
จากกรณีที่ 6 นักฟุตบอลโรงเรียนดัง ในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี รุมขืนใจ 2 เด็กหญิงม.1 โรงเรียนเดียวกันในหอพักนักกีฬาในโรงเรียน เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีการถ่ายคลิปแบล็กเมล์พร้อมส่งเข้ากลุ่มเด็กในโรงเรียน จนต่อมาผู้ปกครอง 2 เด็กหญิงได้ขึ้นโรงพักแจ้งความและร้องเรียนมายังเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้ช่วยเหลือเนื่องจากเกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และต่อมาทางเจ้าของเพจสายไหมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น
ทั้งนี้นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของตนและทีมงาน เดินทางลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี กรณีทางเพจได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ จากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 คน โรงเรียนมัธยมชื่อดังในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
นายเอกภพ กล่าวว่า นอกจากหารือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีแล้ว ยังได้มีการพูดคุยกับทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี (สพม.กาญจนบุรี) ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ได้มีการสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน พร้อมอนุญาตให้เด็กที่ได้รับผลกระทบสามารถหยุดเรียนได้ 3 วันโดยจะจัดนักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุยกับทางเด็กที่ได้รับผลกระทบด้วย ในส่วนของห้องพักนักกีฬาฟุตบอลของทางโรงเรียน จะต้องมีการหารือกันต่อไปว่าจะให้มีอยู่หรือยกเลิก พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขต พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 7 วัน
นายเอกภพกล่าวว่า ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากจะได้สอบปากคำและดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กนักเรียนชายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุจำนวน 6 คนแล้ว ยังจะได้มีการสอบสวนขยายผลว่ามีผู้อื่นร่วมลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยหรือไม่หากพบว่ามีก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้จะได้ขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่มีการแชร์หรือส่งต่อคลิปวิดีโอที่กลุ่มเด็กนักเรียนชายผู้ก่อเหตุถ่ายและส่งต่อกันตามกฎหมายด้วย
ล่าสุดเพื่อนรุ่นพี่รายหนึ่ง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองได้เรียนอยู่ในห้องเกิดเหตุด้วย โดยเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองไม่คิดว่าน่าจะเป็นได้ เนื่องจากในขณะเกิดเหตุการณ์ ตนเองซึ่งนั่งเรียนออนไลน์อยู่ไม่ได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้น มาทราบเรื่องอีกครั้งเมื่อมีข่าวในช่วงเช้าของวันนี้ 25 ส.ค.67 นี้เอง ว่าเกิดเหตุการณ์นี้ภายในห้องนอนแห่งนี้ เพื่อนรายนี้ย้ำว่าไม่น่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้
เขตพท.ที่การศึกษา ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง ปม 6 นักบอลรุมโทรม 2 เด็กหญิง ม.1 จบใน 7 วัน พร้อมย้ายผอ.ออกนอกพท
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 สิงหาคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
สลด! 6 นักบอลร.ร.ดัง รุมโทรม 2 เด็กหญิง ม.1 คาหอพักนักกีฬาโรงเรียน แถมถ่ายคลิปแบล็กเมล์อีก
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน เดินทางลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี กรณีทางเพจได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ จากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 คน โรงเรียนมัธยมชื่อดังในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าเด็กหญิงทั้งสองคน ถูกรุ่นพี่จำนวน 6 คน ซึ่งเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน ล่อลวงไปทำร้ายร่างกายและร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอแบล็กเมล์ โดยเหตุเกิดที่ห้องพักนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน อยู่ติดกับโรงอาหารช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้ปกครองทราบโร่แจ้งความ และร้องไปยังเขตสายไหมช่วย ขอให้ลากตัวกลุ่มเพื่อนนักเรียนมาลงโทษ โดยบอกว่าทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ดังกล่าวขอเอาเรื่องถึงที่สุด ไม่มียอมความใดๆ
นายเอกภพ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนมัธยมชื่อดังในพื้นที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่า ลูกสาวของตน และเพื่อนซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนดังกล่าว ถูกรุ่นพี่ในโรงเรียนล่อลวงไปทำร้ายร่างกายและร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย ของวันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยสถานที่เกิดเหตุอยู่บริเวณห้องพักภายในโรงเรียน พื้นที่ของโรงอาหารซึ่งมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากทางตนเองได้ทราบเรื่อง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่โรงเรียนที่เกิดเหตุในวันนี้
นายเอกภพกล่าวว่า จากการพูดคุยสอบถามข้อมูลกับทางผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีทราบว่า ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเย็นของวันเสาร์ ที่ผ่านมา และทางตำรวจได้ทำการสืบสวน จนทราบว่าเบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนเดียวกันจำนวน 6 คน อายุน้อยที่สุดคือ 11 ปี และมากสุดคือ 15 ปี โดยในวันจันทร์ที่จะถึงนี้จะได้มีการนำเด็กนักเรียนชายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน ไปสอบปากคำร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี
นายเอกภพ ยังได้กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเองยังรู้สึกแปลกใจก็คือ เหตุใดทางโรงเรียนจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้ ทั้งที่ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงกลางวันแสกๆ มีนักเรียน เดินไปมาอยู่ทั่วไปหมด แต่กลับเกิดเหตุการณ์ ที่กลุ่มเด็กนักเรียนชาย 6 คนร่วมกันทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเรา อีกทั้งยังถ่ายคลิปช่วงเกิดเหตุกับเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคน และมีการส่งต่อกันภายในกลุ่มผู้ก่อเหตุและเด็กนักเรียนด้วย ตนเองจึงอยากฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ตรวจสอบ ระบบ ความปลอดภัยภายในโรงเรียนแห่งนี้ และช่วยตรวจสอบให้ละเอียดด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นครั้งแรกหรือเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนหรือไม่
พร้อมกันนี้ นายเอกภพยังได้ฝากไปถึงผู้ที่มีการส่งต่อหรือแชร์คลิป ที่ทางกลุ่มเด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุบันทึก เหตุการณ์ช่วงก่อเหตุเอาไว้ ว่าผู้ที่มีการแชร์หรือส่งต่อคลิปดังกล่าว จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย
ขณะที่ด้านผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงซึ่งเป็นผู้เสียหาย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองทราบเรื่องดังกล่าว จากญาติซึ่งมาบอกให้ทราบอีกทีเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงได้กลับไปสอบถามกับทางลูกสาวของตน จนทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความจริง โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย ของวันศุกร์ที่ผ่านมา ภายในห้องพักของนักกีฬาฟุตบอลโรงเรียน หลังทราบเรื่องทางโรงเรียนได้มีการติดต่อเพื่อให้เข้ามาเจรจาพูดคุยกันในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
แต่ตนไม่รอและได้ร้องเรียนไปยังเพจสายไหมต้องรอดพร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนถึงขณะนี้ ลูกสาวของตน ยังคงอยู่ในสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ไม่พร้อมที่จะพูดคุยใดๆ ตนเองตั้งใจที่จะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุดเพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังรู้สึกแย่กับทางโรงเรียน ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หลังจากนี้ก็จะให้ลูกสาวของตนลาออกจากโรงเรียนและย้ายไปเรียนที่อื่น
ทั้งนี้หลังเดินทางมาถึงสถานีตำรวจภูธรท่าเรือ นายเอกภพได้พาผู้ปกครองของเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคน เข้าไปพูดคุยกับรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าเรือ ถึงความกังวล ว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมของผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิงผู้เสียหายทั้งสองคน โดยทางตำรวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเด็กผู้เสียหายทั้งสองคนอย่างแน่นอน
จากนั้น จึงได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อไปดูบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องเรียนมัลติมีเดีย แต่ในปัจจุบัน ถูกใช้เป็นห้องพักชั่วคราว ของนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน โดยห้องดังกล่าวอยู่ติดกับ อาคารโรงอาหารของทางโรงเรียน ซึ่งในแต่ละวัน มีผู้คนเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน ภายในห้องพัก มีที่นอน และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าของกลุ่มนักกีฬาฟุตบอลวางเรียงรายอยู่ แต่ไม่พบกลุ่มนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนเนื่องจากเดินทางกลับบ้านช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
ขณะที่โค้ชทีมฟุตบอลโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลุ่มเด็กนักเรียนชายผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า สถานที่เกิดเหตุ เป็นหอพักชั่วคราว ของนักกีฬาฟุตบอลชายของโรงเรียน มีเด็กนักเรียนซึ่งเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนอาศัยอยู่รวมกันจำนวน 35 คน โดยในวันเกิดเหตุ ถึงแม้จะเป็นวันศุกร์ แต่เป็นวันที่ทางโรงเรียนไม่มีการเรียนการสอนและจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เนื่องจาก มีทางโรงเรียนขนาดเล็กมาขอใช้สถานที่ภายในโรงเรียนเพื่อจัดการแข่งขันกีฬาภายใน ทางคณะครูของโรงเรียนจึงได้ไปช่วยจัดการแข่งขันกีฬาภายในให้กับทางโรงเรียนที่มาขอใช้สถานที่ ในหอพักชั่วคราวจึงมีเพียงกลุ่มเด็กนักเรียนชายซึ่งเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนอยู่รวมกันทั้งหมด
ทางโค้ชทีมฟุตบอล ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดบริเวณหอพักชั่วคราว ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ พบว่าเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคนเดินเข้ามาภายในหอพักเอง โดยไม่ได้ถูกบีบบังคับหรือถูกฉุดกระชากเข้ามาแต่อย่างใด อีกทั้งในช่วงก่อเหตุ เด็กนักเรียนซึ่งเป็นนักกีฬาฟุตบอลของทางโรงเรียน และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ยืนยันว่าไม่ได้ยินเสียงร้องหรือการต่อสู้ขัดขืนใดๆ จากทางฝ่ายนักเรียนหญิงทั้งสองคน จึงไม่รู้ว่ามีการก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเรากันเกิดขึ้น เด็กบางคนเห็นเพียงว่ามีการใช้ผ้าห่มคลุมโปง คล้ายลักษณะเล่นกัน จึงไม่รู้ว่าเป็นการก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเรา
หลังลงพื้นที่ดูสถานที่บริเวณจุดเกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว นายเอกภพ ได้มีการพูดคุยกับทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ได้มีการสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน พร้อมอนุญาตให้เด็กที่ได้รับผลกระทบสามารถหยุดเรียนได้ 3 วันโดยจะจัดนักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุยกับทางเด็กที่ได้รับผลกระทบด้วย ในส่วนของห้องพักนักกีฬาฟุตบอลของทางโรงเรียน จะต้องมีการหารือกันต่อไปว่าจะให้มีอยู่หรือยกเลิก พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขต พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 7 วัน
ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากจะได้สอบปากคำและดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กนักเรียนชายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุจำนวน 6 คนแล้ว ยังจะได้มีการสอบสวนขยายผลว่ามีผู้อื่นร่วมลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยหรือไม่หากพบว่ามีก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้จะได้ขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่มีการแชร์หรือส่งต่อคลิปวิดีโอที่กลุ่มเด็กนักเรียนชายผู้ก่อเหตุถ่ายและส่งต่อกันตามกฎหมายด้วย
ล่าสุดเพื่อนรุ่นพี่รายหนึ่ง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองได้เรียนอยู่ในห้องเกิดเหตุด้วย โดยเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองไม่คิดว่าน่าจะเป็นได้ เนื่องจากในขณะเกิดเหตุการณ์ ตนเองซึ่งนั่งเรียนออนไลน์อยู่ไม่ได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้น มาทราบเรื่องอีกครั้งเมื่อมีข่าวในช่วงเช้าของวันนี้ 25 ส.ค.67 นี้เอง ว่าเกิดเหตุการณ์นี้ภายในห้องนอนแห่งนี้ เพื่อนรายนี้ย้ำว่าไม่น่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 25 สิงหาคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
สพฐ. เร่งสอบเหตุ 2 นักเรียนหญิง ถูก 6 นักเรียนชายรุมโทรม ย้ำติดตามดำเนินคดีถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ประสานข้อมูลร่วมกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด กรณีมีเหตุนักเรียนหญิง 2 คน ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ถูกนักเรียนชายในโรงเรียนกระทำชำเรา จึงได้มอบหมายให้ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายตฤณ ก้านดอกไม้ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี โดยได้ลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าวเพื่อติดตามความคืบหน้า พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของนักเรียนหญิงคนที่หนึ่ง ซึ่งขณะนี้นักเรียนยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ และเยี่ยมให้กำลังใจนักเรียนหญิงผู้เสียหายอีกคนหนึ่งและครอบครัวด้วย
ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการในเบื้องต้น สพม.กาญจนบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนมาปฏิบัติหน้าที่ที่ สพม.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป เพื่อเปิดทางให้การสืบสวนในโรงเรียนเป็นไปอย่างสะดวก ปรากฏข้อเท็จจริง และป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล หลักฐาน และเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนผู้เสียหาย
ในส่วนของคดีความนั้น ได้มอบหมายให้ ผอ.สพม.กาญจนบุรี และนิติกร ติดตามคดีความและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้นักจิตวิทยาโรงเรียนประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประสานงานร่วมกับครูที่ปรึกษาในการเข้าพบนักเรียนเพื่อพูดคุย ดูแลเยียวยาสภาพจิตใจ พร้อมติดตามความคืบหน้าร่วมกับครูที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ให้นักเรียนสามารถใช้ชีวิตทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาได้อย่างมีความสุขและความปลอดภัยต่อไป
“ทั้งนี้ ผอ.ศสป.สพฐ.ได้นำความห่วงใยของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะทำงาน รมว.ศธ. รวมถึงเลขาธิการ กพฐ. และรองเลขาธิการ กพฐ.ทุกคนส่งถึงนักเรียนผู้เสียหายและครอบครัว และได้มอบเงินช่วยเหลือในนาม สพฐ.ให้กับนักเรียนและครอบครัวทั้ง 2 ราย โดยขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามเรื่องคดีความอย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำว่าโรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยสูงสุดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ต้องไม่มีการกลั่นแกล้งรังแกกัน หรือล่วงละเมิดในทุกกรณี
ทั้งนี้หากผู้ปกครอง หรือประชาชนทั่วไป พบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ หรือเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยใดๆ ต่อบุตรหลานและเด็กนักเรียน สามารถแจ้งเหตุเข้ามาได้ที่ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ศสป.สพท.) ทุกเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ หรือแจ้งเหตุมาได้ที่ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศสป.สพฐ.) โทร 0-2123-8789 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์