สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ทำสมาธิ เคล็ดลับสร้างความฉลาดทางอารมณ์ เอาชนะทุกปัญหา

 บทความโดย  Praornpit Katchwattana 

ดร.โคลอี คาร์ไมเคิล (Chloe Carmichael) นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบอนุญาต ในนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกา อธิบายไว้ชัดเจนว่า “การทำสมาธิสามารถปรับปรุงคุณภาพความคิดและอารมณ์ได้ กลุ่มคนที่ฝึก “นั่งสมาธิ” เป็นประจำ พวกเขามักจะจัดการกับความวิตกกังวลได้แตกต่างจากคนทั่วไป โดยความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่ง คือ พวกเขามักจะรู้วิธีเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นแหล่งพลังงาน แทนที่จะมองว่ามันเป็นอุปสรรคเพียงอย่างเดียว” 

คำกล่าวนี้ได้รับการยืนยันแล้ว ผ่านคำให้สัมภาษณ์ของนักธุรกิจระดับโลก ที่อยู่ในฐานะ “มหาเศรษฐี” อย่าง บิล เกตส์ (Bill Gates) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) ผู้ก่อตั้ง Virgin Group และ แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น X มหาเศรษฐีทั้ง 3 ท่าน กล่าวตรงกันว่าการ นั่งสมาธิ” เป็นประจำ ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา 

บิล เกตส์ ชี้การนั่งสมาธิ เป็นการออกกำลังกายทางใจ เมื่อใจสงบ ปัญญาเกิด ธุรกิจก็ผ่านฉลุย

สำหรับนักธุรกิจระดับโลกท่านแรก ที่ออกมาให้สัมภาษณ์หลายครั้งเกี่ยวกับการ นั่งสมาธิ มีส่วนในการช่วย “ออกกำลังกายจิตใจ” ทำให้เขาสามารถเข้าถึงสติและปัญญาในการแก้ปัญหา ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต คือ บิล เกตส์ 

โดยในบทความที่เผยแพร่ใน Facebook : หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ – สวนโมกข์กรุงเทพ ได้ให้ข้อมูลการปรับใช้การ นั่งสมาธิ นำทางพาความสำเร็จในชีวิตให้กับ บิล เกตส์ ไว้ว่า

บิล เกตส์ หยุดฟังเพลงและดูทีวีในช่วงอายุ 20 ปี เขาเชื่อว่ามันทำให้เขาเสียสมาธิสำหรบการคิดพัฒนาซอฟต์แวร์ เขาทำอย่างนั้นอยู่ 5 ปี แต่ตอนนี้เขาชอบดูทีวีมากและไม่ได้มีปัญหากับการทำงาน

เขาเคยเชื่อว่าการไม่ดูหนัง ฟังเพลงจะช่วยให้เขาสามารถโฟกัสกับงานได้ ตอนนั้นเขารู้ว่ามีคนใช้การฝึกสมาธิเพื่อให้ได้ผลอย่างเดียวกัน แต่เขาไม่ได้สนใจ รู้สึกว่ามันยากและมีอคติกับมัน 

ปัจจุบันเขาทำสมาธิเจริญสติ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมันได้ผลดีกับชีวิตของเขา ทำให้เขารู้เท่าทันความคิดที่เกิดขึ้น สามารถเว้นระยะห่างจากความคิดและปล่อยมันได้ง่าย 

ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์เริ่มหันมาสนใจการ “นั่งสมาธิ” จนกลายเป็นนิสัยมาตั้งแต่ ปี 2018 แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าการฝึกสมาธิเป็นสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเขา แต่ต่อมาเขากลายเป็นผู้ที่หลงใหลและเชื่อมั่นในกิจกรรมการนั่งสมาธิ เขายอมรับว่ามันช่วยให้เขาคิดสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

