สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ไทยกำลังเจอปัญหาผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ สังคมไทยมีผู้สูงอายุราว 1 ใน 10 ของประชากร แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ เรามีโอกาสเจอผู้สูงอายุได้ถึง 1 ใน 3 เรื่องดังกล่าว กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายต่อสังคมและเศรษฐกิจ เพราะปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทย อาจจะยังไม่พร้อมที่จะรองรับโครงสร้างประชากรในรูปแบบใหม่ได้ดีนัก 

คำว่า สังคมผู้สูงอายุ อ้างอิงตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนด สังคมผู้สูงอายุ แบ่งได้เป็น 3 ระดับ

·      ระดับที่ 1 สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ประเทศมีสัดส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 7% ของจำนวนประชากร

·      ระดับที่ 2 สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ประเทศมีสัดส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 14% ของจำนวนประชากร

·      ระดับที่ 3 สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-Aged Society) ประเทศมีสัดส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของจำนวนประชากร 

ในขณะนี้ โครงสร้างประชากรทั่วโลก อยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ จำนวนผู้สูงอายุ กำลังมีสัดส่วนที่สูงขึ้น 

ปัจจุบัน โลกมีประชากรราว 7.5 พันล้านคน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน หรือราว 8% แสดงว่า โดยเฉลี่ย โลกเราอยู่ในสังคมผู้สูงอายุระดับที่ 1 แล้ว และมีการคาดการณ์ว่า โลกจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ภายในไม่เกิน 35 ปีข้างหน้า 

แนวโน้มนี้ เป็นผลมาจากยุค Baby Boomer หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อัตราการเกิดของประชากรสูงมาก ซึ่งคนกลุ่มนั้นกลายมาเป็นผู้สูงอายุในตอนนี้ ในขณะเดียวกัน ประชากรมีการศึกษาที่ดีขึ้น มุ่งเน้นในการทำงานมากกว่า ทำให้อัตราการเกิดลดลง รวมทั้งความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้คนมีอายุยืนขึ้น 

สำหรับประเทศไทยนั้น สถานการณ์ผู้สูงอายุ มีความน่าสนใจและท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว จะเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าประเทศอื่น ดังข้อมูลต่อไปนี้

·      ปี 2002 ผู้สูงอายุมีสัดส่วนมากกว่า 7% (เข้าสู่ระดับที่ 1)

·      ปี 2020 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนราว 13% (สถานการณ์ปัจจุบัน)

·      ปี 2022 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 14% (เข้าสู่ระดับที่ 2)

·      ปี 2035 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 20% (เข้าสู่ระดับที่ 3)

·      ปี 2050 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนมากกว่า 30%         

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยใช้เวลาเปลี่ยนผ่านจาก สังคมผู้สูงอายุระดับที่ 1 ไปสู่ระดับ 2 ด้วยเวลาเพียง 20 ปี ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่พื้นฐานเศรษฐกิจดีกว่าเรา เช่น สหรัฐอเมริกา 72 ปี อังกฤษ 46 ปี ญี่ปุ่น 24 ปี  ที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ที่คาดว่าจะไต่ขึ้นไปถึงระดับที่ 3 อีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็ว แต่ความพร้อมทางคุณภาพชีวิตหลังเกษียณของคนไทย อาจจะยังไม่ดีเท่าประเทศอื่น ซึ่งปัญหานี้สะท้อนได้จากข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ เมื่อลองเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน

·      สิงคโปร์ รายได้ต่อหัว 1.7 ล้านบาทต่อปี เงินเดือนเฉลี่ย 115,000 บาท

·      ญี่ปุ่น รายได้ต่อหัว 1.5 ล้านบาทต่อปี เงินเดือนเฉลี่ย 197,000 บาท

·      เกาหลีใต้ รายได้ต่อหัว 8.2 แสนบาทต่อปี เงินเดือนเฉลี่ย 104,000 บาท

·      ไทย รายได้ต่อหัว 1.9 แสนบาทต่อปี เงินเดือนเฉลี่ย 14,000 บาท 

การที่รายได้ของคนไทย โดยเฉลี่ยยังอยู่ในระดับที่ไม่สูง ทำให้ความสามารถในการเลี้ยงดูตนเองเมื่อยามแก่นั้น มีไม่เพียงพอ และอาจจะต้องพึ่งการเกื้อหนุนจากบุตรหลาน 

นอกจากนี้ คนไทย ยังออกจากตลาดแรงงาน เร็วกว่าปกติ โดยในแต่ละปี จะมีแรงงาน 300,000 ราย เลิกทำงานตั้งแต่อายุ 45 ปี เนื่องจากต้องออกไปดูแลครอบครัว ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ และในแง่ของเศรษฐกิจประเทศ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโต เมื่อจำนวนคนทำงานลดลง ผลผลิตที่ได้ ย่อมมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย 

ซึ่งภาครัฐอาจต้องแก้ไขปัญหา ด้วยการออกกฎหมายรับแรงงานต่างชาติมากขึ้น เพื่อมาทดแทน ดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ต้องเฝ้าระวังปัญหาทางสังคมอื่นๆ ที่อาจมาพร้อมกับแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นการขยายการเกษียณอายุ ซึ่งจะทำให้คนมีเวลาสร้างฐานะได้นานขึ้น โดยไทยกำลังมีแผนเปลี่ยนอายุเกษียณ จาก 60 เป็น 63 ปี ดังในประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น ขยายเป็น 65 ปี สิงคโปร์ ขยายเป็น 67 ปี ในอีก 30 ปี ข้างหน้า เมื่อเรามองไปรอบตัว 3 คน จะมี 1 คนที่มีอายุเกิน 65 ปี สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

 

คำถามที่สำคัญคือ เราเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตได้ดีพอแล้วหรือยัง? 

อ้างอิง

-https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/EconomicConditions/AAA/AgePeriodCohort.pdf

-https://www.hoonsmart.com/archives/19858

-https://tradingeconomics.com/country-list/wages

-https://tradingeconomics.com/country-list/gdp-per-capita

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ญี่ปุ่นวิกฤตหนัก จำนวนเด็กเกิดต่ำกว่า 8 แสนคนเป็นครั้งแรก! 

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก ด้วยเพราะมีการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 20 แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อขาดแคลนแรงงานคนรุ่นใหม่จำนวนมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะความเคร่งเครียด การแข่งขันที่มีมาก รวมไปถึงค่าครองชีพ รายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้คนญี่ปุ่นมีลูกน้อยลง จนกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ 

โดยประเทศญี่ปุ่นได้เข้าสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ประเทศญี่ปุ่นได้เข้าสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ปี 1970 หลังจากนั้นอัตราผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 1994 และท้ายที่สุดกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-Aged Society) ในปี 2007 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นเป็นต้นมาจำนวนประชากรการเกิดก็มีแต่จะลดลงเรื่อยๆ ในแต่ละปี 

ล่าสุดในปี 2022 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็ได้พบว่ามีจำนวนเด็กเกิดในญี่ปุ่นไม่ถึง 800,000 คน นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการเริ่มเก็บบันทึกข้อมูลเมื่อ 140 กว่าปีก่อน กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นระบุว่า ตัวเลขเบื้องต้นของจำนวนเด็กที่เกิดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2022 รวมชาวต่างชาติด้วย อยู่ที่ 799,728 คน ลดลง 43,169 คนหรือร้อยละ 5.1 จากปี 2021 เป็นการลดลงปีที่ 7 ติดต่อกัน

รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มรวบรวมตัวเลขลักษณะนี้เมื่อปี 1879 สถาบันวิจัยด้านประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติเคยคาดการณ์เมื่อปี 2017 ว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่จะไม่ลดลงจนต่ำกว่า 800,000 คนจนถึงปี 2030 แต่ตัวเลขล่าสุดในปี 2022 ตัวเลขอัตราการเกิดของญี่ปุ่นลดลงต่ำกว่า 8 แสนคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

เจ้าหน้าที่ของทางกระทรวงกล่าวว่า สถานการณ์นี้สามารถเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤตที่อาจเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของสังคมและเศรษฐกิจได้ พร้อมกล่าวว่า การลดลงของจำนวนเด็กเกิดใหม่ดูเหมือนเป็นผลจากหลายปัจจัยรวมกันซึ่งทำให้หนุ่มสาวไม่แต่งงาน ไม่มีบุตร และไม่เลี้ยงดูบุตร เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะทำงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการต่าง ๆ การที่คนรุ่นใหม่น้อย แรงงานก็น้อยลง การพัฒนาอะไรต่างๆ ก็จะน้อยลงตาม อีกทั้งภาครัฐต้องมีรายจ่ายที่ใช้ในการดูแลผู้สูงวัยมากขึ้น มันจึงส่งผลถึงสภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศในอนาคตกันเลยทีเดียว 

สำหรับประเทศไทยเรามีประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ตั้งแต่ปี 2005 ในปี 2022 ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์โดยมีประชากร อายุ60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 และจะเข้าสู่สังคมสูงอายุ ระดับสุดยอดในปี 2031 ซึ่งคาดว่าจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ

ดังนั้นประเทศไทยเราเองเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว เราคงต้องเตรียมวางแผนรับมือก่อนที่ผลกระทบมันจะแสดงผลออกมา เพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้วค่อยหาทางแก้ไขคงไม่ทันการณ์แล้วครับ 

อ้างอิง  Number of births in Japan below 800,000 for first time in 2022 | NHK WORLD-JAPAN News 

ที่มา ; blogdit

 

 

 

สรุปสาระสำคัญ

บทความนี้กล่าวถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดยอธิบายว่าประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปัจจัยด้านการเกิดลดลงและอายุขัยยืนขึ้น ส่งผลให้โลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับที่ 1 และคาดว่าจะเข้าสู่ระดับสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนผ่านรวดเร็วกว่าหลายประเทศ โดยเข้าสู่ระดับที่ 1 ตั้งแต่ปี 2002 และจะเข้าสู่ระดับสูงสุดภายในปี 2035 พร้อมคาดว่าปี 2050 ผู้สูงอายุจะมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร สาเหตุสำคัญมาจากยุค BabyBoomer การศึกษาที่ สูงขึ้น และ การมีบุตร ลดลง รวมถึง ความก้าวหน้า ทางการแพทย์ แม้ประเทศไทย มีจำนวน ผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้น แต่รายได้ เฉลี่ย ยังต่ำ เมื่อเทียบกับ ประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้ ความมั่นคง หลังเกษียณ ยังเป็น ปัญหา อีกทั้ง แรงงาน จำนวนมาก ออกจาก ระบบ ก่อนวัยอันควร ส่งผลต่อ การเติบโต ทางเศรษฐกิจ ภาครัฐ จึงต้อง พิจารณา นโยบาย รองรับ เช่น การขยาย อายุเกษียณ และ การนำเข้า แรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึง ผลกระทบ ทางสังคม ด้วย ตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น สะท้อน วิกฤต อัตราการเกิด ต่ำ และ ผลกระทบ ต่อ โครงสร้าง เศรษฐกิจ ดังนั้น ประเทศไทย ต้องเร่ง เตรียมความพร้อม ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และ นโยบาย สาธารณะ เพื่อรับมือ อนาคต โดยเฉพาะ การวางแผน ระบบสวัสดิการ ผู้สูงอายุ การพัฒนาทักษะแรงงาน และ การเพิ่มผลิตภาพ เพื่อชดเชย แรงงานที่ลดลง นอกจากนี้ การส่งเสริม การเกิด และ สนับสนุนครอบครัว มีบุตร จะช่วย ลดความเสี่ยง ระยะยาว ของโครงสร้างประชากร ภาครัฐ และ เอกชน ควรร่วมมือ ในการสร้าง ระบบเศรษฐกิจ ที่รองรับ สังคมสูงวัย รวมถึง การปรับ อายุเกษียณ ให้เหมาะสม และ การเปิดรับ แรงงานข้ามชาติ อย่างมี การบริหารจัดการ ที่รอบคอบ เพื่อลด ผลกระทบ ต่อ ความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ และ สังคม ในระยะยาว พร้อมทั้ง ส่งเสริม การเรียนรู้ ตลอดชีวิต ให้ประชาชน สามารถ ทำงาน ได้ยาวนานขึ้น และ มีคุณภาพชีวิต ที่ดี ในวัยสูงอายุ อย่างยั่งยืน ซึ่ง จะช่วย ให้ประเทศ สามารถ ปรับตัว ต่อ การเปลี่ยนแปลง ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และ ยั่งยืน ในอนาคต อย่างมั่นคง และ ครอบคลุม ทุกมิติ ของสังคม และเศรษฐกิจ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

