สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M155_ศธ.เร่งเครื่องปฏิรูปการศึกษาปี 65 ปักธง 5 บิ๊กร็อก

นายสุภัทร  จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปทางการศึกษา ที่มีน..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเมื่อเร็ว  นี้ มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนฯ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดการดำเนินงานต่าง  ก่อนเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯพิจารณา รวมถึงหารือกรณีคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งหมดวาระไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ว่ายังสามารถดำเนินงานได้หรือไม่ โดยให้ยืนตามมติเดิม คือสามารถรักษาการได้จนกว่าจะมีกรรมการชุดใหม่ 

ส่วนการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในปี 2565 นั้น ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือเรื่องดังกล่าว แต่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่กำหนดเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนไว้ 5 เรื่องหรือ 5 บ๊อกร็อก 10 ตัวชี้วัด และต้องแล้วเสร็จภายในปี 2565 ทั้งนี้ซึ่งยอมรับว่าการดำเนินการค่อนข้างล่าช้าด้วยปัจจัยหลายด้าน แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ศธต้องขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบาย

สำหรับ 5 บิ๊กร็อกที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ 

  • 1.การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 
  • 2.การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
  •  3.การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน
  •  4.การจัดการอาชีวศึกษา ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบนำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน และ
  •  5.การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลาง 

ทั้งหมดนี้ ไม่มีผลกระทบต่อวิทยฐานะครูหรือสิทธิประโยชน์ที่ครูจะได้รับ แต่ก็อาจมีผู้ไม่พอใจ เพราะสถานศึกษาและครูต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน เช่น การยกร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่หมายความว่า สถานศึกษาต้องบูรณาการศาสตร์ในการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน ขณะที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ต้องเข้าไปช่วยพัฒนาครูในรูปแบบแอคทีฟเลินนิ่ง เพื่อให้สอดรับกับหลักสูตรการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

ทั้งหมดต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป คงไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนเพราะสุดท้ายหลักสูตรฐานสมรรถนะ ต้องขึ้นอยู่กับสถานศึกษาที่ต้องไปออกแบบการเรียนการสอน ขณะที่ครูเองต้องปรับวิธีการสอน ช่วงแรกอาจมีคนส่วนหนึ่งไม่พอใจบ้าง แต่ก็ต้องเร่งดำเนินการ ส่วนบิ๊กล็กที่ 4 การจัดการอาชีวศึกษาที่เน้นทวิภาคี ให้นักศึกษาอาขีวะไปฝึกปฏิบัติงาน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องตำแหน่งงานในสถานประกอบการที่ต้องประสานความร่วมมือ สถานประกอบการต้องเว้นตำแหน่งว่างเพื่อให้นักศึกษาเข้าไปฝึกงาน ซึ่งต้องขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ดังนั้นจึงค่อยดำเนินการเพราะคงไปได้ค่อนข้างช้า เพราะสภาพเศรษฐกิจเองอาจไม่เอื้ออำนวยให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมทำCSR หรือทำงานเพื่อสังคมได้มากเท่าที่ควร” นายสุภัทร กล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 6 ธันวาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปทางการศึกษา ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน โดยที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนฯ เพื่อกลั่นกรองรายละเอียดการดำเนินงานก่อนเสนอคณะกรรมการหลัก รวมทั้งมีมติให้คณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดที่หมดวาระแล้ว สามารถรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งชุดใหม่ เพื่อไม่ให้การดำเนินงานสะดุด 

สำหรับปี 2565 กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยมีประเด็นเร่งด่วน 5 เรื่อง หรือ “5 บิ๊กล็อก” 10 ตัวชี้วัด ให้แล้วเสร็จภายในปีเดียว แม้ยอมรับว่าการดำเนินการล่าช้า โดย 5 บิ๊กล็อกประกอบด้วย การสร้างโอกาสและความเสมอภาค การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ การปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู การจัดการอาชีวศึกษาที่เน้นทวิภาคี และการปฏิรูประบบวิจัยและธรรมาภิบาลอุดมศึกษา ทั้งนี้ การปฏิรูปไม่กระทบวิทยฐานะครู แต่จำเป็นต้องปรับการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะการบูรณาการและ Active Learning ซึ่งต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้ข้อจำกัดด้านความพร้อมของครู สถานศึกษา และภาคเอกชน

