สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ปริญญาไม่สำคัญเท่าทักษะ แต่ปริญญาเพิ่มโอกาสกว่า

ปัจจุบันมีคนจำนวนมากเรียนไม่จบปริญญา บางคนอาจมีปัญหาทางครอบครัว ปัญหาค่าใช้จ่าย จึงเลือกหยุดเรียนแล้วออกไปหางานทำ แต่อีกหลายคนแม้จะมีโอกาสเรียนจนจบปริญญาตรี หากก็มีคำถามว่าเมื่อได้ปริญญามาแล้วจะออกไปต่อกรกับคนที่จบจากสถาบันระดับแนวหน้าได้หรือเปล่า จึงเลือกที่จะออกไปหาประสบการณ์หลังจบระดับ ปวช. หรือ ปวส. และไม่ได้กลับมาสานต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากระบบการศึกษาไม่เอื้ออำนวยให้หยุดเรียนออกไปทำงานแล้วกลับมาเรียนต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ หรือ หากเรียนในระดับมหาวิทยาลัยขาดเรียนเกินกำนหดก็จะต้องถูกรีไทร์  

 

แม้หลายคนจะบอกว่าปริญญาไม่สำคัญเท่ากับการมีทักษะ และเลือกที่จะออกไปหางานทำแทนการเรียนให้จบปริญญา แต่คนที่มีใบปริญญาย่อมเพิ่มโอกาสในการทำเรื่องต่างๆ ได้มากกว่าคนที่ไม่มีใบปริญญา เช่น มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ในฐานะอาจารย์พิเศษ มีโอกาสปรับเพิ่มรายได้สูงกว่าคนที่มีฝีมือระดับเดียวกัน เป็นต้น 

จึงนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ อว.ได้ประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศ พัฒนากำลังคนของประเทศให้มีความเชี่ยวชาญตามสาขาวิชาการหรือวิชาชีพที่ตนถนัด สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลกได้  

 

โดยกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา ประกอบด้วยวัตถุประสงค์สำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่

          1. มาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา

          2. มาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา

          3. มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา

          4. กำหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาอื่น และ

          5. มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา 

เพื่อให้คนทั่วไปเข้าในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ศ.นพ.ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา ดังนี้  

เรื่องแรก มาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีการปรับให้การจัดตั้งและมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาสอดคล้องกับโลกยุคใหม่ เช่น ไม่เน้นสิ่งปลูกสร้างแต่เน้นด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย และยังมุ่งเน้นวัตถุประสงค์เดิมใน 4 เรื่อง คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัยและสร้างนวัตกรรม การบริการสังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 

เรื่องที่สอง มาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีการปรับเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ยกเลิกเกณฑ์กลางระยะเวลาเรียน การเทียบโอนหน่วยกิต การสะสมหน่วยกิต ซึ่งสามารถนำผลลัพธ์การเรียนรู้มาสะสมในคลังหน่วยกิตเพื่อขอรับคุณวุฒิหรือปริญญาได้ โดยไม่จำกัดเรื่องอายุ คุณวุฒิของผู้เรียน และระยะเวลาในการเรียน ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในระบบของหลักสูตรและตอบสนองต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

เรื่องที่สาม มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา โดยเปิดโอกาสให้การขอตำแหน่งทางวิชาการมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเปิดให้สถาบันอุดมศึกษาอาจมีตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นได้ นอกเหนือจากตำแหน่งทางวิชาการที่ประกาศในกฎกระทรวง และยังกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถกำหนดมาตรการลงโทษผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการที่กระทำผิดทางจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการได้ 

เรื่องที่สี่ กำหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาอื่น เป็นกฎกระทรวงที่เปิดให้มีการกำหนด มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา” เป็นมาตรฐานอื่นในมาตรฐานการอุดมศึกษา เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการส่งเสริม การกำกับดูแล การตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา 

