สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M490_“เสมา1” เตรียมผนึกท้องถิ่นนำร่องโรงเรียนคุณภาพ

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมร่วมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อเดินหน้าตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งร่วมหารือกับว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการกพฐ. และได้มอบหมายให้ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการกพฐ.รับผิดชอบโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามนโยบาย 1 อำเอ 1 โรงเรีนคุณภาพ ในการดำเนินการดังกล่าวโดยจะทำความร่วมมือกับท้องถิ่น และจะเริ่มคิกออฟความร่วมมือดังกล่าวที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เพื่อนำร่องพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยการดำเนินการครั้งนี้ตนอยากให้เป็นต้นแบบให้แก่จังหวัดอื่นๆนำไปดำเนินการได้ โดยความร่วมมือจะดำเนินการทั้งองค์กรหลักศธ.ไม่ว่าจะเป็นสพฐ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานปลัดศธ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อสร้างความเสมอภาคทางด้านการศึกษา 

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับความร่วมมือดังกล่าวโรงเรียนสังกัด สพฐ. จัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย 1 โรงเรียนในแต่ละอำเภอหรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และงบประมาณ ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ปัจจุบัน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน วิทยาลัยสังกัดสอศ.จัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำทุกระดับที่เป็นภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ทั้งในระบบนอกระบบและตามอัธยาศัย ทั่วทั้งจังหวัดนนทบุรี เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนาคนให้ตรงกับความต้องการ พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำสำหรับกลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษามัธยมศึกษา สถานศึกษาในสังกัดสกร.สนับสนุนเรื่องส่งเสริมการอ่าน ขณะที่สถานศึกษาสังกัดสช. จัดให้มีการพัฒนาสถานศึกษามาตรฐานคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้อบจ.จะช่วยจัดสรรงบประมาณและจัดสรรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษ หรือมีงบประมาณสนับสนุนจ้างครู อัตราจ้าง เพิ่มเติมในวิชาเอกที่ขาดแคลน 

รมว.ศึกษาธิการ เตรียมผนึกท้องถิ่นนำร่องโรงเรียนคุณภาพ สร้างความเสมอภาคทางด้านการศึกษา 

ที่มา ; เดลินิวส์ 15 มกราคม 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมร่วมผู้บริหาร สพฐ. เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” โดยมอบหมายให้ ดร.ภูธร จันทะหงษ์ รับผิดชอบหลัก และดำเนินงานร่วมกับท้องถิ่น เริ่มนำร่องที่จังหวัดนนทบุรีผ่านความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนให้เป็นต้นแบบของจังหวัดอื่น ความร่วมมือครอบคลุมทุกองค์กรหลักของ ศธ. ได้แก่ สพฐ., สอศ., สช., สกร. และสำนักงานปลัดกระทรวง โดย สพฐ. พัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อยหนึ่งโรงต่ออำเภอ พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ขณะที่ สอศ. จัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำเชื่อมโยงตั้งแต่ประถม–มัธยม ส่วน สกร. สนับสนุนการอ่าน และ สช. พัฒนามาตรฐานโรงเรียนเอกชน อบจ. สนับสนุนงบประมาณและการจัดสรรครูหรืออัตราจ้างในวิชาขาดแคลน เป้าหมายหลักคือสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพผู้เรียนทั่วจังหวัดนนทบุรี ก่อนขยายผลระดับประเทศ 

ข้อสอบ 

1. หากเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี สิ่งใดคือความเสี่ยงเชิงระบบที่ต้องจัดการก่อนเริ่มนำร่องโรงเรียนคุณภาพต้นแบบ 

ก. การจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
ข. ความไม่สอดคล้องของการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน
ค. การขาดเครื่องแบบนักเรียนสำหรับกิจกรรมพิเศษ
ง. การไม่พร้อมของอาคารสถานที่ทุกโรงเรียน

2. เป้าหมายสำคัญของ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” คือความเสมอภาคทางการศึกษา ผู้บริหารควรใช้แนวทางใดให้เกิดผลจริง

ก. เลือกโรงเรียนที่คะแนนสอบสูงเพื่อเป็นต้นแบบ
ข. จัดสรรทรัพยากรตามบริบทและความจำเป็นของแต่ละพื้นที่
ค. นำงบประมาณส่วนใหญ่ไปพัฒนาโรงเรียนขนาดใหญ่
ง. เน้นกิจกรรมเชิงภาพลักษณ์ให้ชุมชนยอมรับ

3. การที่ สอศ. เชื่อมโยงการศึกษาเพื่อการมีงานทำตั้งแต่ประถม–มัธยม สะท้อนหลักคิดใดมากที่สุด