ข้อสอบ

ข้อที่ 1

การให้คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดที่หมดวาระ “รักษาการต่อ” สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจทางการศึกษา
ข. การบริหารความต่อเนื่องของนโยบาย
ค. การลดขั้นตอนการทำงาน
ง. การเพิ่มอำนาจฝ่ายปฏิบัติ

 

ข้อที่ 2

เหตุผลสำคัญที่ทำให้แผนปฏิรูปการศึกษาปี 2565 ต้อง “เร่งดำเนินการ” คือข้อใด
ก. เพื่อรองรับการประเมินวิทยฐานะครู
ข. เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก
ค. เป็นกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในแผนปฏิรูปประเทศ
ง. เป็นข้อเรียกร้องของสถานศึกษา

 

ข้อที่ 3

หากผู้บริหารสถานศึกษาตีความ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ได้อย่างถูกต้อง ควรดำเนินการอย่างไร
ก. รอหลักสูตรกลางที่สมบูรณ์จากส่วนกลาง
ข. บูรณาการศาสตร์และออกแบบการเรียนรู้ตามบริบทผู้เรียน
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียนรายวิชาหลัก
ง. เน้นการทดสอบปลายภาคเป็นหลัก

 

ข้อที่ 4

เหตุใด “บิ๊กล็อกด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี” จึงเป็นประเด็นที่ดำเนินการได้ยาก
ก. ขาดครูอาชีวศึกษา
ข. นักศึกษาไม่ต้องการฝึกงาน
ค. ต้องพึ่งความร่วมมือจากสถานประกอบการและภาวะเศรษฐกิจ
ง. หลักสูตรยังไม่ชัดเจน

 

ข้อที่ 5

แนวทางใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์การปฏิรูปการศึกษาในบทความมากที่สุด
ก. ปรับทุกสถานศึกษาพร้อมกันในระยะสั้น
ข. บังคับใช้รูปแบบการสอนเดียวกันทั่วประเทศ
ค. ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความพร้อม
ง. มุ่งผลลัพธ์เชิงเอกสารเป็นหลัก

 

ข้อที่ 6

การที่กระทรวงศึกษาธิการยอมรับว่าการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาล่าช้า แต่ยังยืนยันต้องเร่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 สะท้อนความท้าทายเชิงนโยบายในมิติใดมากที่สุด

ก. ความขัดแย้งระหว่างคุณภาพกับปริมาณของการปฏิรูป
ข. ความตึงเครียดระหว่างกรอบเวลานโยบายกับความพร้อมเชิงปฏิบัติ
ค. ความไม่ชัดเจนของบทบาทส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ง. ความไม่สอดคล้องระหว่างแผนปฏิรูปกับบริบทสถานศึกษา

 

ข้อที่ 7

การยืนยันว่า “การปฏิรูปไม่กระทบวิทยฐานะหรือสิทธิประโยชน์ของครู” มีนัยสำคัญเชิงการบริหารการเปลี่ยนแปลงในข้อใดมากที่สุด

ก. ลดภาระงานครูในระยะสั้น
ข. สร้างแรงจูงใจทางการเงินให้ครูยอมรับนโยบาย
ค. ลดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
ง. ทำให้การปฏิรูปดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

 

ข้อที่ 8

หากผู้อำนวยการสถานศึกษานำแนวคิด “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ไปใช้แบบสอดคล้องกับบทความมากที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด

ก. การออกแบบการเรียนรู้โดยครูร่วมกันหลายกลุ่มสาระ
ข. การใช้ Active Learning เป็นฐานการจัดการเรียนการสอน
ค. การกำหนดโครงสร้างรายวิชาแบบแยกส่วนตายตัว
ง. การสนับสนุนจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

