สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M335_‘ตรีนุช’ มอบ สพฐ.-สอศ. คืนชีพหลักสูตรทวิศึกษา

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนพร้อมด้วย นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน เพื่อเยี่ยมสถานศึกษา ติดตามการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)และรับฟังความต้องการของพื้นที่ พบว่า หนึ่งในข้อเรียกร้องของพื้นที่ที่ตรงกัน คือ ขอให้มีการจัดหลักสูตรทวิศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสด้านวิชาชีพให้แก่ผู้เรียนสายสามัญศึกษาได้เรียนสายช่างควบคู่ไปด้วย แต่ช่วงที่ผ่านมาการสอนหลักสูตรทวิศึกษาได้หยุดชะงักลง และ ขณะนี้มีเด็กที่เรียนในหลักสูตรนี้ค้างท่ออยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งทางจังหวัดต้องการให้จัดหลักสูตรนี้ต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เด็กกลุ่มด้อยโอกาส 

ดิฉัน ได้รับฟังรายงานการจัดการศึกษาหลักสูตรทวิศึกษา ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จังหวัดน่าน ซึ่งได้ทำบันทึกข้อตกลงกับวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน โดยมีการจัดหลักสูตรทวิศึกษาร่วมกันใน 2 รายวิชา คือ หลักสูตรการตลาด และหลักสูตรช่างยนต์ มาตั้งแต่ปี 2558-2564 มีนักเรียนเรียนจบหลักสูตรจำนวน 104 คน และในส่วนของวิทยาลัยการอาชีพเวียงสา ได้จัดหลักสูตรทวิศึกษา ปี 2561 – 2562 มีนักเรียนจบหลักสูตร จำนวน 32 คน ขณะที่จังหวัดเชียงราย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) ได้ร่วมกับ วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง เปิดสอนทวิศึกษา 6 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ธุรกิจ คหกรรม และการบัญชี ซึ่งทำให้นักเรียนที่จบหลักสูตรทวิศึกษา สามารถเลือกเรียนต่อในระดับสูงได้ทั้งสายวิชาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) และ ปริญญาตรี ขณะเดียวกันเด็กบางคนก็สามารถนำความรู้และวุฒิ ปวช.ไปประกอบอาชีพได้เลย” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ตนได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดหลักสูตรทวิศึกษา โดยมีการจัดทำแผนระดับจังหวัด ว่า ควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหน รวมถึงแก้ไขปัญหาที่ทำให้โครงการนี้หยุดชะงักลง สำหรับเด็กชั้น ม.4 เรียนหลักสูตรทวิศึกษาซึ่งที่ค้างท่ออยู่ในปัจจุบันก็ให้จัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และสามารถเปิดรับนักเรียนรุ่นต่อไปในปีการศึกษา 2566 ได้ ทั้งนี้ ตนได้ย้ำไปด้วยว่าการจัดหลักสูตรทวิศึกษาให้เป็นไปตามความพร้อมของทั้งโรงเรียนและวิทยาลัย และผู้ที่จะได้รับประกาศนียบัตร 2 หลักสูตร จะต้องเรียนรายวิชาครบตามเงื่อนไขของทั้ง 2 หลักสูตร ในการนี้ให้เลขาธิการ กพฐ.และเลขาธิการ กอศ.หารือร่วมกันในรายละเอียดการดำเนินงานทั้งการจัดการเรียนการสอนและงบประมาณ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 21 ตุลาคม 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

ศธ. ปัดฝุ่นทวิศึกษา หวังเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ (รปค.) 15 จังหวัดพะเยา ซึ่งได้จัดการศึกษารูปแบบทวิศึกษาได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ตนจึงอยากจะเห็น การนำระบบทวิศึกษามาทำให้ต่อเนื่อง เพราะจากการได้รับรายงานทราบว่าการจัดทวิศึกษายังไม่มีความต่อเนื่องเป็นรูปธรรม มาหลายปีแล้ว จึงอยากให้ทำในภาพรวมของประเทศ 

