สมาชิกเข้าสู่ระบบ

สพฐ.สั่งครูที่ล่วงละเมิดนักเรียนนับ 10 ราย ออกจากราชการ

จากกรณีที่มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนนับสิบรายของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูคนหนึ่งที่ล่วงละเมิดทางเพศกับบุตรหลาน ซึ่งเบื้องต้นมีเด็กที่ถูกกระทำแล้วกว่า 10 ราย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. ได้รับมอบหมายจากว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ในการติดตามข้อเท็จจริงกรณีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ล่วงละเมิดเด็กนักเรียนชายในโรงเรียนจำนวนกว่า 10 คน โดยได้สั่งการให้ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที พบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ขณะนี้ครูคนดังกล่าวได้ถูกดำเนินการทางวินัย โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน และได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว 

โดยโรงเรียนจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป พร้อมทั้งได้นำนักจิตวิทยาเข้าไปดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กและผู้ปกครองทุกคน ทั้งนี้ สพฐ.มีความห่วงใยและกำชับให้เขตพื้นที่ติดตาม กำกับ ดูแลให้โรงเรียนในสังกัดปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ไม่ให้เกิดการละเมิดทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของนักเรียนและครูทุกคน

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567

เกี่ยวข้องกัน

คุรุสภา สั่งพักตั๋วครู ล่วงละเมิดเด็กนับ 10 ราย หากผิดจริงไม่มีสิทธิครูได้อีกตลอดชีวิต 

จากกรณีที่มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนนับสิบรายของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูคนหนึ่งที่ล่วงละเมิดทางเพศกับบุตรหลาน ซึ่งเบื้องต้นมีเด็กที่ถูกกระทำแล้วกว่า 10 รายนั้น 

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภา ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบวิชาชีพครูรายดังกล่าวแล้ว พบข้อมูลการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกให้ ณ วันที่ 3 เมษายน 2564 และจะหมดอายุใบอนุญาต 2 เมษายน 2569 ซึ่งขณะนี้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดทราบว่า ได้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากมีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา ในเรื่องกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล 

นางอมลวรรณกล่าวต่อว่า คุรุสภาได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และได้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไว้ก่อนตลอดระยะเวลาการสอบสวน โดยแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดไม่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพรายดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ครูในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต ทั้งนี้ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ทั้งนี้การดำเนินการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นกระบวนการพิจารณาออกคำสั่งทางปกครอง จึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดและให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 

พฤติกรรมการกระทำผิดทางเพศของครูที่เกิดขึ้นกับศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะช่วงเวลาหรือสถานที่ใดก็ตาม ซึ่งครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคน จะต้องมีความรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือและคอยส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ และจะต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ การกระทำครั้งนี้ คุรุสภาสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันที และเมื่อไม่มีใบอนุญาตฯ บุคคลนี้จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาได้ และหากผลตัดสินว่ามีความผิดจริง คุรุสภาจะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูรายนี้ทันที และบุคคลนี้จะไม่มีสิทธิที่จะประกอบวิชาชีพครูได้อีกต่อไป” เลขาธิการคุรุสภากล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567

เกี่ยวข้องกัน

ล่วงละเมิดไม่ปล่อยไว้แน่นอน จ่อฟันวินัยร้ายแรงขั้นสุด  

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เผยการดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาด “ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” กรณีครูโค้ชฟุตซอลโรงเรียนชื่อดังกระทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบโรงเรียนอย่างเคร่งครัดในกรณีเพิกเฉยไม่ตรวจสอบและรายงานมายังต้นสังกัด ยืนยันการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนระเบียบราชการหากพบผิดวินัยร้ายแรงจริงคาดโทษสูงสุดแน่นอน 

โฆษก ศธ. กล่าวว่า จากกรณีข่าวล่าสุดที่ครูโค้ชโรงเรียนชื่อดังถูกรวบคาสนามฟุตซอลถูกจับกุมตัว จากข้อกล่าวหาข้อหากระทำอนาจารเด็ก และ พรากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร บังคับขู่เข็ญหรือชักจูงให้เด็กประพฤติมิชอบ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาเป็นอย่างมาก และจะปล่อยให้มีการกระทำเช่นนี้ซ้ำอีกไม่ได้ 

กระทรวงศึกษาธิการจึงดำเนินการอย่างเร่งด่วนกรณีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ขออย่าได้กังวลว่าต้องเป็นข่าวถึงจะทำงานไวกว่าเดิม เพราะถึงจะไม่เป็นข่าวแต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ล่วงละเมิดไม่ว่าจะเป็นครูกับนักเรียน หรือครูกับครูก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดรวดเร็วเช่นกัน กรณีแบบนี้รอช้าไม่ได้เพราะส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำอย่างรุนแรง

ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงขั้นสูงสุด โดยดำเนินการทางวินัยให้ครูผู้ก่อเหตุ ออกจากราชการไว้ก่อน” ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาให้ออกจากราชการในทันทีหากมีหลักฐานชัดเจน และให้โรงเรียนติดตามประเมินสภาพจิตใจนักเรียนผู้ประสบเหตุพร้อมวางแนวทางการดูแลช่วยเหลือเยียวยา รวมถึงประสานผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีและติดตามทุกระยะ  

นอกจากนี้จะสอบสวนโรงเรียนให้ครอบคลุมเช่นกัน ที่เพิกเฉยไม่รายงานและดำเนินการในช่วงเวลาที่เหตุเกิดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังต้นสังกัด และ ศธ.จะวางมาตรการเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือการล่วงละเมิดทางเพศซ้ำซากในสถานศึกษา  

ขอชี้แจงว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบราชการและข้อกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องจะได้รับการสอบสวนอย่างจริงจังเกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน การเร่งดำเนินการจัดการที่เห็นชัดเจนเช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน 

เราจะเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ครูต้องเป็นพื้นที่เซฟโซนของผู้เรียนสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคนในระบบการศึกษาไทย อยู่ในรั้วโรงเรียนอย่างอุ่นใจกลับบ้านไปอย่างมีความสุข” โฆษกศธ. กล่าว 

ที่มา ; ศธ 360 องศา