ข้อที่ 9

จากมุมมองเชิงผู้บริหาร เหตุใด “บิ๊กล็อกด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี” จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและใช้เวลานาน

ก. เป็นเรื่องที่สถานศึกษาควบคุมได้โดยตรง
ข. ขึ้นอยู่กับการปรับหลักสูตรภายในเท่านั้น
ค. ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกระบบการศึกษาเป็นหลัก
ง. เป็นนโยบายที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย

 

ข้อที่ 10

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับ “เจตนารมณ์รวมของ 5 บิ๊กล็อก” มากที่สุด ควรเลือกแนวทางใด

ก. มุ่งปรับโครงสร้างการบริหารก่อนการจัดการเรียนรู้
ข. เริ่มจากการพัฒนาครูและการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นแกน
ค. เร่งดำเนินการทุกบิ๊กล็อกพร้อมกันอย่างเท่าเทียม
ง. รอความชัดเจนจากส่วนกลางก่อนลงมือปฏิบัติ

 

ข้อสอบ Case-based 

สถานการณ์ที่ 1 “เร่งปฏิรูปภายใต้ความไม่พร้อม”

โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ได้รับนโยบายจากสำนักงานเขตให้เร่งขับเคลื่อน หลักสูตรฐานสมรรถนะ ภายในปี 2565 ให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ขณะเดียวกัน

  • ครูส่วนหนึ่งยังไม่เข้าใจแนวคิดฐานสมรรถนะ

  • มีความกังวลว่านโยบายจะกระทบวิทยฐานะ

  • ผู้ปกครองต้องการเห็นผลลัพธ์ผู้เรียนที่ชัดเจนในระยะสั้น

ในฐานะผู้อำนวยการสถานศึกษา ท่านต้องกำหนดทิศทางการดำเนินงาน

 

ข้อ 11
การตัดสินใจใด “สอดคล้องเจตนารมณ์การปฏิรูป” มากที่สุด
ก. สั่งใช้รูปแบบการสอนเดียวกันทั้งโรงเรียน
ข. เริ่มนำร่องบางกลุ่มสาระและขยายผลตามความพร้อม
ค. รอหลักสูตรกลางที่สมบูรณ์จากส่วนกลาง
ง. มอบหมายฝ่ายวิชาการดำเนินการเพียงลำพัง

 

ข้อ 12
การยืนยันว่า “การปฏิรูปไม่กระทบวิทยฐานะครู” ควรถูกใช้เป็นกลยุทธ์ใด
ก. เครื่องมือบังคับให้ครูเปลี่ยนการสอน
ข. กลไกลดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง
ค. เงื่อนไขการประเมินผลการปฏิบัติงาน
ง. ข้อกำหนดทางกฎหมาย

 

ข้อ 13
การจัดการเรียนรู้แบบใดสะท้อน “ฐานสมรรถนะ” มากที่สุด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลัก
ข. สอนเนื้อหาให้ครบตามหลักสูตร
ค. บูรณาการหลายวิชาแก้ปัญหาจริง
ง. เน้นการทดสอบปลายภาค

 

ข้อ 14
ตัวชี้วัดใดเหมาะสมที่สุดในช่วงเริ่มต้นการปฏิรูป
ก. คะแนนสอบมาตรฐาน
ข. จำนวนเอกสารหลักสูตร
ค. การเปลี่ยนวิธีสอนและการสะท้อนผลของครู
ง. อันดับโรงเรียนในเขตพื้นที่

 

ข้อ 15
ความเสี่ยงสำคัญที่สุดหากเร่งปฏิรูปโดยไม่คำนึงถึงความพร้อมคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ครูไม่เข้าอบรม
ค. การปฏิรูปกลายเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์
ง. ผู้ปกครองไม่เข้าใจนโยบาย

 

สถานการณ์ที่ 2 “อาชีวศึกษาทวิภาคี กับปัจจัยนอกการควบคุม”

วิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่เศรษฐกิจซบเซา ได้รับนโยบายให้ขยายการจัดการศึกษาแบบ ทวิภาคี แต่พบว่า

  • สถานประกอบการไม่พร้อมรับนักศึกษา

  • ตำแหน่งฝึกงานมีจำกัด

  • ครูอาชีวะกังวลเรื่องคุณภาพการฝึกจริง

 

ข้อ 16
ปัจจัยใดเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างมากที่สุดต่อการจัดทวิภาคี
ก. หลักสูตรไม่ยืดหยุ่น
ข. ครูขาดประสบการณ์
ค. การพึ่งพาความร่วมมือจากภาคเอกชน
ง. นักศึกษาไม่สนใจฝึกงาน

 

ข้อ 17
บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. บังคับสถานประกอบการรับนักศึกษา
ข. ชะลอโครงการทั้งหมด
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาว
ง. ปรับการเรียนให้เป็นทฤษฎีทั้งหมด

 

ข้อ 18
เหตุใดการดำเนินการด้านทวิภาคีจึงต้อง “ค่อยเป็นค่อยไป”
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ต้องรอคำสั่งส่วนกลาง
ค. ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน
ง. หลักสูตรยังไม่เสร็จ

 

ข้อ 19
ตัวชี้วัดความสำเร็จที่เหมาะสมที่สุดของทวิภาคีคือข้อใด
ก. จำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วม
ข. จำนวนสถานประกอบการ
ค. ความสามารถในการทำงานจริงของผู้เรียน
ง. ผลประเมินภายนอก

 

ข้อ 20
การดำเนินการใด “ขัดเจตนารมณ์” บิ๊กล็อกอาชีวศึกษามากที่สุด
ก. ปรับหลักสูตรตามสถานประกอบการ
ข. เน้นการฝึกปฏิบัติจริง
ค. จัดทวิภาคีเชิงเอกสารโดยไม่มีงานจริง
ง. ประสานภาคเอกชนระยะยาว

 

สถานการณ์ที่ 3 “บริหารการปฏิรูปทั้งระบบ”

ผู้บริหารต้องวางแผนขับเคลื่อน 5 บิ๊กล็อก ภายในโรงเรียนเดียว ภายใต้ข้อจำกัดด้านบุคลากร เวลา และความเข้าใจของครู

 

ข้อ 21
การจัดลำดับการดำเนินงานใดเหมาะสมที่สุด
ก. ทำทุกบิ๊กล็อกพร้อมกัน
ข. เลือกเฉพาะที่ทำง่ายก่อน
ค. เริ่มจากการพัฒนาครูและผู้เรียนเป็นแกน
ง. รอคำสั่งส่วนกลาง

 

ข้อ 22
บทบาทผู้นำที่สอดคล้องกับการปฏิรูปมากที่สุดคือข้อใด
ก. ผู้ควบคุมมาตรฐาน
ข. ผู้จัดการเอกสาร
ค. ผู้นำการเรียนรู้ขององค์กร
ง. ผู้บังคับบัญชา

 

ข้อ 23
การสื่อสารเชิงนโยบายใดช่วยลดแรงต้านได้ดีที่สุด
ก. เน้นคำสั่งและกรอบเวลา
ข. เน้นผลประโยชน์ระยะสั้น
ค. เน้นเป้าหมายร่วมและความหมายของการเปลี่ยนแปลง
ง. เน้นบทลงโทษ

 

ข้อ 24
ตัวชี้วัดใดสะท้อนความสำเร็จเชิงระบบมากที่สุด
ก. จำนวนโครงการ
ข. เอกสารครบถ้วน
ค. การเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของผู้เรียน
ง. ระดับความพึงพอใจ

 

ข้อ 25
ความล้มเหลวเชิงนโยบายที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือข้อใด
ก. ดำเนินการช้า
ข. ขาดงบประมาณ
ค. ปฏิรูปโดยไม่เปลี่ยนการปฏิบัติจริง
ง. ขาดการประชาสัมพันธ์

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม