
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายบุญยัง วังเปรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี นำบัตรเติมน้ำมันรถราชการ (Fleet Card) ของ อบต.หนองขาม เติมรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 151, 157, 269/5 ประกอบมาตรา 269/7 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาว่า นายบุญยัง วังเปรม จำเลย มีความผิดตามกฏหมาย ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม มาตรา 91
จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี 54 เดือน ปรับ 180,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2567 มีมติขอความอนุเคราะห์ให้อัยการสูงสุด (อสส.) อุทธรณ์คำพิพากษาในประเด็นรอการลงโทษจำเลย
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'บุญยัง วังเปรม' อดีตนายก อบต.หนองขาม สุพรรณบุรี นำบัตรน้ำมันราชการเติมรถยนต์ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาลงโทษ 9 กระทง จำคุก 18 ปี 54 เดือน แต่ได้รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 180,000 บาท - ป.ป.ช.ขอ อสส.อุทธรณ์สู้
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
คุก 18 ปี 24 ด.! ไม่รอลงอาญา อดีตท้องถิ่นอุทัยธานี ใช้รถหลวง-บัตรน้ำมันเติมส่วนตัว
ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'กิจชัย กุลสัมฤทธิ์' อดีตท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี นำรถยนต์ส่วนกลางราชการไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว พ่วงใช้บัตรน้ำมันหลวงเติมรถส่วนตัวด้วย ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาลงโทษจำคุก 6 กระทง รวม 18 ปี 24 เดือน ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายกิจชัย กุลสัมฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนแผนพัฒนาท้องถิ่น กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กับพวก นำรถยนต์ส่วนกลางของราชการไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว และนำบัตรน้ำมันของทางราชการไปเติมรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 และ ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาว่า นายกิจชัย กุลสัมฤทธิ์ จำเลย มีความผิดตามกฎหมาย
สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
สำนักข่าวอิศรา รายงานเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ในช่วงเดือนกันยายน 2567 สำนักงาน ป.ป.ช.แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเป็นทางการ ระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนพฤษภาคม 2562 ขณะที่นายกิจชัย กุลสัมฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนแผนพัฒนาท้องถิ่น กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้นำรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ชร 9670 กรุงเทพมหานคร ไปใช้เสมือนเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่ง สำหรับเดินทางไป - กลับ ระหว่างบ้านและที่ทำงาน รวมทั้งมีการนำไปใช้หลังเวลาราชการและวันหยุด และนำไปจอดไว้ที่บ้านพัก โดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับอนุญาตตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2545 และนำบัตรรับน้ำมันของทางราชการไปเติมรถยนต์ส่วนตัว หมายเลขทะเบียน 4ธ 8388 กรุงเทพมหานคร
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม 2568