สังคมผู้สูงอายุระดับ “Aged Society” หมายถึงข้อใด
ก. ผู้สูงอายุเกิน 7%
ข. ผู้สูงอายุเกิน 14%
ค. ผู้สูงอายุเกิน 20%
ง. ผู้สูงอายุเกิน 30%

เฉลย: ข
เหตุผล: ตามเกณฑ์ UN คือเกิน 14% ของประชากร

 

ข้อ 2

เหตุใดประเทศไทยจึงถูกมองว่ามีการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ “รวดเร็ว”
ก. เพราะมีประชากรลดลงทันที
ข. เพราะอัตราการเกิดเพิ่มขึ้น
ค. เพราะใช้เวลาเปลี่ยนผ่านสั้นกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
ง. เพราะไม่มีแรงงานต่างชาติ

เฉลย: ค
เหตุผล: ไทยใช้เวลาจากระดับ 1 ไป 2 เพียง ~20 ปี เร็วกว่าหลายประเทศ

 

ข้อ 3

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุคือข้อใด
ก. การย้ายถิ่นฐาน
ข. การเกิดเพิ่มขึ้น
ค. การศึกษาลดลง
ง. อัตราการเกิดลดลงและอายุยืนขึ้น

เฉลย: ง
เหตุผล: เป็นปัจจัยหลักจากบทความ (เกิดน้อย + คนอายุยืน)

 

ข้อ 4

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากสังคมผู้สูงอายุคือข้อใด
ก. ผลผลิตเพิ่มขึ้น
ข. แรงงานลดลง
ค. การส่งออกเพิ่มขึ้น
ง. เงินเฟ้อลดลงทันที

เฉลย: ข
เหตุผล: คนวัยทำงานลดลง ทำให้กำลังผลิตลดลง

 

ข้อ 5

แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมของภาครัฐคือข้อใด
ก. ลดการศึกษา
ข. ลดอายุเกษียณลง
ค. เพิ่มแรงงานต่างชาติ
ง. ลดระบบสวัสดิการทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นแนวทางชดเชยแรงงานที่ขาดแคลน

 

ข้อ 6

กรณีประเทศญี่ปุ่นในบทความสะท้อนปัญหาใด
ก. การเติบโตประชากรสูง
ข. อัตราการเกิดต่ำและเข้าสังคมสูงวัย
ค. แรงงานล้นตลาด
ง. การศึกษาไม่พัฒนา

เฉลย: ข
เหตุผล: ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดลดลงและเป็น super-aged society

 

ข้อ 7

การขยายอายุเกษียณส่งผลอย่างไร
ก. ลดแรงงานทันที
ข. เพิ่มเวลาทำงานและรายได้สะสม
ค. ลดประชากรผู้สูงอายุ
ง. ทำให้การเกิดเพิ่มขึ้นทันที

เฉลย: ข
เหตุผล: ทำให้คนทำงานได้นานขึ้นและมีรายได้มากขึ้น

 

ข้อ 8

ปัญหาสำคัญของไทยด้านรายได้เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุคือข้อใด
ก. รายได้สูงกว่าประเทศอื่น
ข. รายได้เฉลี่ยสูงมาก
ค. รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงตนเอง
ง. ไม่มีผลกระทบ

เฉลย: ค
เหตุผล: รายได้เฉลี่ยต่ำ ทำให้พึ่งพาครอบครัว

 

ข้อ 9

โครงสร้างประชากรที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นส่งผลต่อระบบใดมากที่สุด
ก. ระบบคมนาคม
ข. ระบบการศึกษา
ค. ระบบแรงงานและเศรษฐกิจ
ง. ระบบกีฬา

เฉลย: ค
เหตุผล: กระทบกำลังแรงงานและการเติบโตเศรษฐกิจโดยตรง

 

ข้อ 10

แนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานศึกษาในการเตรียมรับสังคมผู้สูงอายุคือข้อใด
ก. ลดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข. เน้นผลิตแรงงานระยะสั้น
ค. ส่งเสริมทักษะใหม่และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. ลดความร่วมมือกับชุมชน

เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องแนวคิดการปรับตัวและเพิ่มศักยภาพแรงงานระยะยาว

 
 

 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น