บิล เกตส์ บอกว่า การทำสมาธิเป็นการออกกำลังกายทางจิตใจ ซึ่งสำคัญพอๆ กับการออกกำลังกายทางร่างกาย สำหรับเขามันไม่เกี่ยวอะไรกับศาสนาหรือเรื่องเวทมนตร์ แต่มันเกี่ยวกับการสละเวลาไม่กี่นาทีในแต่ละวัน เพื่อใส่ใจและเท่าทันความคิดในหัว และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางหรืออยู่ห่างจากความคิดเหล่านั้น 

บิล ได้คำแนะนำการฝึกสติจาก HeadSpace app และเขาแนะนำหนังสือ The Headspace Guide to Meditation and Mindfulness สำหรับผู้ที่สนใจ 

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ คือ Andy Puddicombe เขาบวชและเดินทางไปฝึกสติในหลายสำนักในหลายประเทศ เช่น อินเดีย เนปาล พม่า ไทย แต่เขาไม่ชอบประสบการณ์ในการบวช หลังจาก 10 ปีผ่านไป เขาจึงเลิก

เขาอยากที่จะใช้ชีวิตในโลกอย่างเต็มที่ แทนที่จะปลีกตัวไปนั่งภาวนาอยู่ในที่ห่างไกล เขาจึงกลายมาเป็นตัวตลกในคณะละครสัตว์! 

ระหว่างนั้นเขาฝึกเจริญสติ เพื่อลดความเครียดในการทำงานและเรื่องอื่นในชีวิต สามปีต่อมา เขาได้สร้าง HeadSpace เพื่อนำเทคนิคการทำสมาธิและฝึกสติไปสู่คนหมู่มาก เขาเชื่อว่ามันคือทักษะที่ทุกคนควรมีควรใช้ในชีวิตประจำวัน 

เกตต์และภรรยาชื่นชมผลงานของแอนดี้มาก จึงขอให้เขามาสอนการทำสมาธิให้กับครอบครัว เกตต์ว่า เขาไม่แน่ใจว่าการทำสมาธิจะช่วยให้เขาสามารถทำงานอย่างจดจ่อหรือไม่ 

ในช่วงชีวิตแรกๆ ของเขาที่ไมโครซอฟต์เพราะเขาไม่ได้ใช้มัน แต่ตอนนี้เขาแต่งงาน มีลูกสามคน และมีความสนใจในหลายเรื่อง ทั้งการงาน งานการกุศล การฝึกสติช่วยให้เขาสามารถโฟกัสได้ดีขึ้น และช่วยให้ผมเว้นระยะห่างกับความคิดที่เกิดขึ้นและจัดการมันได้ง่ายขึ้น 

และยังมีนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีอีก 2 คน คือ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ที่บอกว่าเขามีความหลงใหลกับกิจวัตรยามเช้าของเขาที่เริ่มต้นตั้งแต่ตี 5 ในแต่ละวัน ด้วยการออกกำลังกายและการนั่งสมาธิ ในช่วงแรกๆ เขายอมรับว่าตัวเองยังใหม่กับการทำสมาธิ แต่แซม ลูกชายของเขาฝึกฝนมันเป็นประจำ ทำให้เขาหันมาทำสมาธิอย่างจริงจัง อีกทั้งเขาเชื่อมั่นอย่างมากในประโยชน์ของการดูแลจิตใจผ่านการทำสมาธิ โดยเขาเริ่มฝึกทำสมาธิมาตั้งแต่ช่วงปี 2017-2018

ด้าน แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น X เขามีกิจวัตรตอนเช้าที่เข้มงวดเริ่มตั้งแต่ตี 5 ซึ่งรวมถึงการทำ IF การเดินวันละห้าไมล์ และอาบน้ำเย็น แต่ก่อนอื่น เขาอุทิศเวลาให้กับการทำสมาธิเป็นเวลา 1 ชั่วโมงในตอนเช้า และอีก 1 ชั่วโมงในตอนกลางวัน 