ดิฉันได้รับเสียงสะท้อนมาว่าการเรียนการสอนทวิศึกษาเด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจ เพราะเป็นการจัดการศึกษา ที่นำอาชีพมาสอนในโรงเรียนสามัญ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้จัดทำหลักสูตรร่วมกัน ซึ่งเด็กที่จบออกมาจะได้ประกาศนียบัตรสองใบ คือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)และได้รับวุฒิการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายด้วย”น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนรูปแบบทวิศึกษา เป็นความร่วมมือระหว่าง สพฐ.กับ สอศ. ที่เคยจัดมาแล้ว แต่ก็ได้เว้นช่วงไป ตอนนี้จะฟื้นขึ้นมาใหม่ โดยจัดในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ คู่กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่อยู่ใกล้เคียง และโรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมที่เคยจัดแล้ว ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่อยู่ใกล้เคียง โดยขณะนี้ มีโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สมัครร่วมโครงการแล้ว 30 กว่าแห่ง ซึ่งการที่เราฟื้นความร่วมมือนี้ขึ้นมา จะทำให้เด็กโดยเฉพาะเด็กในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ซึ่งเป็นเด็กด้อยโอกาส จะได้เรียนทั้งสายสามัญ และสายอาชีพ สามารถทำงานได้ และได้วุฒิการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพ เป็นการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ต้องการให้เด็กเรียนสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น 

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับการเรียนรูปแบบทวิศึกษา ไปเป็นห้องเรียนอาชีพ ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน เนื่องจาก ถึงแม้เด็กจะได้เรียนทั้งสายสามัญ และสายอาชีพ แต่ในส่วนของสายอาชีพนั้น เด็กจะได้แค่หน่วยกิตสะสม แต่จะไม่ได้วุฒิสายอาชีพ จึงทำให้เด็กไม่สนใจ และโครงการไม่ประสบความสำเร็จ จึงจำเป็นต้องกลับมาฟื้นทวิศึกษา เพื่อให้เด็กที่เรียนแล้วได้ทั้งอาชีพและวุฒิการศึกษา” นายอัมพร กล่าว

ด้านว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) กล่าวว่า สพฐ.และ สอศ. ได้ตั้งคณะทำงานที่จะมาจัดทวิศึกษาร่วมกันเรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่1 / 2566 โดยจะนำร่องที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั่วประเทศให้เต็มรูปแบบก่อนลงก่อน ส่วนโรงเรียนที่จัดอยู่แล้วก็จะไปทำให้ต่อเนื่อง แต่จะไม่เน้นจัดทวิศึกษากับโรงเรียนที่อยู่ในเมือง แต่จะเน้นในพื้นที่ห่างไกลที่อยู่ตามรอบนอกเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับเด็ก 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 20 ตุลาคม 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

สพฐ. ต่อยอดเรียน Active Learning เพิ่มโอกาสนักเรียนมีงานทำ

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้ผนึกกำลังทางวิชาการจากสำนักต่างๆ ภายใน สพฐ. ประกอบด้วยบุคลากรจากสังกัด สวก. ศนฐ. และ สบว. เข้าเยี่ยมชมการจัดการศึกษาและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สำนักพระราชวัง สนามเสือป่ากรุงเทพฯ โดยมีอธิการบดี รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ และคณะผู้บริหารของสถาบันฯ ให้การต้อนรับพร้อมบรรยายพิเศษและแนะนำการดำเนินงานของสถาบัน 

รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า จากการเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาในครั้งนี้ ทำให้ สพฐ. ได้รับโอกาสในการเพิ่มความรู้กับตัวเอง และมีแนวทางการบริหารจัดการศึกษา เพื่อนำองค์ความรู้ แนวคิด และแนวปฏิบัติ ไปใช้ในการวางแผนการปฏิบัติงานได้จริง โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับนักเรียน การส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนตามความถนัดและความสนใจในด้านอาชีพ การพัฒนาตัวเองเพื่อนำไปสู่การพัฒนาครูและนักเรียน รวมถึงได้มองเห็นแนวทางการต่อยอดเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างหลากหลาย อาทิ การต่อยอดพหุปัญญาของนักเรียนสู่เส้นทางอาชีพ การสร้างความร่วมมือในการพัฒนาครูและบุคลากรในด้านทักษะอาชีพ เสริมเติมต่อทักษะในการจัดการเรียนการสอน และเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Project-based Learning อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติจริงแล้วเกิดการต่อยอดทางอาชีพให้กับนักเรียนได้ เช่น Coding กับทักษะอาชีพ การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนที่มีความแตกต่างของผู้เรียนตามศักยภาพเป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรที่น่าสนใจ อาทิ เรียนคู่งาน” “งานคู่เรียน” เป็นการจัดการศึกษาที่เกิดจากการทำความร่วมมือระหว่างโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ กับสถานประกอบการรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องของการจัดการหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งเรียนในสถานศึกษาและภาคปฏิบัติในสถานประกอบการรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนทักษะให้กับนักศึกษาให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น 

