สมาชิกเข้าสู่ระบบ

พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563

คลิกดาวน์โหลด พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 >>>

เกี่ยวข้องกัน

7 องค์ประกอบที่ ก.ม.รองรับในการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มีทติ้ง คืออะไร? 

การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คือ การประชุมที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องมีการประชุมที่ได้กระทำผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ร่วมประชุมมิได้อยู่ในสถานที่เดียวกันและสามารถประชุมปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็นระหว่างกันได้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

ผู้เข้าร่วมประชุม คือ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ อนุกรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด และรวมถึงผู้ซึ่งต้องชี้แจงแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมการ 

การบังคับใช้และผลทางกฎหมาย

ใช้สำหรับการประชุมที่ต้องการผลตามกฎหมาย หรือกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการประชุม เช่น การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น หรือการประชุมของคณะกรรมการต่างๆ ใช้ได้ทั้งการประชุมของภาครัฐ และภาคเอกชน

 

ไม่ใช้บังคับกับ

-การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา

-การประชุมเพื่อจัดทำคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

-การประชุมเพื่อดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ

-การประชุมอื่นหรือในเรื่องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

 ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) ถือหน่วยงานสำคัญในการกำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและ ความปลอดภัย ในทุกการทำธุรกรรมออนไลน์ รองรับการขยายตัวของ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล 

จึงได้จัดทำ “มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563” ภายใต้ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563  

ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางการใช้งานการประชุมออนไลน์ ที่ปลอดภัยและกฎหมายรองรับ โดยต้องมี 7 องค์ประกอบสำคัญ ตามกฎหมาย คือ   

1. ก่อนร่วมประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม จะต้อง แสดงตัวตน 

2. การประชุมต้องสื่อสารกันได้ด้วยเสียง หรือทั้งเสียงและภาพ มีช่องสัญญาณเพียงพอและมีช่องทางสำรอง หากเกิดเหตุขัดข้อง

3. ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเข้าถึงเอกสารประกอบการประชุมได้ ทั้งแบบกระดาษ หรืออิเล็กทรอนิกส์

4. การประชุมจะต้องรองรับการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวขยายรองรับการ ใช้งานกรณีเป็น การใช้ระบบ e-voting ด้วย โดยหากเป็นการลงคะแนนทั่วไป เปิดเผยได้ ต้องสามารถระบุตัวตนและเจตนา ของผู้ออกเสียงลงคะแนน แต่หากเป็นการออกเสียงลงคะแนนแบบลับ ไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ลงคะแนนก็ได้ แต่ต้องระบุจำนวนของผู้ลงคะแนนและผลรวมของคะแนน

5. มีการบันทึกจัดเก็บข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการประชุม เว้นแต่ประชุมลับที่จะต้องไม่มีการบันทึก ระหว่างการประชุมในวาระลับนั้นๆ 

6. มีการเก็บข้อมูลจราจรอิเล็กอิเล็กทรอนิกส์หรือประวัติการใช้งานระบบ e-Meeting อย่างน้อยต้องระบุตัวตนผู้ใช้งาน วันและเวลาของการประชุม 

7.มีช่องทางรองรับการแจ้งเหตุขัดข้อง ระหว่างการประชุม เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาระหว่างการประชุมให้กับผู้เข้าร่วมประชุม

 

ทั้งนี้ การประชุมออนไลน์ หรือ อี-มีทติ้ง ได้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายหลังเกิดการระบาดของโควิด-19 และได้เป็นช่องทาง สำคัญของที่หลายองค์กรธุรกิจ เลือกใช้ในดำเนินธุรกิจเพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกมากขึ้น ซึ่งการจัดประชุม และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างกันทางออนไลน์ จำเป็นต้องเลือกใช้ระบบการประชุมออนไลน์ ที่มีความปลอดภัย และเป็นระบบที่สอดคล้อง เป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนดด้วย

 

ที่มา ; เดลินิวส์ 12 มิถุนายน 2566

 

ความเห็นของผู้ชม