เขาอธิบายว่าการทำสมาธิทำให้เขามีความชัดเจนทางจิตมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยเขาฝึกทำสมาธในเชิงลึกที่เรียกว่า การทำสมาธิแบบวิปัสสนา” ซึ่งเป็นเทคนิคของนักบวชและผู้ที่ศรัทธาในหลักศาสนาพุทธอย่างลึกซึ้ง โดยเน้นการทำสมาธิในความเงียบและทำจิตให้ปล่อยวาง (การฝึกใจให้ไม่ตัดสิน) ซึ่งค้นพบว่า การทำสมาธิมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เขามีสติท่ามกลางความเครียดในขณะทำงาน

 

นั่งสมาธิ ผลดีที่เกิดที่เกิดขึ้นจริง ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ 

ดร.โคลอี เปิดเผยเพิ่มเติมในฐานะนนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญว่า ประโยชน์ของการทำสมาธิในแง่จิตวิทยา คือ การนั่งสมาธิเป็นการออกกำลังกายทางจิต หากฝึกทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (5-10 นาทีต่อวัน) จะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติที่เราทุกคนต้องการ เช่น เพิ่มโฟกัสต่อสิ่งต่างๆ, มีทัศนคติที่ดี (รู้สึกขอบคุณ) ต่อสิ่งต่างๆ, ปรับปรุงการเชื่อมโยงกับผู้คน, ปรับปรุงการตระหนักรู้ทางอารมณ์ และความฉลาดทางอารมณ์ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่จะเพิ่มความได้เปรียบของคุณ ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การเข้าสังคม และหน้าที่การงาน

ส่วนประโยชน์ในแง่วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพร่างกาย มีข้อมูลจากหลากหลายงานวิจัยพบว่า การทำสมาธิและการเจริญสติ สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น สามารถลดความดันโลหิต เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และเชื่อมโยงส่วนสำคัญของสมองที่เกี่ยวข้องกับความสนใจ การตระหนักรู้ในตนเอง ความเห็นอกเห็นใจ และช่วยลดความเครียด เป็นต้น 

ขณะที่งานวิจัยจาก ศูนย์สุขภาพจิตเซี่ยงไฮ้ ของโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร General Psychiatry รายงานผ่านสำนักข่าวเดอะการ์เดียนไว้ว่า 

การฝึกสมาธิอาจช่วยให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้นด้วย โดยทีมวิจัยได้ทำการศึกษาจากกลุ่มทดลองที่เป็นพระสงฆ์ทิเบต 37 รูปจากวัด 3 แห่ง และชาวฆราวาส 19 คนในพื้นที่ใกล้เคียง พวกเขาค้นพบว่า การทำสมาธิในระดับลึกที่กระทำเป็นเวลาหลายปี สามารถช่วยควบคุมไมโครไบโอม (จุลินทรีย์ที่ดี) ในลำไส้ได้ เพราะไมโครไบโอมในลำไส้ของคนเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และโรคหลอดเลือดหัวใจ และสามารถเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้” 

โดยรวมแล้ว ผลลัพธ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการทำสมาธิมีบทบาทเชิงบวกต่อสภาวะทางจิตและความเป็นอยู่ที่ดี และลดความเสี่ยงการเกิดโรค อาการเจ็บป่วยทั้งทางกายและทางจิตใจด้วย” 

ดังนั้น การ “นั่งสมาธิ” ไม่มีข้อเสียใดๆ เลยนอกจากเรื่องที่ต้องสละเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีต่อวันในการปฏิบัติ โดยทั่วไปการทำสมาธิเกี่ยวข้องกับการทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง และบางครั้งก็เพ่งความสนใจไปที่จังหวะการหายใจเข้า-ออก หรือการสวดมนต์ ปล่อยให้ความคับข้องใจในชีวิตประจำวันเลือนหายไป และแทนที่ด้วยการมีสติอยู่กับปัจจุบัน 

แชร์วิธีการทำสมาธิแบบง่ายๆ ทำได้เลยในชีวิตประจำวัน

สำหรับใครที่ยังไม่เคย นั่งสมาธิ” และอยากเริ่มลองทำสมาธิในชีวิตประจำวัน มีเทคนิคและคำแนะนำจาก ดร.โคลอี คาร์ไมเคิล ให้แก่ผู้ที่อยากเริ่มต้นออกกำลังกายทางจิตใจ ดังนี้

