

“บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์.”
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ เป็นปีที่ ๑๓๒ ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ สำหรับลงพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ ๑๓๒ ปี ความว่า
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระอนุศาสน์สั่งสอนไว้ว่า “อนตฺถํ ปริวชฺเชติ อตฺถํ คณฺหาติ ปณฺฑิโต.” แปลความว่า “บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์.” ดังนี้ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานในฐานะครู อาจารย์ ผู้บริหาร และผู้จัดการศึกษาของชาติ จำเป็นต้องรู้จักฝึกฝนอบรมตนให้ถึงพร้อมด้วยปัญญาสอดส่องหลักแหลม ในอันที่จะรู้จำแนกแยกแยะสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ เพื่อให้เป็นบัณฑิต ผู้สามารถปฏิบัติบริหารภารกิจด้านการศึกษา ซึ่งเป็นเหตุโดยตรงต่อความรุ่งเรืองของชาติได้อย่างฉลาดรอบคอบ ไม่เผลอนำสิ่งไร้สาระ ไม่เป็นประโยชน์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามนุษย์ เข้ามาเพิ่มพะรุงพะรังในการศึกษาของชาติ หากแต่ต้องเป็นผู้รู้รอบรู้ชัดที่จะจัดแจงแก้ไขปัญหาและอุปสรรค พร้อมสร้างเสริมสิ่งดีมีสาระมาสู่กระบวนการจัดการศึกษาของชาติ ยังให้การศึกษาเป็นกระบวนการแห่งความสุข เป็นสิ่งสวยงามสำหรับชีวิตผู้เรียน อันจักเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนปรารถนาที่จะศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งจนตลอดชีวิต
กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่สร้างสรรค์สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานถึง ๑๓๒ ปี เป็นที่น่าอนุโมทนา ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงพึงอบรมตนให้เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาอย่างบัณฑิต เพื่อให้บังเกิดสัมฤทธิผลต่ออนาคตของสังคมส่วนรวมได้อย่างยั่งยืน สมตามนัยแห่งพระพุทธานุศาสนี
ขออำนวยพรให้กระทรวงศึกษาธิการ เจริญวัฒนาสถาพร สามารถสรรค์สร้างคุณูปการให้แก่สังคมไทย สืบไปตลอดกาลนาน.
(สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
๘ มกราคม ๒๕๖๗ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ที่มา ; ศธ.360 องศา
พระคติธรรมของสมเด็จพระสังฆราชเน้นหลักพุทธสุภาษิต “บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์” เพื่อชี้แนะแนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะบทบาทของครู อาจารย์ ผู้บริหาร และผู้จัดการศึกษาของชาติ ให้ยึดหลักปัญญาในการพิจารณาแยกแยะสิ่งที่มีคุณค่าออกจากสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาควรฝึกตนให้มีสติปัญญา รอบคอบ และมองการณ์ไกล เพื่อไม่นำสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์หรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษาเข้ามาในระบบ
การจัดการศึกษาควรมุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหมาย เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความสุขในการเรียนรู้ เกิดแรงบันดาลใจในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต นอกจากนี้ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมกันพัฒนาการศึกษาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลดีต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว
ในโอกาสครบรอบ ๑๓๒ ปีของกระทรวงศึกษาธิการ ได้สะท้อนบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง จึงควรยึดหลักบัณฑิตในการปฏิบัติงาน ใช้ปัญญาและความรอบคอบในการขับเคลื่อนระบบการศึกษา เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับสังคมไทย
สาระสำคัญที่สุดของพระคติธรรมนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มปริมาณวิชาการในหลักสูตร
ข. การคัดเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา
ค. การเน้นการสอบแข่งขันเป็นหลัก
ง. การใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการ “เว้นสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์”
ผู้บริหารการศึกษาควรมีคุณลักษณะสำคัญตามบทความคือข้อใด
ก. ความกล้าตัดสินใจโดยไม่ต้องวิเคราะห์
ข. การยึดระเบียบอย่างเคร่งครัด
ค. ปัญญาในการแยกแยะประโยชน์และโทษ
ง. การเพิ่มภาระงานให้ครู
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น “ปัญญาในการจำแนกสิ่งที่เป็นประโยชน์”
ข้อใดสอดคล้องกับการจัดการศึกษาที่ดีตามบทความ
ก. เน้นการแข่งขันสูงสุด
ข. ลดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ค. ทำให้ผู้เรียนเกิดความสุขในการเรียนรู้
ง. เน้นท่องจำเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: การศึกษาควรเป็น “ความสุขและแรงบันดาลใจ”
แนวคิด “บัณฑิต” ในบทความหมายถึงข้อใด
ก. ผู้มีความรู้เฉพาะทางสูง
ข. ผู้มีปริญญาสูงสุด
ค. ผู้เลือกใช้สิ่งที่เป็นประโยชน์
ง. ผู้มีประสบการณ์มาก
เฉลย: ค
เหตุผล: บัณฑิตคือผู้รู้จักเลือกสิ่งที่มีประโยชน์
สิ่งใดควรหลีกเลี่ยงในการจัดการศึกษาตามบทความ
ก. การพัฒนาผู้เรียน
ข. สิ่งไร้สาระหรือเป็นอุปสรรค
ค. การส่งเสริมการเรียนรู้
ง. การสร้างแรงบันดาลใจ
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องเว้นสิ่งไม่เป็นประโยชน์
บทบาทของครูตามพระคติธรรมคือข้อใด
ก. ถ่ายทอดความรู้ตามตำราอย่างเดียว
ข. ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด
ค. ใช้ปัญญาในการพัฒนาผู้เรียน
ง. เน้นการสอบเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องใช้ปัญญาพัฒนาผู้เรียน
เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. การสอบแข่งขันระดับชาติ
ข. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ค. การพัฒนามนุษย์และสังคมอย่างยั่งยืน
ง. การเพิ่มจำนวนผู้เรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งพัฒนาคนและสังคมยั่งยืน
เหตุผลที่ต้องคัดเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการศึกษา เพราะอะไร
ก. เพื่อความทันสมัย
ข. เพื่อความสะดวกในการสอน
ค. เพื่อไม่ให้การศึกษาพะรุงพะรัง
ง. เพื่อเพิ่มคะแนนสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ป้องกันสิ่งไม่จำเป็นในระบบการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการในบทความถูกยกย่องในด้านใด
ก. การแข่งขันระดับโลก
ข. การสร้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
ค. การผลิตนักเรียนเก่งที่สุด
ง. การขยายโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ทำหน้าที่สร้างสังคมต่อเนื่องยาวนาน
ข้อใดเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้บริหาร
ก. เพิ่มงานโดยไม่วิเคราะห์
ข. ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวล้วน
ค. ใช้สติปัญญาและความรอบคอบในการตัดสินใจ
ง. ทำตามกระแสสังคม
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องใช้ปัญญาและความรอบคอบในการบริหาร