สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M480_นายกรัฐมนตรีแนะปรับหลักสูตรแก้การศึกษาไทยห่วย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถนนเสรีไทย เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐถกาพิเศษ ในหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทยในงานสัมมนาวิชาการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส. ตอนหนึ่งว่า 

เรื่องการศึกษาก็เป็นอีกเรื่องซึ่งในวงต่างๆ ที่ไปพูดคุยบางคนก็ด้อยค่า ในการศึกษาแต่เชื่อว่าทุกคนเริ่มได้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นโรงเรียนสาธิต อัสสัมชัญหรืออินเตอร์เนชั่นแนล หลายคนบอกตลอดว่าการศึกษาไทยห่วย หลักสูตรไม่ดี ครูไทยสอนไม่ได้เรื่อง ตนเองก็พูดเรื่องนี้ตลอดเวลาในวงเหล้าก็มีการพูดคุยกันตลอดเวลา แต่ไม่มีใครลุกขึ้นมาทำ ลูกผมก็ไปเรียนเมืองนอกจบการศึกษาที่ดี ค่าเล่าเรียนปีละหลายล้านบาท หลายคนก็คงรู้สึกเช่นนั้นเพราะพวกท่านมีช้อยส์และมี option ตลอดเวลาแต่มีคนอีกกว่าล้านคนที่หลุดออกจากวงการการศึกษาหลังจากโควิด เพราะพ่อแม่ถูกไล่ออกและไม่สามารถที่จะให้ลูกไปเรียนได้ 

ผมคิดตลอดเวลาว่าทำอย่างไรจะให้คนเหล่านี้กลับเข้าสู่วงการการศึกษาได้ตนอยู่ในภาคเอกชนก็บริจาคเงิน 100 ล้านบาทให้กับจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไซซ์เล็กและบริษัทแสนสิริ ไม่มีโครงการและไม่ได้เป็นจังหวัดพรรคเพื่อไทยมี ส.ส.เพราะเดี๋ยวจะหาว่าทำเพื่อซื้อเสียง เพื่อให้ไปทำงานว่าจังหวัดราชบุรีจะไม่มีเด็กแม้แต่หนึ่งคนหลุดออกนอกระบบการศึกษา ขอให้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และต้องการให้บริษัทใหญ่ๆ ได้มีส่วนสนับสนุนในระบบการศึกษา 

เมื่อถามว่า มีแนวทางในการพัฒนาหรือยกระดับเรื่องการศึกษาอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เราต้องพัฒนาเริ่มตั้งแต่เอาเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาเข้ามาก่อน ประเทศไทยถือว่าโชคดีว่าเรามีโรงเรียนเยอะ แต่ถ้าใช้คำว่าควิกวินตนว่าหลักสูตรหลายอย่างไม่ได้สอนให้คนจบออกมาตรงกับงานที่มีความต้องการของตลาด ตนเชื่อว่าทุกคนทราบและบังเอิญเป็นความซวยของประเทศด้วย ทักษะอังกฤษถือว่าต่ำมาก และจบอะไรมาก็มีงานหมด แต่เป็นงานของอนาคตหรือเปล่า ตนคิดว่าต้องปรับที่หลักสูตรด้วย อย่างในอเมริกาการศึกษาแข็งแกร่งมากและมีคนรวยบริจาคเพื่อการศึกษาแต่ประเทศไทยมีหรือไม่ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้เมื่อสร้างบารมีได้เมื่อเริ่มตั้งไข่ได้ ก็อยากเดินสายคุยกับภาคธุรกิจ ซึ่งเงินด้านการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรมีน้อยมากอย่างไรเสียต้องพึ่งเอกชน การศึกษาเท่านั้นที่จะยกระดับสถานะขึ้นมาได้จากความเหลื่อมล้ำ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ตนจะลดในสังคมและจะพยายาม 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์หลักของไทยที่จะใช้ในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ นั้น คือความเป็นกลาง ขนมจีนและสหรัฐ รัฐบาลนี้ไม่สามารถเคลมเครดิตได้คนเดียวซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีวิธีทูตเป็นกลางมาโดยตลอด และยังต้องยกระดับการรักษาพยาบาล รวมไปถึงการพัฒนาพลังงานสีเขียว ขณะเดียวกันเรื่องความสงบภายในประเทศก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับหลายประเทศไทยยังคงมีความเป็นต่อ และการเป็นเซลส์แมนสำหรับตนถือเป็นเรื่องที่ง่ายเพราะของที่ผมไปขายและเป็นของดีเพียงแต่ไม่ไปขายเท่านั้นเอง และคาดการณ์ว่าภายใน 5-7 ปีจะเห็นผลอย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการกล่าวปาฐกถาในครั้งนี้ถือเป็นการพูดบนเวทีที่นานที่สุดตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยใช้เวลาถึง 40 นาที และสำหรับหลักสูตร วบส.นี้ แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี เป็นนักศึกษา วบส.รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นคณะจัดงานแต่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานแต่อย่างใด

