
จากกรณีที่ โซเชียลแห่แชร์คลิปที่ผู้อำนวยการโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ในอ.เทพา จ.สงขลา งัดปืนออกมาโชว์นักเรียนหน้าธง ระหว่างที่ให้โอวาทในกิจกรรม “ครูพบปะนักเรียน” เนื่องจากเกิดความเครียด ในหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ กรณีที่มีข่าวลือว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าว มีข่าวลือว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้นม. 3 นั้น
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบเกิดจากความเครียดส่วนตัวและความขัดแย้งภายในโรงเรียน ดังนั้นจึงสั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูสภาพจิตใจของผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าสามารถทำงานต่อได้หรือไม่ หากมีอาการป่วยก็ต้องดำเนินการรักษา
“ผมทราบดีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เหมาะสมอย่างมาก แต่ต้องให้ทางเขตพื้นที่ฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเกิดจากอะไร หากผิดวินัยก็ต้องดำเนินการ รวมถึงให้ตรวจสอบกรณีที่มีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเด็กม.3 ด้วย โดยขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า มีความผิดหรือไม่ หรือผิดวินัยขั้นใด ต้องรอข้อมูลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ทั้งนี้ตนขอกำชับให้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียนทุกคน ระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้นอีก ”
ขณะเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และสั่งการให้ย้ายผู้อำนวยการคนดังกล่าวออกจากโรงเรียนไปช่วยราชการก่อน และให้แต่งตั้งรองผู้อำนวยการโรงเรียนรักษาการแทน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อนักเรียนและครู ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สงขลา เขต 16 ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว เพื่อสอบสวนดูว่าสาเหตุที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเกิดความคลุ้มคลั่งจนชักปืนออกมาโชว์ต่อหน้านักเรียนนั้นมาจากสาเหตุใด หรือมีปัญหาทางสุขภาพ ซึ่งจะต้องตรวจสอบไปถึงสภาพความพร้อมทางจิตใจด้วยว่ามีความเครียดอะไรหรือไม่ ทั้งนี้ตนกำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างถูกต้อง และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564
ข่าวเดียวกัน
สพม.สงขลา จ่อย้ายผอ.เทพา พ้นโรงเรียน หลังชักปืนโชว์น.ร.
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา อำเภอเทพา ก่อเหตุ ชักอาวุธปืนขึ้นภายในโรงเรียน ในระหว่างที่มีการพูดคุยกับนักเรียนในช่วงหลังการเคารพธงชาติเสร็จ
สร้างความแตกตื่นให้กับครูและนักเรียนอย่างมาก จนต้องแจ้งตำรวจ สภ.เทพาเข้าระงับเหตุและเชิญตัวผู้อำนวยการไปสงบสติอารมณ์ โดยทางครูได้นำนักเรียนเข้าประจำห้องเรียนพร้อมประสานให้ผู้ปกครอง มารับเด็กกลับบ้านไปก่อน เนื่องจากได้ประกาศงดการเรียนการสอนในวันนี้หลังจากเกิดเหตุ
ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่นั้น ทราบว่าขณะเกิดเหตุนั้น เป็นช่วงที่ครูและผู้อำนวยการอยู่ระหว่างการอบรม ให้คำแนะนำนักเรียนหลังเคารพธงชาติ เป็นปกติของทุกวัน ระหว่างนั้น ผู้อำนวยการได้ชักอาวุธปืนที่พกอยู่ ออกมา ซึ่งครูที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ช่วยกันระงับเหตุ ในขณะที่นักเรียนก็แตกตื่น พร้อมติดต่อผู้ปกครอง ให้ทราบเรื่อง ซึ่งต่อมาทางโรงเรียนได้ประกาศงดการเรียนการสอน จากนั้นมีผู้ปกครองได้ทยอยเดินทางมารับตัวเด็กกลับบ้านไป โดยมีกำลังตำรวจ สภ.เทพา เข้าร่วมระงับเหตุและดูแลความเรียบร้อย
โดยมีรายงานว่าชนวนเหตุที่ทำให้ผู้อำนวยการชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่นั้น น่าจะมาจากความเครียดส่วนตัว เนื่องจากเมื่อวานนี้ ได้มีผู้ปกครองนำเรื่องเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เทพา กรณีมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งหลังจากครูและผู้ปกครองทราบเรื่อง ในวงกว้างมากขึ้น ทำให้ผู้อำนวยการเกิดความเครียด ก่อเหตุชักปืนขึ้นมาดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้อำนวยการคนดังกล่าวนั้น ชักอาวุธปืนออกมา มีเจตนาเหมือนจะทำร้ายตัวเองมากกว่า ที่จะกระทำการกับผู้อื่น แต่การชักอาวุธปืนออกมาทำให้เกิดปัญหาความแตกตื่น ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)สงขลา 16 อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะต้องย้ายผู้อำนวยการรายนี้ออกจากสถานศึกษาแห่งนี้เป็นการชั่วคราวหรือไม่
พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพ็ชรหนองชุม ผกก.สภ.เทพา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุในช่วงเช้าที่ผ่านมา จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมระงับเหตุการณ์ โดยเมื่อเย็นวานนี้ได้มีผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยม รายหนึ่งเข้าแจ้งความ กรณีผู้อำนวยการมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักเรียนรายดังกล่าว ซึ่งยังเป็นเด็ก ซึ่งในทางการสอบสวนนั้นยังถือเป็นการกล่าวหา
พนักงานสอบสวน ต้องให้ความเป็นธรรม ทั้ง 2 ฝ่าย โดยได้ทำการส่งเด็กไปให้แพทย์ตรวจว่ามีร่องรอยกระทำชำเราอย่างไรหรือไม่ รวมถึง ต้องรอการสอบปากคำจากทีมสหวิชาชีพตามกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนหลังจากนี้หากทางโรงเรียนมีความกังวลใจ ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยในวันต่อไป
ทั้งนี้โรงเรียนเทพานั้นเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอเทพา มีเด็กนักเรียนหลายร้อยคน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564
ข่าวต่อเนื่อง
ผลสอบ ผอ.ชักปืนโชว์สัมพันธ์ชู้สาว น.ร. ม.3 มีมูล เร่งเอาผิดทางวินัย
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณี จากกรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา อ.เทพา จ.สงขลา เครียด ชักปืนโชว์หน้าเสาธงต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน เนื่องจากมีข่าวลือว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้น ม.3 โดยผู้ปกครองนักเรียนเข้าแจ้งความแล้ว ว่า ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 16 สงขลา ได้ตั้งคณะกรรมการสือข้อเท็จจริงแล้ว และได้ข้อสรุปว่าคดีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนมีสัมพันธ์ชู้สาวกับนักเรียนชั้น ม.3 นั้น มีมูล จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป
และเมื่อตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว ตนได้กำชับกับ ไปว่าถ้ากรณีนี้สร้างมีผลเสียหายต่อทางราชการ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสร้างความเสียหายให้กับวงการครู ก็สั่งให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าวออกจากราชการไปก่อน
“ส่วนกรณีที่ผู้อำนวยการคนดังกล่าวได้ยื่นลาออกเองนั้น ก็ให้อยู่ในดุลพินิจของ กศจ. ว่าจะอนุญาตหรือไม่ ทั้งนี้ แม้จะลาออกแล้วกระบวนสอบสวนทางวินัยยังต้องดำเนินต่อ และหากผลการสอบวินัยออกมา และพบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนกระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564
ข่าวต่อเนื่อง
ความคืบหน้ากรณี นายสายัณร์ ชาลีผล อายุ 60 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา อ.เทพา จ.สงขลา โชว์อาวุธปืนออกมาหน้าเสาธง จากความเครียดปัญหาส่วนตัวที่มีความสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง ม.3 หลังจากแม่เด็กได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เทพา แล้วนั้น
นายศังกร รักชูชื่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 16 เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่ามีมูลกระทำความผิดร้ายแรง ได้ส่งเรื่องไปยังศึกษาธิการจังหวัดเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้น ศธจ.ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และการที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพาได้ยื่นใบลาออกไม่มีผล เพราะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
จากนี้ ศธจ.สงขลา จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกรอบ เพื่อรับฟังข้อมูลจาก ผอ.โรงเรียนเทพา และผู้เสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หากพบว่ามีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงจริง ก็จะมีความผิดสูงสุดถึงขั้นไล่ออกและให้ออก โดยโทษไล่ออกเป็นโทษทางวินัยสูงสุด ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ ส่วนโทษให้ออกยังคงได้รับบำเหน็จบำนาญ
การสอบสวนทางวินัยเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวง ศธ. ที่มีการตั้งศูนย์ป้องกันการละเมิดนักเรียน ซึ่งเป็นมาตรการปราบปรามคือเริ่มจากให้ย้ายมาประจำที่เขต ตั้งกรรมการสอบสวน แล้วส่งผลสอบให้ ศธ.จ.สงขลาพิจารณาข้อเท็จจริง
ส่วนความคืบหน้าทางคดีอาญา ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ผอ.โรงเรียนเทพา เพิ่มเติมเป็น 4 ข้อหา คือ กระทำชำเราเด็ก พรากผู้เยาว์ พกพาอาวุธปืน และทำอนาจาร และทีมสหวิชาชีพได้สอบปากคำเด็กเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงออกหมายเรียก ผอ.โรงเรียนเทพา มารับทราบข้อกล่าวหา หรือเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเอง
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564