สมาชิกเข้าสู่ระบบ

“โควิด-19” ออกจากโรคติดต่ออันตรายสู่โรคติดต่อเฝ้าระวัง

วันที่ 20 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2565

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ทั่วโลก มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตลดลง รวมถึงการแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคในท้องที่นอกราชอาณาจักรมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน

ประกอบกับจำนวนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในราชอาณาจักรมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และประชาชนในราชอาณาจักรได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในระดับความครอบคลุมสูง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น เพื่อให้มาตรการทางกฎหมายสอดคล้องกับการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ในราชอาณาจักรและมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงเห็นสมควรยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 เพื่อประโยชน์และความเหมาะสมในการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดต่อ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงออกประกาศยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563

 

ปลดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

ส่วนประกาศกระทรวงสาธารณสุขอีกฉบับระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดต่ออาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565

โดยให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (57) ของข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง พ.ศ. 2562 “(57) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต”

ครม.ไฟเขียว ปลดโควิด-19 ออกจากโรคต้องห้ามเข้าประเทศ

วันเดียวกัน (20 ก.ย. 2565)  ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร หรือเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎกระทรวงกำหนดโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวฯ พ.ศ. 2563 โดยยกเลิกโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ออกจากการเป็นโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12 (4) หรือเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 44 (2) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข สั่งยกเลิกโรคโควิด-19 ออกจากโรคติดต่ออันตราย เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป หลังสถานการณ์การระบาดทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง รวมถึงจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตก็ลดลงตามลำดับ ขณะที่วัคซีนในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 กันยายน 2565

 

เกี่ยวข้องกัน

ครม.เพิ่มโรคจิต-อารมณ์ผิดปกติ ห้ามรับราชการพลเรือน

วันที่ 20 กันยายน 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอ ร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรคฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553 ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน

ในการแก้ไขครั้งนี้ ได้ยกเลิก “โรควัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ” ออกจากลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน เนื่องจากโรควัณโรคมีแนวโน้มที่ลดลงและใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2 สัปดาห์ ก็สามารถหายได้

น.ส.รัชดากล่าวว่า พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มโรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่มีอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรังและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ เป็นลักษณะต้องห้ามด้วย ส่วนโรคอื่น ๆ ยังคงกำหนดเป็นลักษณะต้องห้ามตามเดิม ได้แก่ 1.โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม 2.โรคติดยาเสพติดให้โทษ 3.โรคพิษสุราเรื้อรัง และ 4.โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรัง ที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ทั้งนี้ มีผลนับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ครม.เห็นชอบแก้กฎ ก.พ. “เพิ่มโรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ” เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะรับราชการพลเรือน

 

ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 กันยายน 2565

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงการปรับสถานะโรคโควิด-19 และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศยกเลิกการจัดให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากสถานการณ์การระบาดทั่วโลกมีแนวโน้มดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงและผู้เสียชีวิตลดลง และประชาชนได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุม ทำให้มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น จึงปรับให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังแทน เพื่อให้มาตรการทางกฎหมายสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังคงสามารถเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคได้อย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ยังยกเลิกโควิด-19 ออกจากบัญชีโรคต้องห้ามของคนต่างด้าวในการเข้าประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี โดยให้มีผลตามประกาศราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้คณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบ ปรับปรุงกฎ ก.พ. สำหรับผู้สมัครเข้ารับราชการ โดยยกเลิกวัณโรคระยะไม่แพร่เชื้อจากลักษณะต้องห้าม และเพิ่มโรคจิต หรือโรคอารมณ์ผิดปกติที่รุนแรงเป็นข้อห้าม เนื่องจากอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ทั้งหมดสะท้อนการปรับนโยบายด้านสาธารณสุขและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โรคในปัจจุบัน โดยมีผลบังคับใช้ตามช่วงเวลาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ยกเลิกโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตรายคือข้อใด
ก. ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อแล้ว
ข. วัคซีนไม่เพียงพอ
ค. อัตราป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลดลง
ง. องค์การอนามัยโลกสั่งยกเลิก

เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุว่าความรุนแรงและการเสียชีวิตลดลง พร้อมภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น

 

ข้อ 2

โควิด-19 ถูกปรับสถานะเป็นโรคประเภทใด
ก. โรคติดต่อร้ายแรง
ข. โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
ค. โรคไม่ติดต่อ
ง. โรคห้ามเข้าประเทศ

เฉลย: ข
เหตุผล: กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็น “โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง”

 

ข้อ 3

การยกเลิกโควิด-19 ออกจากโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวมีผลอย่างไร
ก. ห้ามคนต่างด้าวเข้าประเทศต่อ
ข. ผ่อนคลายการเข้าประเทศ
ค. เพิ่มการกักตัว 30 วัน
ง. ยกเลิกวีซ่าทั้งหมด

เฉลย: ข
เหตุผล: การยกเลิกทำให้มาตรการเข้าประเทศผ่อนคลายลง

 

ข้อ 4

หน่วยงานใดมีบทบาทให้คำแนะนำในการออกประกาศ
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ
ค. กระทรวงศึกษาธิการ
ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เฉลย: ข
เหตุผล: ประกาศออกโดยรัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ

 

ข้อ 5

กฎหมายที่ใช้เป็นฐานในการออกประกาศคือข้อใด
ก. พระราชบัญญัติการศึกษา
ข. พระราชบัญญัติควบคุมอาหาร
ค. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
ง. พระราชบัญญัติแรงงาน

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นอำนาจตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558

 

ข้อ 6

โรคใดถูกยกเลิกออกจากลักษณะต้องห้ามของข้าราชการ
ก. โรคเบาหวาน
ข. วัณโรคระยะไม่แพร่เชื้อ
ค. โรคเอดส์
ง. โรคหัวใจ

เฉลย: ข
เหตุผล: เนื่องจากรักษาได้และความเสี่ยงลดลง

 

ข้อ 7

โรคใดที่ถูกเพิ่มเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้เข้ารับราชการ
ก. โรคภูมิแพ้
ข. โรคไมเกรน
ค. โรคจิตหรืออารมณ์ผิดปกติรุนแรง
ง. โรคกระเพาะ

เฉลย: ค
เหตุผล: เพราะอาจกระทบต่อการปฏิบัติงาน

 

ข้อ 8

แนวคิดสำคัญของการปรับกฎหมายครั้งนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มความเข้มงวดทุกด้าน
ข. สอดคล้องสถานการณ์โรคปัจจุบัน
ค. ลดบทบาทภาครัฐ
ง. เน้นเศรษฐกิจมากกว่าสุขภาพ

เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อให้กฎหมายเหมาะสมกับสถานการณ์จริง

 

ข้อ 9

ผลของการปรับสถานะโรคส่งผลต่อระบบใดมากที่สุด
ก. ระบบการศึกษา
ข. ระบบสาธารณสุขและบริหารราชการ
ค. ระบบการเงิน
ง. ระบบคมนาคม

เฉลย: ข
เหตุผล: เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคและการบริหารบุคลากรรัฐ

 

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อน “การตัดสินใจเชิงนโยบายสาธารณสุข” ได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มโทษผู้ป่วย
ข. ปิดประเทศถาวร
ค. ปรับจากโรคอันตรายเป็นโรคเฝ้าระวัง
ง. ยกเลิกระบบวัคซีน

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการปรับระดับความรุนแรงของโรคตามข้อมูลเชิงประจักษ์

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น