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผย หลายคนด้อยค่าการศึกษาไทยห่วย แนะปรับหลักสูตร- เปิดแผนพัฒนา 

 

สรุปสาระสำคัญ 

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวปาฐกถาเรื่อง “อนาคตเศรษฐกิจไทย” โดยเน้นปัญหาการศึกษาไทยที่ถูกด้อยค่ามายาวนาน ทั้งหลักสูตรไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและทักษะภาษาอังกฤษต่ำ ขณะเดียวกันยังมีเด็กหลุดจากระบบกว่า 1 ล้านคนหลังโควิด นายกฯ ชี้ว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการดึงเด็กนอกระบบกลับมาเรียน พร้อมปรับหลักสูตรใหม่ให้ทันสมัยและเชื่อมโยงกับงานในอนาคต พร้อมระบุว่าภาคเอกชนควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยยกตัวอย่างการบริจาค 100 ล้านบาทเพื่อช่วยเด็กในจังหวัดราชบุรี และเชิญชวนบริษัทใหญ่ร่วมสนับสนุนการศึกษา นอกจากนี้ เขายังมองว่าการพัฒนาการศึกษาเป็นกุญแจลดความเหลื่อมล้ำ และต้องอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ-เอกชน แม้งบประมาณด้านหลักสูตรมีจำกัด รัฐบาลจึงตั้งเป้าเดินสายเจรจากับธุรกิจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และผลักดันทิศทางการยกระดับการศึกษาไทยควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถประเทศ 

ข้อสอบ 

1. ประเด็นที่นายกรัฐมนตรีมองว่าเป็น “จุดเริ่มต้นสำคัญที่สุด” ของการปฏิรูปการศึกษา คือข้อใด 

ก. การเพิ่มงบประมาณจัดทำหลักสูตรใหม่
ข. การดึงเด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษา
ค. การพัฒนาครูเพื่อรองรับการสอนออนไลน์
ง. การเพิ่มวิชาอาชีพในหลักสูตร

2. จากบทความ แนวทางที่รัฐบาลต้องพึ่งพาภาคเอกชนมากที่สุดคือเรื่องใด

ก. การขยายโรงเรียนใหม่
ข. การปรับหลักสูตรให้ตรงกับตลาดงาน
ค. การหาครูต่างชาติมาเสริมการสอน
ง. การลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี

3. สิ่งที่นายกรัฐมนตรีชี้ว่าเป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาไทย” ตามบทความคืออะไร

ก. จำนวนโรงเรียนในไทยมีน้อยเกินไป
ข. ครูไทยขาดความสามารถทางวิชาชีพอย่างหนัก
ค. หลักสูตรไม่สอดคล้องงานและทักษะภาษาอังกฤษต่ำ
ง. ค่าเล่าเรียนสูงจนเด็กเข้าไม่ถึง

4. หากผู้บริหารโรงเรียนต้องการดำเนินการตามแนวคิดการลดเด็กหลุดจากระบบ การตัดสินใจใดสอดคล้องที่สุด

ก. เพิ่มโทษการขาดเรียนเพื่อสร้างวินัย
ข. จัดระบบเยี่ยมบ้านร่วมกับชุมชนเพื่อตรวจหาผู้หลุดจากระบบ
ค. ลดชั่วโมงเรียนวิชาหลักเพื่อลดความกดดัน
ง. จัดสอบซ่อมให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

5. การที่นายกฯ ยกตัวอย่างการบริจาคของภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ สะท้อนหลักการบริหารการศึกษาข้อใด 

ก. การสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐ–เอกชน
ข. การลดบทบาทภาครัฐในระบบการศึกษา
ค. การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทั้งหมด
ง. การเพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น