสอบ
เฉลย: ค เพราะต้องรักษาความต่อเนื่องของการเรียน
ข้อ 5 หลักสูตรฐานสมรรถนะเน้นอะไร
ก. เนื้อหาวิชา
ข. คะแนนสอบ
ค. ความสามารถในการปฏิบัติ
ง. ระยะเวลาเรียน
เฉลย: ค เพราะเน้นพฤติกรรมและทักษะที่ผู้เรียนทำได้จริง
ข้อ 6 นโยบาย “ยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษา” สะท้อนแนวคิดใด
ก. การรวมศูนย์
ข. การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่
ค. การลดงบประมาณ
ง. การเพิ่มจำนวนครู
เฉลย: ข เพราะออกแบบการศึกษาตามบริบทพื้นที่
ข้อ 7 ปัจจัยสำคัญที่สุดในการยกระดับคุณภาพการศึกษาคืออะไร
ก. อาคารสถานที่
ข. เทคโนโลยี
ค. คุณภาพครู
ง. หลักสูตร
เฉลย: ค เพราะครูเป็นผู้ขับเคลื่อนการเรียนรู้โดยตรง
ข้อ 8 ปัญหาหลักของการเรียนออนไลน์ที่ต้องแก้ไขคืออะไร
ก. จำนวนวิชา
ข. ประสิทธิภาพการเรียนรู้
ค. เวลาเรียน
ง. จำนวนครู
เฉลย: ข เพราะต้องทำให้การเรียนออนไลน์มีคุณภาพเทียบเท่าปกติ
ข้อ 9 หากครูยังขาดทักษะดิจิทัล ควรแก้ปัญหาอย่างไร
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ
ค. เปลี่ยนหลักสูตร
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ข เพราะต้องพัฒนาศักยภาพครูให้สอดคล้องบริบทใหม่
ข้อ 10 วิกฤตโควิด-19 ส่งผลเชิงบวกต่อการศึกษาไทยในด้านใด
ก. ลดจำนวนผู้เรียน
ข. เพิ่มความเหลื่อมล้ำ
ค. เร่งการใช้เทคโนโลยี
ง. ลดบทบาทผู้บริหาร
เฉลย: ค เพราะเป็นตัวเร่งให้เกิดการปรับตัวสู่ดิจิทัล