เรื่องสุดท้าย มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ซึ่งใช้ในการส่งเสริม การกำกับดูแล การตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยจะกำหนดเรื่องผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้สำเร็จการศึกษาใน 4 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ จริยธรรม และลักษณะบุคคล ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนรู้แบบเดิม ที่จะไม่ได้วัดผลแค่ความรู้อย่างเดียว แต่จะต้องมีทักษะในด้านอื่นๆ ด้วย เพื่อที่เมื่อเรียนจบแล้วสามารถทำงานที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ สามารถนำผลการเรียนรู้หรือประสบการณ์จากการเรียนรู้มาเทียบโอนหน่วยกิตเก็บสะสมไว้เพื่อขอรับคุณวุฒิได้

จากวัตถุประสงค์ทั้ง 5 เรื่อง จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต โดยไม่มีการรีไทร์หากเรียนไม่จบตามกำหนด แถมยังสามารถนำประสบการณ์การทำงานไปเทียบเป็นหน่วยกิตที่เรียกว่า “เครดิตแบงก์” ได้อีกด้วย 

ถือเป็นหนึ่งผลงานของ อว. ในด้านการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษา ยกระดับการพัฒนากำลังคนของประเทศให้แข่งขันได้ในระดับโลก เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่มีโอกาสทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย โดยไม่สูญเสียโอกาสในการได้รับใบปริญญา โดย กฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีผลใช้บังคับหลัง 180 วันจากวันที่ประกาศ 

บทความ ปริญญา ที่หายไป โดย Jaturong Kobkaew

กฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา 

ที่มา ; SALKA 

สรุปสาระสำคัญ

ปัจจุบันมีผู้เรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเรียนจนจบระดับปริญญา เนื่องจากปัญหาครอบครัวและค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องออกไปทำงานก่อน ขณะเดียวกันบางคนที่จบปริญญาตรีก็ยังตั้งคำถามถึงความสามารถในการแข่งขันกับผู้จบจากสถาบันชั้นนำ จึงมีผู้เลือกออกไปทำงานตั้งแต่ระดับ ปวช. หรือ ปวส. แทนการเรียนต่อ เพราะระบบการศึกษายังขาดความยืดหยุ่นในการกลับมาเรียนต่อโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ หรืออาจถูกรีไทร์เมื่อขาดเรียนเกินกำหนด

แม้ปัจจุบันจะมีแนวคิดว่าทักษะสำคัญกว่าปริญญา แต่การมีวุฒิการศึกษายังคงเพิ่มโอกาสในอาชีพ เช่น การเป็นอาจารย์หรือการได้รับรายได้ที่สูงขึ้น รัฐจึงได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบการศึกษา มุ่งพัฒนากำลังคนให้ตอบสนองต่อเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ โดยมี 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ มาตรฐานการจัดการศึกษา มาตรฐานหลักสูตร มาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการ มาตรฐานอื่นด้านการอุดมศึกษา และมาตรฐานคุณวุฒิ

การปฏิรูปดังกล่าวเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ทักษะ จริยธรรม และคุณลักษณะ เปิดโอกาสให้สะสมหน่วยกิต เทียบโอนประสบการณ์ และเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบเครดิตแบงก์ ลดข้อจำกัดด้านเวลาและอายุ ทำให้การศึกษาเชื่อมโยงกับการทำงานจริงมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ข้อสอบ

ข้อ 1

สาระสำคัญของบทความนี้เน้นประเด็นใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัย
ข. การปฏิรูประบบอุดมศึกษาให้ยืดหยุ่นและเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. การลดความสำคัญของปริญญา
ง. การส่งเสริมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการปฏิรูปอุดมศึกษาให้ยืดหยุ่น สะสมหน่วยกิต และเรียนรู้ตลอดชีวิต