ก. การสร้างแรงจูงใจงานอาชีพตั้งแต่วัยเด็ก
ข. การบูรณาการห่วงโซ่การพัฒนาทุนมนุษย์แบบต่อเนื่อง
ค. การลดจำนวนผู้เรียนในสายสามัญ
ง. การลดการย้ายสถานศึกษาในระดับมัธยม

4. หากโรงเรียนเอกชน (สช.) ในจังหวัดนนทบุรีต้องการมีบทบาทสูงสุดในโครงการนี้ ควรดำเนินการใดให้สอดคล้องที่สุดกับภารกิจตามบทความ

ก. เพิ่มกิจกรรมเฉลิมฉลองสร้างภาพลักษณ์
ข. เข้าร่วมแข่งขันทักษะระดับจังหวัด
ค. พัฒนาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกัน
ง. ลดค่าเล่าเรียนเพื่อดึงนักเรียนเพิ่ม

5. การที่ อบจ. ช่วยจัดสรรครูหรืออัตราจ้างในวิชาขาดแคลน สะท้อนหลักการบริหารใดในทางปฏิบัติ 

ก. การเพิ่มบทบาทท้องถิ่นในการบริหารการศึกษา
ข. การกระจายอำนาจทางการศึกษาไปยังโรงเรียนทั้งหมด
ค. การลดภาระงานสอนของครูประจำการ
ง. การเพิ่มจำนวนวิชาที่เปิดสอน

6. แนวคิดสำคัญของนโยบายนี้ต้องการแก้ “ปัญหาใด” ในการเรียนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองมากที่สุด
ก. ครูไม่สามารถจัดกิจกรรมตามตัวชี้วัดได้ครบ
ข. การเรียนแบบท่องจำ ขาดความยืดหยุ่นและไม่เชื่อมโยงชีวิตจริง
ค. ผู้บริหารไม่ติดตามผลการจัดการเรียนรู้
ง. ขาดสื่อดิจิทัลในโรงเรียน

7. หากโรงเรียนต้องพัฒนากระบวนการวัดประเมินตามนโยบายนี้มากที่สุด ควรเลือกแนวทางใด

ก. เพิ่มแบบทดสอบปรนัยให้ครอบคลุมตัวชี้วัด
ข. ใช้การสอบกลางประจำภาคเรียน
ค. เน้นการประเมินจากกระบวนการคิด การปฏิบัติ และแฟ้มสะสมงาน
ง. ลดจำนวนกิจกรรมสะท้อนคิด

8. การบูรณาการสื่อ “นิทานท้องถิ่นและแผนที่ชุมชน” มีวัตถุประสงค์หลักใด 

ก. เพื่อตอบโจทย์ตัวชี้วัดระดับชาติ
ข. เพื่อเชื่อมโยงการเรียนกับบริบทท้องถิ่นและประสบการณ์ผู้เรียน
ค. เพื่อทดแทนสื่อดิจิทัล
ง. เพื่อให้ครูใช้เวลาสอนน้อยลง

9. ผู้บริหารต้องกำกับติดตามนโยบายนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำสิ่งใดก่อน 

ก. กำหนดเกณฑ์สอบปลายภาค
ข. ทำระบบนิเทศครูให้ใช้สื่อหลากหลายและห้องเรียน Active Learning
ค. ลดกิจกรรมโครงงาน
ง. เน้นการใช้หนังสือเรียนเป็นสื่อหลัก

10. รูปแบบ “ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้เอง” ช่วยตอบนโยบายข้อใด 

ก. ส่งเสริมการฝึกท่องจำ
ข. เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
ค. ลดเวลาสอนครู
ง. ทำให้การประเมินง่ายขึ้น
 

11. หากโรงเรียนมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ควรเดินหน้านโยบายนี้อย่างไร 

ก. งดใช้สื่อดิจิทัลทั้งหมด
ข. ใช้เฉพาะสื่อที่ราชการกำหนด
ค. บูรณาการสื่อท้องถิ่นควบคู่สื่อดิจิทัลที่มีอยู่
ง. ชะลอนโยบายไว้ก่อน
 

12. ตัวอย่าง “การใช้สถานการณ์ร่วมสมัยเป็นฐานการเรียนรู้” คือข้อใด 

ก. ศึกษาแผนที่ประเทศไทยจากหนังสือเรียน
ข. วิเคราะห์ข่าวปัจจุบันด้านประชาธิปไตยและตั้งคำถามเชิงเหตุผล
ค. ท่องจำรายชื่อกษัตริย์
ง. ทำแบบฝึกหัดท้ายบท
 

