สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M259_‘ตรีนุช’ แจงไม่บังคับแต่งลูกเสือเต็มรูปแบบ

จากกรณีโลกโซเชียล วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเรื่องเครื่องแต่งกายของ ลูกเสือ-เนตรนารี ว่า มีราคาสูง สร้างภาระให้ผู้ปกครอง รวมถึงการตั้งคำถาม ถึงประโยชน์ในการเรียนลูกเสือ-เนตรนารี ว่า ควรจะยังมีต่อหรือไม่ นั้น 

วันที่ 6 มิถุนายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ปกครองต้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ ขาดสภาพคล่อง ศธ.จึงได้มีมาตรการช่วยเหลือลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีหนังสือ กำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ให้สื่อสารไปยังโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศ ขอให้โรงเรียนอนุโลม กรณีนักเรียนรายใดไม่มีความพร้อม ขอให้ยืดหยุ่นไม่ต้องแต่งกายเต็มรูปแบบ เพียงแค่มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นลูกเสือ เนตรนารี อาทิ ผูกผ้าพันคอแสดงสัญลักษณ์  เป็นต้น เพราะเป้าหมายการจัดการเรียนการสอน อยู่ที่กิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยฝึกให้เด็กได้เรียนรู้ได้มากกว่า 

กรณีที่มีการเรียกร้องนี้ ศธ. ได้ออกระเบียบเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง ตั้งแต่ ปี 2564 โดยไม่ได้บังคับให้นักเรียนต้องสวมใส่ชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ เพียงแต่อาจจะมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ขณะเดียวกัน ศธ.เตรียมของบเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และพยายามที่จะมีมาตรการดูแลครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งนี้ สำหรับชุดลูกเสือ อยู่ใน 5 รายการเรียนฟรีอยู่แล้ว หากได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมเข้ามา เชื่อว่าจะช่วยลดภาระผู้ปกครองได้มากขึ้น ”น.ส.ตรีนุช  กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการเสนอให้ยกเลิกกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี นั้น โดยส่วนตัวมองว่า กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ยังจำเป็นอยู่  เพราะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ ปลูกฝังให้นักเรียนมีจิตอาสา รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น รวมถึง มีวินัย ซื่อสัตย์  แต่อาจจะต้องมีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับการเรียน การสอนในปัจจุบัน ซึ่งมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เป้าหมายยังคงเดิม คือให้เด็กมีวินัย จิตอาสา และมีความซื่อสัตย์  

ขณะที่ที่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.)เปิดเผยว่า จากที่สถานศึกษาได้เปิดภาคเรียนย่างเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้ว จะเห็นมีข่าวเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของนักเรียน และนักเรียนเกิดความเครียด เรื่องชุดนักเรียน  รวมถึงการอยู่ร่วมกันของนักเรียน เป็นต้น สะท้อนให้เห็นมิติของอารมณ์ และสังคม ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จะต้องรีบแก้ไข โดยจะร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข อย่างจริงจัง  ซึ่งในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ตนจะประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ทุกคนได้มาพูดคุยกันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยการประชุมครั้นนี้ ตนจะมอบให้เขตพื้นที่ฯแบ่งรับผิดชอบโรงเรียนอย่างจริงจัง จนกว่าจะวางมือได้ว่าโรงเรียนไหนมีความปลอดภัยในทุกมิติ 

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า  เมื่อเร็ว ๆ นี้  ตนได้รับมอบจากนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศึกษาธิการ) และ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ให้ลงพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เพื่อเยี่ยวยา ดูแล และให้ขวัญกำลังใจเด็ก ผู้ปกครอง คณะผู้บริหาร เพื่อนครู พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้จัดประชุมติวเข้ม มาตราการความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่ ผู้บริหารสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1-2 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ ผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 178 แห่งทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำกำชับมาตรการความปลอดภัยตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ป้องกันไม่ให้เหตุเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีก 

ที่มา ; แนวหน้า วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565

 

 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงกระแสวิพากษ์ในสังคมเกี่ยวกับเครื่องแบบและกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารี ที่ถูกมองว่าสร้างภาระค่าใช้จ่ายและตั้งคำถามถึงความจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการชี้แจงว่า จากผลกระทบโควิด-19 ศธ. ได้ออกมาตรการลดภาระผู้ปกครองตั้งแต่ปี 2564 โดยกำชับให้โรงเรียนยืดหยุ่นการแต่งกาย ไม่บังคับชุดเต็มรูปแบบ หากไม่มีความพร้อม เพียงใช้สัญลักษณ์แทน เนื่องจากสาระสำคัญอยู่ที่กิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมเตรียมเสนอเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้สอดคล้องค่าครองชีพ แม้มีข้อเสนอให้ยกเลิกกิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารี แต่ ศธ. เห็นว่ายังมีความจำเป็นต่อการปลูกฝังวินัย จิตอาสา และความซื่อสัตย์ เพียงต้องปรับรูปแบบให้เหมาะกับบริบทปัจจุบัน ขณะเดียวกัน สพฐ. พบปัญหาความเครียด ความปลอดภัย และการอยู่ร่วมกันของนักเรียน จึงเร่งประสานกรมสุขภาพจิต และมอบหมายให้เขตพื้นที่ติดตามดูแลโรงเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยเชิงรุก เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งความปลอดภัยและความสุขของทุกฝ่าย

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 สาระสำคัญของนโยบายการ “อนุโลมเครื่องแบบลูกเสือ–เนตรนารี” สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การควบคุมมาตรฐานเดียวกัน
ข. การลดบทบาทกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ค. ความยืดหยุ่นตามบริบทและความพร้อม
ง. การถ่ายโอนภาระให้สถานศึกษา

 

ข้อ 2 เหตุใด ศธ. จึงยืนยันว่ากิจกรรมลูกเสือ–เนตรนารี “ยังจำเป็น” แม้ถูกวิพากษ์
ก. เป็นกิจกรรมบังคับตามกฎหมาย
ข. ช่วยลดภาระการเรียนวิชาการ
ค. ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
ง. เป็นกิจกรรมที่ใช้งบประมาณต่ำ

 

ข้อ 3 การเตรียมเสนอเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว มีเป้าหมายเชิงนโยบายใดเป็นหลัก
ก. เพิ่มรายได้ให้สถานศึกษา
ข. ชดเชยภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
ค. สนับสนุนกิจกรรมพิเศษ
ง. ลดจำนวนรายการเรียนฟรี

 

ข้อ 4 มุมมองของเลขาธิการ กพฐ. ต่อปัญหาชุดนักเรียนและความปลอดภัย สะท้อนการมองปัญหาในมิติใด
ก. มิติด้านงบประมาณ
ข. มิติด้านกฎหมาย
ค. มิติด้านอารมณ์และสังคม
ง. มิติด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

 

ข้อ 5 การมอบหมายให้เขตพื้นที่รับผิดชอบดูแลโรงเรียน “จนกว่าจะมั่นใจในความปลอดภัย” สะท้อนแนวคิดใด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การบริหารเชิงพื้นที่และความรับผิดชอบ
ค. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ง. การประเมินผลเชิงเอกสาร

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น