.”ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดามีความโดดเด่นในด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะทางวิชาชีพอย่างชัดเจน จึงเป็นแนวทางการต่อยอดของหลักสูตรการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การพัฒนาทักษะอาชีพตามความถนัดและความสนใจ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกันเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายในการวางเส้นทางอาชีพการเรียนต่อของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ซึ่งจะได้นำข้อมูลจากการเยี่ยมชมครั้งนี้ไปวางแผนการปฏิบัติงานภายใต้ภารกิจของแต่ละสำนัก เพื่อพัฒนาผู้เรียนต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับ KPI ของเลขาธิการกพฐ มีมุ่งเน้นให้นักเรียนได้ความรู้ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต เติมเต็มการเรียนรู้ให้ครบมิติ และเรียนตามความถนัดและความสนใจของนักเรียนอย่างมีความสุข” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

สพฐ.เยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ต่อยอดเรียน Active Learning เพิ่มโอกาสนักเรียนมีงานทำ มีอาชีพตามความถนัด 

ที่มา ; เดลินิวส์ 20 ตุลาคม 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการ “ฟื้นและขับเคลื่อนหลักสูตรทวิศึกษา” ซึ่งเป็นการจัดการเรียนร่วมระหว่างมัธยมศึกษาตอนปลายกับอาชีวศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทั้งวุฒิ ม.6 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อตอบโจทย์การเพิ่มโอกาสทางอาชีพ โดยเฉพาะนักเรียนด้อยโอกาสในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์และพื้นที่ห่างไกล

จากการลงพื้นที่พบว่าหลักสูตรทวิศึกษาที่เคยดำเนินการประสบผลดี แต่หยุดชะงักและมีนักเรียนค้างท่อ ส่งผลให้พื้นที่เรียกร้องให้ฟื้นโครงการอย่างเป็นระบบ กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบนโยบายให้ สพฐ. และ สอศ. ร่วมกันจัดทำแผนระดับจังหวัด คัดเลือกสาขาวิชาที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ความพร้อมของสถานศึกษา และตลาดแรงงาน พร้อมแก้ปัญหาด้านงบประมาณและการจัดการเรียนการสอน 

แนวคิดสำคัญคือการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ เน้นสมรรถนะอาชีพ การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Active / Project-based Learning) และการสร้างเส้นทางการศึกษา–อาชีพที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและการมีงานทำอย่างยั่งยืน 

ข้อสอบ 

ข้อที่ 1 เหตุผลเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดในการฟื้นหลักสูตรทวิศึกษาคือข้อใด

ก. ลดจำนวนนักเรียนในสายสามัญ
ข. แก้ปัญหานักเรียนเรียนไม่ต่อเนื่องและขาดวุฒิอาชีพ
ค. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. ทดแทนหลักสูตรห้องเรียนอาชีพเดิมทั้งหมด

ข้อที่ 2 ความแตกต่างเชิงคุณภาพระหว่าง “ทวิศึกษา” กับ “ห้องเรียนอาชีพ” คือข้อใด

ก. ทวิศึกษาใช้เวลาน้อยกว่า
ข. ห้องเรียนอาชีพเน้นการปฏิบัติมากกว่า
ค. ทวิศึกษาให้วุฒิการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพ
ง. ห้องเรียนอาชีพสอดคล้องตลาดแรงงานมากกว่า

ข้อที่ 3 การมอบหมายให้จัดทำ “แผนทวิศึกษาระดับจังหวัด” สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด

ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การบริหารตามบริบทพื้นที่
ค. การกำกับแบบสั่งการ
ง. การบริหารเชิงโครงสร้างเดียวกันทั้งประเทศ

ข้อที่ 4 กลุ่มเป้าหมายหลักที่นโยบายทวิศึกษาให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือข้อใด

ก. นักเรียนในโรงเรียนเมืองขนาดใหญ่
ข. นักเรียนที่มีผลการเรียนสูง
ค. นักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล
ง. นักเรียนที่ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ข้อที่ 5 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การตัดสินใจใด “สอดคล้องนโยบายทวิศึกษา” มากที่สุด

ก. เปิดทุกสาขาโดยไม่คำนึงถึงความพร้อม
ข. เน้นสาขาที่เรียนง่ายและใช้งบต่ำ
ค. เลือกสาขาที่สอดคล้องบริบทพื้นที่และความร่วมมือกับอาชีวศึกษา
ง. จัดเฉพาะกิจกรรมเสริมอาชีพโดยไม่ให้วุฒิ
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น