
บริษัท เจเนซิส มีเดียคอม จำกัด ผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา เปิดเผยว่า การศึกษาไทยยังเผชิญหน้าความท้าทาย โดยอุปสรรคหลักของระบบการศึกษาไทย คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลยังขาดแคลนทรัพยากรพื้นฐาน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อุปกรณ์ดิจิทัล และสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ครูขาดทักษะและทรัพยากรสนับสนุน หลักสูตรไม่ตอบโจทย์ทักษะศตวรรษที่ 21 เน้นท่องจำและวิชาการ
ทั้งยังขาดการเชื่อมโยงกับทักษะที่จำเป็น การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะดิจิทัล การบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ และระบบงบประมาณที่จำกัด การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ปกครองผู้ปกครองยังขาดความรู้และทักษะในการสนับสนุนการเรียนรู้ของลูก
ทั้งนี้ จากประสบการณ์บริษัทมองเห็นว่ามี 15 แนวทางที่จะปูทางพัฒนาการศึกษา อัพเกรดโอกาส ปลุกพลังคน พลิกโฉมอนาคตประเทศในทุกมิติ ดังนี้
1.ปรับปรุงโครงสร้างเทคโนโลยีของโรงเรียน ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น จอภาพระบบสัมผัส คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมจัดตั้งพื้นที่สร้างสรรค์อย่าง Makerspace เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ สนับสนุนการศึกษานอกห้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
2.สร้างโอกาสด้านเครื่องมือประจำตัว ในการเข้าถึงสื่อการสอนและสื่อการเรียนรู้ โดยแจกแท็บเลตหรืออุปกรณ์ประจำตัวครูและนักเรียนภายใน 5 ปี พัฒนา Learning Management System (LMS) ให้ครอบคลุมทุกหลักสูตร และส่งเสริม Blended Learning ที่ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
3.เพิ่มความเป็นผู้นำเชิงนวัตกรรม ผ่านการอบรมผู้นำการศึกษา 30,000 คน ให้มีทักษะด้านการคิดเชิงกลยุทธ์และการใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบบริหารโรงเรียน (SMS) และนำระบบมาใช้วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเพื่อช่วยพัฒนาแผนการเรียนการสอน
4.พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี โดยเปิดให้เข้าถึงซอฟต์แวร์สร้างบทเรียนดิจิทัล สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในการวางแผนการสอนและประเมินผลนักเรียน และลดภาระงานเอกสารด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อให้ครูมีเวลาสอนมากขึ้น
5.ยกระดับการสอนครู ด้วยการสร้างคลังสื่อการสอนออนไลน์ที่ครอบคลุมสื่อ 3D, VR, Metaverse และสื่อดิจิทัลอื่น ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Problem-Based Learning รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา
6.อบรมครูอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลักสูตรอบรม 500 หลักสูตรใน 5 ปี ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น PBL และ Design Thinking สนับสนุนการเรียนรู้แบบ Mentorship เชื่อมโยงครูรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์ และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงการอบรมได้สะดวก
7.พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลและการสื่อสาร ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครองผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงการแจ้งเตือนและติดตามผลสัมฤทธิ์
8.ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน มีห้องสมุดดิจิทัลและแพลตฟอร์มคลังสื่อเพื่อการเรียนรู้ สนับสนุนการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ (Interactive) ผ่านบทเรียนที่ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเสริมประสบการณ์การเรียนรู้
9.สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน Project-Based Learning และ Microlearning โดยเปิดโอกาสให้เรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย
10.พัฒนาผู้เรียนผ่านการฝึกฝน จัดตั้งแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งชาติ สำหรับการเรียนรู้ ฝึกทำตะลุยโจทย์ ทำแบบข้อสอบผ่านระบบด้วยตนเอง ที่รองรับนักเรียน 2 ล้านคน และใช้ AI วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนรายบุคคลเพื่อพัฒนาแผนการเรียนรู้เฉพาะตัว
11.ส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษ จัดการเรียนการสอนแบบสองภาษาและกิจกรรม English Day มีแอปพลิเคชั่นช่วยพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน ส่งเสริมการฝึกภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมสนทนากับครูทักษะสูง พร้อมใช้ AI วิเคราะห์จุดอ่อนด้านภาษาของนักเรียนและช่วยพัฒนารายบุคคล
12.พัฒนาทักษะแห่งอนาคต ผ่านหลักสูตรที่จำเป็นเพื่อตอบสนองทักษะที่โลกคาดหวัง เช่น Coding, AI, Data Analysis และ Soft Skills พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้แบบ Experiential Learning และ Problem-Based Learning
13.พัฒนาคนอย่างเป็นระบบด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาคนและครอบครัว (อพค.) ซึ่งเป็นเหมือน “ครูของชุมชน” ให้คำแนะนำด้านการศึกษา ทักษะอาชีพ และการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาครอบครัวและชุมชน พร้อมประสานทรัพยากรจากภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
