สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M500_ครม. รับทราบ จัดตั้งสำนักบริหารการมัธยมศึกษา สบม.

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบผลการพิจารณารายงานพิจารณาศึกษา เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาการ (ศธ.) เพื่อจัดตั้งสำนักบริหารการมัธยมศึกษา (สบม.) ของคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ

นายคารมกล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เรื่อง “การปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. เพื่อจัดตั้ง สบม.” มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา โดยให้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารของ สพฐ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา โดยไม่มีเพิ่มหน่วยงาน เป็นการบูรณาการรวมสำนักซึ่งมีภารกิจใกล้เคียงกันเข้าด้วยกันและปรับปรุงหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเป็นการภายใน ได้แก่ สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย (สมป.) เป็นหน่วยงานในโครงสร้างให้มีชื่อใหม่ว่า “สบม.”

โดยขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สบม. มี 3 ประการ คือ

1. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมและจัดทำข้อมูลสารสนเทศในทุกด้านของโรงเรียนมัธยมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา รวมทั้งหน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

2. มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ส่งเสริม สนับสนุนงานนโยบายของรัฐบาลและ ศธ. สำหรับการพัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ

3. มีการแบ่งส่วนราชการภายใน สบม. แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริหารทั่วไป, กลุ่มนโยบายและแผน, กลุ่มส่งเสริมทรัพยากรบุคคล, กลุ่มพัฒนาคุณภาพวิชาการและการจัดการศึกษา, กลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการมัธยมศึกษา, และกลุ่มวิจัยพัฒนาสื่อและดิจิทัลทางการศึกษา 

การปรับปรุงโครงสร้างฯ เพื่อให้ขับเคลื่อนภารกิจจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเพื่อเป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ การจัดตั้ง สบม. ต้องเชื่อมโยงระหว่าง สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษา รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกันทั้งระบบในหน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาค” นายคารมกล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกรัฐบาล แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดตั้ง สำนักบริหารการมัธยมศึกษา (สบม.) ตามข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ปรับโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งดูแลการศึกษามัธยมศึกษาอยู่แล้ว โดย ไม่เพิ่มหน่วยงานใหม่ แต่บูรณาการสำนักที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน เช่น สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย (สมป.) ให้มีชื่อใหม่เป็น “สบม.” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษามัธยมให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในอนาคต โดยสบม. มีหน้าที่หลัก 3 ด้าน ได้แก่ (1) เป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมและจัดทำข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนมัธยม (2) ส่งเสริมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและ ศธ. เพื่อพัฒนาโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ และ (3) มีโครงสร้างภายใน 6 กลุ่มงาน ครอบคลุมการบริหารทั่วไป นโยบายและแผน บุคลากร วิชาการ การจัดการมัธยมศึกษา และวิจัยพัฒนาสื่อดิจิทัล ทั้งนี้ ต้องมีความเชื่อมโยงระหว่าง สพฐ. เขตพื้นที่ และโรงเรียนมัธยมอย่างเป็นระบบ 

ข้อสอบ 

1.เจตนารมณ์สำคัญของการจัดตั้ง “สำนักบริหารการมัธยมศึกษา (สบม.)” คือข้อใด
ก. เพื่อสร้างหน่วยงานใหม่รองรับการศึกษาเฉพาะทาง
ข. เพื่อรวมหน่วยงานเดิมให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
ค. เพื่อกระจายอำนาจไปยังโรงเรียนมัธยมทุกแห่งโดยตรง
ง. เพื่อปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลภาครัฐเท่านั้น

2. การปรับโครงสร้าง สพฐ. โดยไม่เพิ่มหน่วยงานใหม่ แสดงถึงแนวคิดการบริหารแบบใด
ก. การบริหารเชิงนวัตกรรม
ข. การบริหารเชิงบูรณาการและประสิทธิภาพ
ค. การบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ
ง. การบริหารตามคำสั่งแบบราชการดั้งเดิม

 3. หากคุณเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา การดำเนินการใด “สอดคล้องที่สุด” กับบทบาทของ สบม.
ก. จัดทำฐานข้อมูลผลสัมฤทธิ์และการพัฒนาครู เพื่อส่งให้หน่วยงานกลาง
ข. เพิ่มอัตราครูโดยขอจัดตั้งตำแหน่งใหม่
ค. ดำเนินการโอนนักเรียนไปสังกัดสำนักงานอื่น
ง. ลดชั่วโมงเรียนโดยไม่ผ่านหลักสูตร

4. การเชื่อมโยงระหว่าง สพฐ. เขตพื้นที่ และโรงเรียนมัธยม ภายใต้ สบม. สะท้อนหลักการบริหารใด
ก. การมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นเครือข่าย (Networking Governance)
ข. การรวมศูนย์อำนาจสู่ส่วนกลาง
ค. การบริหารแบบสั่งการแนวดิ่ง (Top-down)
ง. การบริหารแบบเน้นปัจเจกและอิสระ

 5. การกำหนดโครงสร้าง สบม. เป็น 6 กลุ่มงานที่ชัดเจน แสดงถึงหลักการบริหารแบบใด
ก. การบริหารแบบยืดหยุ่นตามสถานการณ์
ข. การบริหารแบบแยกตามหน้าที่ (Functional Organization)
ค. การบริหารเชิงกลยุทธ์แบบบูรณาการ
ง. การบริหารแบบผลสัมฤทธิ์ (Result-based Management)

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น