สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M273_ระบบแนะแนวโรงเรียนต้องมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นางเกษศิรินทร์ สุวรรณสุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบการแนะแนว สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เข้าร่วมงานกิจกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการศึกษาในคณะ/สาขาต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการศึกษาต่อ และเตรียมเข้าสู่อาชีพในอนาคต 

โดยเยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมทั้งให้กำลังใจคณะครู ผู้บริหาร และนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมภายในงานณ หอประชุมโรงเรียนสตรีวิทยา เขตพระนคร กรุงเทพฯเรื่อง การแนะแนวและการเติมเต็มคุณภาพผู้เรียน เพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ลดความเครียดและสุขภาพจิตผู้เรียน โดยกล่าวถึงการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเรียนออนไลน์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเด็กนักเรียนในระดับปฐมวัยให้เน้นที่พัฒนาการสมวัย ทางด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม เด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษาให้เน้นที่การอ่านออก เขียนได้ และระดับมัธยมศึกษาให้เน้นที่กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมถึงลักษณะของงานแนะแนวทั้ง 5 บริการ ได้แก่ บริการศึกษานักเรียนรายบุคคลบริการสนเทศให้ความรู้ การศึกษา การเลือกอาชีพ การปรับตัว บริการให้คำปรึกษาซึ่งนับว่าเป็นหัวใจของการแนะแนว บริการจัดวางตัวบุคคลให้การดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม และบริการติดตามผล ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนักเรียนปกติ นักเรียนการศึกษาพิเศษ และนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ รวมถึงการลดปัญหาภาวะความเครียดของนักเรียน ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง ผ่านระบบ School Health HERO ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ในด้านข้อมูลนักเรียน ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีผู้ใหญ่ให้ความสนใจในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น เกิดความใฝ่รู้ และเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อ และแนวทางในการเลือกประกอบอาชีพในอนาคต ผ่านทางนิทรรศการและการบรรยายจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่างๆ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ได้แสดงออกผ่านการพูดคุยสอบถามอย่างอิสระ เป็นไปตามธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนสตรีวิทยา พร้อมเครือข่าย แสวงหาผู้เชียวชาญเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นอย่างดี 

สิ่งที่ต้องชื่นชมก็คือผู้บริหารและครู ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนแต่ละคนได้เรียนรู้ตามความฝัน ความสนใจ โดยแสวงหาโอกาส ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เลือกศึกษาต่อและประกอบอาชีพในอนาคตอย่างหลากหลาย ตามศักยภาพ ความชอบและความถนัดของตนเอง อีกทั้งการเติมเต็มคุณภาพนักเรียนด้วยเครือข่ายทั้งศิษย์เก่าและผู้ปกครอง ซึ่งมีความพร้อมในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อการพัฒนาทุกๆ ด้านของโรงเรียนอย่างดียิ่ง สิ่งที่ขอฝากก็คือ เนื่องจากนักเรียนทุกคนมีความแตกต่างหลากหลาย และต่างก็มีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ ดังนั้นการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลจึงจะสามารถส่งเสริมและพัฒนานักเรียนได้เต็มตามศักยภาพ และสิ่งที่สำคัญคือ สามารถกำหนดเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเห็นคุณค่าของประวัติอันยาวนานและเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเกียรติยศของโรงเรียน ปลูกฝังให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเห็นคุณค่าจากอดีต เข้าใจปัจจุบัน นำมาปลูกฝังบ่มเพาะคุณลักษณะนักเรียนได้เป็นอย่างดี” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์ 23 มิถุนายน 2565

สรุปสาระสำคัญ

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพ ณ โรงเรียนสตรีวิทยา เพื่อส่งเสริมการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต โดยเน้นการแนะแนวและการเติมเต็มคุณภาพผู้เรียนเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) จากการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 แนวทางการฟื้นฟูแตกต่างตามช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัยเน้นพัฒนาการสมวัย ประถมศึกษาเน้นอ่านออกเขียนได้ และมัธยมศึกษาเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

การแนะแนวครอบคลุมบริการ 5 ด้าน ได้แก่ การศึกษานักเรียนรายบุคคล การให้สารสนเทศ การให้คำปรึกษา การจัดวางตัวบุคคล และการติดตามผล ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่ม พร้อมบูรณาการดูแลสุขภาพกาย–ใจผ่านระบบ School Health HERO ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ช่วยสร้างแรงจูงใจ เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นหาความสนใจและศักยภาพของตนเอง ผู้บริหารและครูควรรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อพัฒนาได้เต็มศักยภาพ ควบคู่การปลูกฝังความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และประวัติโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมแนะแนวในบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการสอบมาตรฐาน
ข. เตรียมความพร้อมนักเรียนสู่การศึกษาต่อและอาชีพ
ค. ประเมินครูและผู้บริหาร
ง. แก้ปัญหางบประมาณโรงเรียน

ข้อ 2 แนวทางฟื้นฟู Learning Loss สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เหมาะสมที่สุดคือ
ก. เน้นท่องจำเนื้อหา
ข. เพิ่มชั่วโมงเรียนออนไลน์
ค. จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
ง. ลดกิจกรรมเสริมทั้งหมด

ข้อ 3 บริการใดถือเป็น “หัวใจของการแนะแนว” ตามบทความ
ก. บริการสนเทศ
ข. บริการจัดวางตัวบุคคล
ค. บริการติดตามผล
ง. บริการให้คำปรึกษา

ข้อ 4 ระบบ School Health HERO มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. ประเมินผลการเรียนรายวิชา
ข. บูรณาการข้อมูลสุขภาพกายและจิตของนักเรียน
ค. จัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุข
ง. ติดตามผลสอบระดับชาติ

ข้อ 5 หากผู้บริหารต้องการพัฒนานักเรียนได้เต็มศักยภาพตามแนวคิดบทความ ควรดำเนินการใดเป็นลำดับแรก
ก. ใช้หลักสูตรเดียวกันทุกคน
ข. มุ่งแข่งขันผลการสอบ
ค. รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
ง. เพิ่มกิจกรรมบังคับหลังเลิกเรียน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น