14.สร้างแพลตฟอร์มวางแผนชีวิต ช่วยกำหนดเป้าหมายและวางแผนพัฒนาตนเองในทุกช่วงวัย ผ่าน LPP ID ที่เชื่อมโยงกับวิทยาลัยออนไลน์ตลอดชีวิต ใช้ AI และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ วิเคราะห์ศักยภาพ แนะนำเส้นทางพัฒนาอาชีพ ทักษะ และสุขภาพ พร้อม บันทึก Portfolio และเชื่อมโยงเครือข่ายที่ปรึกษาเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
15.ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาคน มุ่งพัฒนาคนแบบองค์รวม ที่ครอบคลุมทั้ง ร่างกาย สมอง และจิตใจ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ ความรู้ และคุณธรรม นำไปสู่การเติบโตที่สมบูรณ์แบบและมีคุณภาพ เกิดความสำเร็จอย่างแท้จริงในประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ (Real Success Nation)
เจเนซิส มีเดียคอม จำกัด เปิด 15 แนวทางปฏิรูปการศึกษาไทย เน้นสร้าง “คน” ให้มีคุณภาพ สร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียม เสริมศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ย้ำ “การพัฒนาคน” เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทยให้ทันสมัยและตอบโจทย์โลกอนาคต
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568
สรุปสาระสำคัญ
บทความชี้ให้เห็นว่าการศึกษาไทยยังเผชิญ “ความเหลื่อมล้ำ” เป็นอุปสรรคหลัก โดยโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ และสื่อการเรียนรู้ ครูยังขาดทักษะดิจิทัลและทรัพยากรสนับสนุน หลักสูตรเน้นท่องจำ ไม่สอดคล้องทักษะศตวรรษที่ 21 อีกทั้งระบบบริหารและงบประมาณยังไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนยังจำกัด
บริษัทเสนอ 15 แนวทางปฏิรูป โดยเน้น “ยกระดับโอกาสและคุณภาพคน” ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การจัดหาอุปกรณ์และระบบ LMS การพัฒนาผู้นำและครูให้มีทักษะเทคโนโลยี ลดภาระงาน เพิ่ม Active Learning, PBL และสื่อสมัยใหม่ เช่น VR/Metaverse พร้อมสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย Microlearning และ AI วิเคราะห์รายบุคคล
นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น Coding, AI ภาษาอังกฤษ และ Soft Skills รวมถึงสร้างเครือข่ายชุมชนสนับสนุนการเรียนรู้ และแพลตฟอร์มวางแผนชีวิต (LPP ID) เพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเน้นการพัฒนาคนแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ และสติปัญญา เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน
ข้อ 1 ปัญหาหลักของการศึกษาไทยตามบทความคือข้อใด
ก. ขาดครู
ข. ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. หลักสูตรยากเกินไป
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ข เหตุผล: บทความระบุชัดว่า “ความเหลื่อมล้ำ” เป็นอุปสรรคหลัก
ข้อ 2 แนวทางใดช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ตรงจุดที่สุด
ก. เพิ่มข้อสอบมาตรฐาน
ข. แจกแท็บเล็ตและพัฒนา LMS
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ง. ลดวิชาเลือก
เฉลย: ข เหตุผล: เพิ่มโอกาสเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
ข้อ 3 การใช้ AI วิเคราะห์ผู้เรียนมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ลดครู
ข. เพิ่มคะแนนสอบ
ค. พัฒนาแผนการเรียนรายบุคคล
ง. ควบคุมพฤติกรรม
เฉลย: ค เหตุผล: ใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบการเรียนเฉพาะบุคคล
ข้อ 4 Active Learning เน้นสิ่งใด
ก. การท่องจำ
ข. การเรียนแบบบรรยาย
ค. การมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ค เหตุผล: เน้นการลงมือทำและมีส่วนร่วม
ข้อ 5 ปัจจัยใดเป็นจุดอ่อนของครูตามบทความ
ก. ขาดวินัย
ข. ขาดทักษะเทคโนโลยี
ค. ขาดความรู้วิชา
ง. ขาดความรับผิดชอบ
เฉลย: ข เหตุผล: ระบุว่าครูขาดทักษะดิจิทัล
ข้อ 6 Makerspace มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. ใช้เก็บหนังสือ
ข. ฝึกท่องจำ
ค. ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ง. ใช้สอบออนไลน์
เฉลย: ค เหตุผล: เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ลงมือทำจริง
ข้อ 7 หากโรงเรียนต้องการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ควรทำสิ่งใดก่อน
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. ปรับหลักสูตรและวิธีสอน
ค. เพิ่มเวลาเรียน
ง. ลดกิจกรรม
เฉลย: ข เหตุผล: หลักสูตรและวิธีสอนเป็นแกนหลัก
ข้อ 8 การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. ลดภาระครู
ค. สนับสนุนการเรียนรู้ต่อเนื่อง
ง. ควบคุมโรงเรียน
เฉลย: ค เหตุผล: ช่วยเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน
ข้อ 9 แนวคิด “พัฒนาคนแบบองค์รวม” หมายถึงอะไร
ก. เน้นวิชาการ
ข. เน้นกีฬา
ค. พัฒนากาย ใจ และสติปัญญา
ง. เน้นสอบแข่งขัน
เฉลย: ค เหตุผล: ครอบคลุมทุกมิติของมนุษย์
ข้อ 10 ในฐานะผู้บริหาร หากงบจำกัด ควรเลือกดำเนินการใดก่อน
ก. ซื้อ VR
ข. พัฒนาครูและระบบดิจิทัลพื้นฐาน
ค. จัดกิจกรรมพิเศษ
ง. สร้างอาคารใหม่
เฉลย: ข เหตุผล: ครูและระบบพื้นฐานเป็นตัวคูณผลลัพธ์สูงสุด