ข้อ 2

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนไม่จบการศึกษาคือข้อใด
ก. ความยากของข้อสอบ
ข. การขาดแรงจูงใจ
ค. ครอบครัวและค่าใช้จ่าย
ง. จำนวนมหาวิทยาลัยน้อย

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าปัญหาครอบครัวและค่าใช้จ่ายเป็นสาเหตุหลัก

ข้อ 3

เหตุใดบางคนจึงเลือกออกไปทำงานหลังจบ ปวช. หรือ ปวส.
ก. ไม่ต้องการเรียนต่อ
ข. ระบบการศึกษาไม่เอื้อต่อการกลับมาเรียนต่อ
ค. ต้องการสอบแข่งขัน
ง. ไม่มีสาขาที่สนใจ

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบบเดิมไม่ยืดหยุ่น เช่น กลับมาเรียนต่อยากหรือถูกรีไทร์

ข้อ 4

ข้อใดสะท้อนแนวคิด “เครดิตแบงก์”
ก. การสอบซ้ำจนผ่าน
ข. การสะสมหน่วยกิตจากการเรียนและประสบการณ์
ค. การเรียนออนไลน์เท่านั้น
ง. การเรียนแบบเร่งรัด

เฉลย: ข
เหตุผล: เครดิตแบงก์คือการสะสมผลการเรียนและประสบการณ์เพื่อขอวุฒิ

ข้อ 5

มาตรฐานการอุดมศึกษาข้อใดเน้น “ผลลัพธ์ผู้เรียน” มากที่สุด
ก. มาตรฐานหลักสูตร
ข. มาตรฐานตำแหน่งวิชาการ
ค. มาตรฐานคุณวุฒิ
ง. มาตรฐานโครงสร้างอาคาร

เฉลย: ค
เหตุผล: มาตรฐานคุณวุฒิเน้นผลลัพธ์ 4 ด้าน (ความรู้ ทักษะ จริยธรรม ลักษณะบุคคล)

ข้อ 6

การยกเลิกเกณฑ์ระยะเวลาเรียนตายตัวส่งผลอย่างไร
ก. ทำให้เรียนยากขึ้น
ข. ลดคุณภาพการศึกษา
ค. เพิ่มความยืดหยุ่นในการเรียนรู้
ง. จำกัดการเทียบโอน

เฉลย: ค
เหตุผล: เปิดโอกาสให้เรียนตามความพร้อมและสะสมหน่วยกิตได้

ข้อ 7

การเปิดให้เทียบโอนประสบการณ์มีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. ลดจำนวนนักศึกษา
ข. เพิ่มรายได้มหาวิทยาลัย
ค. สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. ลดวิชาบังคับ

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้จากงานและกลับมารับวุฒิได้

ข้อ 8

ข้อใดเป็นผลลัพธ์ของการปฏิรูปอุดมศึกษา
ก. การเรียนต้องใช้เวลานานขึ้น
ข. ผู้เรียนไม่สามารถทำงานระหว่างเรียน
ค. เชื่อมโยงการเรียนกับการทำงานจริง
ง. ลดการประกันคุณภาพ

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบบใหม่เน้นการใช้จริงและการทำงานควบคู่การเรียน

ข้อ 9

เหตุใดปริญญายังคงมีความสำคัญแม้มีทักษะ
ก. ใช้สอบเข้าโรงเรียน
ข. เพิ่มโอกาสอาชีพและรายได้
ค. ใช้ลดภาระงาน
ง. ใช้แทนประสบการณ์ทั้งหมด

เฉลย: ข
เหตุผล: ปริญญาช่วยเพิ่มโอกาส เช่น การสอนหรือรายได้สูงขึ้น

ข้อ 10

บทบาทของกฎกระทรวงใหม่คือข้อใด
ก. ลดจำนวนผู้เรียน
ข. ควบคุมการสอบเข้มงวด
ค. ยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศ
ง. จำกัดการเรียนออนไลน์

เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือพัฒนากำลังคนและแข่งขันระดับโลก

 
 

ความเห็นของผู้ชม