 

1. เริ่มจากฝึกหายใจลึกๆ เป็นประจำ

สำหรับมือใหม่อาจจะยังไม่ต้องเริ่มจากนั่งสมาธิอย่างจริงจังทันที แต่อาจจะเริ่มจากการฝึกหายใจลึกๆ เป็นประจำ ซึ่งการหายใจลึกๆ มีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ กล่าวคือ จะช่วยรีเซ็ตระบบประสาทในลักษณะที่เป็นประโยชน์ในด้านการปรับอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำลังตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

 

2. เปลี่ยนกิจกรรมเดิม ๆ ให้เป็นโอกาสในการเจริญสติ

เปลี่ยนกิจกรรมที่ปกติแล้วจะเป็นโอกาสของการไม่มีสติ ให้เป็นโอกาสในการมีสติ เช่น การเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง แทนที่จะเดินด้วยการใจลอยหรือคิดเรื่องต่างๆ ลองฝึกจดจ่ออยู่กับการหายใจ หรือในเวลาที่ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกันจนเครียด ความคิดติดอยู่กับคำพูดของคนรอบข้าง ลองเปลี่ยนมาหายใจลึกๆ แล้วนึกถึงความรู้สึกในร่างกายของคุณ เช่น ขาและแขนที่เคลื่อนไหว จังหวะการหายใจ ช่วยดึงตัวเองออกจากความคิดวุ่นวาย เมื่อมีสติแล้ว ก็จะเป็นการหยุดโมเมนตัมที่ไร้สติแบบนั้นลงได้

 

3. พยายามหยุดความเร่งรีบที่ไม่จำเป็น

พยายามสังเกตการเร่งรีบของตัวเอง โดยเฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ ที่คุณเร่งรีบ ตระหนก และเครียด ลองพยายามหยุดอาการเร่งรีบนั้นลง ต้องรู้ก่อนว่าคุณสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องเร่งตัวเอง ลองเปลี่ยนมาทำสิ่งนั้นๆ อย่างใจเย็นลง จุดสำคัญอยู่ที่การตื่นรู้ว่าตัวเองกำลังเร่งรีบเกินไปโดยไม่จำเป็น เมื่อจับจุดได้แล้วให้หายใจเข้าลึกๆ และตั้งสติใหม่ ดึงสติกลับมาโดยที่ไม่ต้องหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย

 

4. ลุกออกจากโต๊ะเพื่อทำสมาธิสูตรเร่งรัด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานที่ออฟฟิศในแต่ละวัน คนทำงานจะต้องพบเจอเรื่องที่กระทบอารมณ์และจิตใจไม่มากก็น้อย หากอยู่ในสถานการณ์ที่อารมณ์ไม่นิ่ง มีความเครียด หรือความคิดสับสนวุ่นวาย ให้ลุกออกจากโต๊ะทำงาน แล้วทำสมาธิอย่างรวดเร็ว (ประมาณ 2-5 นาที) เพื่อดึงตัวเองออกจากความวุ่นวายภายนอก ทำให้จิตใจสงบลง เมื่อจิตใจและอารมณ์นิ่งขึ้นแล้ว ก็จะสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีได้เช่นเดิม

 

แหล่งข้อมูล :

·      บทความเรื่อง สูตรลับความสำเร็จ บิล เกตส์ เผยการฝึกสติ ช่วยให้เท่าทันความคิดในหัวและปล่อยวางความคิดได้” จาก Facebook : หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ – สวนโมกข์กรุงเทพ

·      บทความเรื่อง “สูตรลับความสำเร็จ ‘คนรวย’ ให้ ‘นั่งสมาธิ’ ออกกำลังกายทางจิต ฉลาดทางอารมณ์ By วรุณรัตน์ คัทมาตย์ จากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ

 

ที่มา ; SALIKA

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น