13. ครูต้องออกแบบแผนการสอนแบบยืดหยุ่น หมายถึง 

ก. ครูสามารถลดชั่วโมงเรียนลงเอง
ข. ครูจัดกิจกรรมให้หลากหลายตามความถนัดผู้เรียน
ค. ครูไม่ต้องกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้
ง. ผู้บริหารไม่ต้องประเมินผล
 

14. การใช้แฟ้มสะสมงานในวิชาประวัติศาสตร์มีคุณค่าตรงกับจุดประสงค์ใด 

ก. วัดคะแนนรวมของผู้เรียน
ข. แสดงพัฒนาการเชิงกระบวนการคิดและคุณลักษณะ
ค. ลดภาระครู
ง. ใช้แทนใบงานทั้งหมด
 

15. หากโรงเรียนต้องการทำให้ “นโยบายเกิดผลจริง” สิ่งสำคัญที่สุดคือ

ก. เน้นการมีส่วนร่วมของครูทุกกลุ่มสาระ
ข. ใช้หนังสือเรียนเดียวกันทั้งจังหวัด
ค. เพิ่มจำนวนชั่วโมงสอน
ง. ใช้การสอบกลางเป็นตัวตัดสินผล

16. หัวใจสำคัญของนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” คือ
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. สร้างโรงเรียนแม่ข่ายที่เป็นต้นแบบคุณภาพของพื้นที่
ค. ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
ง. จัดสอบกลางระดับจังหวัด

17. การร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี แสดงถึงหลักการบริหารข้อใด 

ก. การสั่งการแบบรวมศูนย์
ข. การมีส่วนร่วมของท้องถิ่น
ค. การถ่ายโอนงบประมาณทั้งหมด
ง. การลดบทบาทส่วนกลาง

18. การบูรณาการ สพฐ.–สอศ.–สช.–สกร. สะท้อนแนวบริหารใด 

ก. การจัดการศึกษาแบบแยกรายหน่วยงาน
ข. การประสานงานข้ามองค์กรเพื่อเป้าหมายร่วม
ค. ลดบทบาทสถานศึกษาเอกชน
ง. ลดภาระผู้บริหารโรงเรียน

19. บทบาทของสอศ.ในโครงการ คือ 

ก. จัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำเชื่อมโยงทุกระดับ
ข. จัดหาอุปกรณ์ ICT ให้ทุกโรงเรียน
ค. ดูแลการจัดสอบกลาง
ง. จัดสรรครูให้โรงเรียนในจังหวัด

20. หากเป็นผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบ คุณต้องดำเนินการข้อใดก่อน 

ก. รอคำสั่งจาก สพฐ.
ข. ทำแผนพัฒนาคุณภาพร่วมกับท้องถิ่นและเครือข่าย
ค. ปรับโครงสร้างโรงเรียนทันที
ง. ลดจำนวนครู

21. บทบาทของ อบจ. ในการสนับสนุนคือ 

ก. จัดสอบกลาง
ข. จัดงบประมาณและสนับสนุนครูอัตราจ้างในวิชาเอกที่ขาด
ค. ควบคุมหลักสูตร
ง. กำหนดจำนวนห้องเรียน

22. การตั้งโรงเรียนต้นแบบในทุกอำเภอมีเป้าหมายเพื่อ 

ก. ลดค่าใช้จ่ายของรัฐ
ข. ทำให้โรงเรียนอื่นสามารถเรียนรู้และยกระดับจากต้นแบบ
ค. ปรับรูปแบบการประเมิน
ง. ลดบทบาทโรงเรียนขนาดเล็ก
 

23. ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยสร้าง “ความเสมอภาคทางการศึกษา” อย่างไร 

ก. ให้ทุกพื้นที่มีโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพใกล้เคียงกัน
ข. ใช้แบบเรียนเดียวกัน
ค. ลดจำนวนนักเรียน
ง. ใช้วิธีการสอบเดียวกันทั่วประเทศ
 

24. หากผู้บริหารพบว่าโรงเรียนขาดครูวิชาเอก ควรดำเนินการเชิงนโยบายอย่างไร 

ก. ยืมครูจากโรงเรียนอื่น
ข. ประสาน อบจ. เพื่อจัดสรรอัตราจ้างตามเกณฑ์พิเศษ
ค. ฝึกครูประจำสอนข้ามวิชา
ง. ให้นักเรียนเรียนออนไลน์แทน
 

25. การเริ่มต้นที่ “นนทบุรี” มีเหตุผลเชิงบริหารใด

ก. เป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนเอกชนน้อย
ข. เป็นพื้นที่ทดลองที่มีศักยภาพความร่วมมือสูงและขยายผลได้
ค. มีจำนวนเด็กมากกว่าเฉลี่ยประเทศ
ง. มีงบประมาณส่วนกลางสูง

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น