
มันไม่ใช่แค่การเข้ามาของเครื่องจักร เทคโนโลยี หุ่นยนต์ หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มาสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดแรงงาน แต่มันกลับผนวกเข้ากับการเกิดขึ้นของโรคระบาดที่เราคาดไม่ถึง เป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวอย่างจริงจังของทุกภาคส่วน.
จากรายงาน The Future of Jobs Report 2020 ที่จัดทำโดย World Economic Forum ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วโลก ได้ข้อสรุปที่ว่า จำนวนครึ่งหนึ่งของบุคลากรในตลาดงานจะต้องได้รับการ Reskill ภายใน 5 ปีต่อจากนี้ เพื่อไม่ให้สูญเสียอาชีพของเขาไป
ในรายงานฉบับเดียวกันนี้ยังเปิดเผยถึงทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาตนเองในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ จากเดิมที่มีความกังวลว่าทคโนโลยีต่าง ๆ จะเข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์ จนต้องเร่งทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ แต่กลายเป็นว่าในช่วงเวลา 2–3 ปีที่ผ่านมา องค์กรและบุคลากรต่างเลือกที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับทักษะด้านศักยภาพของมนุษย์ (Human Potentials) และทักษะการจัดการสุขภาวะส่วนบุคคล (Self-Management) เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
10 ทักษะที่ต้องมีในอีก 5 ปีข้างหน้า
โดย 10 อันดับทักษะที่คนทำงานและองค์กรชั้นนำเห็นว่าเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาตนเองใน 5 ปีต่อจากนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย
1. Analytical Thinking and Innovation ; การแก้ปัญหาโดยใช้ตรรกะในการคิดวิเคราะห์ และความคิดเชิงนวัตกรรม
2. Active Learning and Learning Strategies ; การเรียนรู้อย่างมีกลยุทธ์และเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. Complex Problem-Solving ; การแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน
4. Critical Thinking and Analysis ; การแก้ปัญหาด้วยการคิดเชิงเชิงวิพากษ์ และวิเคราะห์ผลการแก้ปัญหานั้น ๆ
5. Creativity, Originality and Initiative ; การคิดริเริ่มและความสร้างสรรค์แปลกใหม่
6. Leadership and Social Influence ; การเป็นผู้นำ การออกความเห็น และการรับผิดชอบในฐานะกลุ่มบุคคล
7. Technology Use, Monitoring and Control ; การเลือกใช้ ดูแล และควบคุมอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี
8. Technology Design and Programming ; การออกแบบและโปรแกรมชุดคำสั่งสำหรับเทคโนโลยี
9. Resilience, Stress Tolerance and Flexibility ; การเปิดรับต่อความเปลี่ยนแปลง การควบคุมอารมณ์ และการฟื้นฟูในภาวะวิกฤต
10. Reasoning, Problem-Solving and Ideation ; การให้น้ำหนักความคิดด้วยเหตุผล และข้อมูลเชิงปริมาณ
เริ่มต้น Reskills จากสิ่งเหล่านี้ก่อน
ซึ่งเมื่อนำทักษะทั้ง 10 ข้อ มาวางอยู่บนพิ้นฐานของ 4 กลุ่มทักษะ จะได้เป็นรูปแบบดังนี้
1. Problem-Solving ; การแก้ไขปัญหา (Analytical Thinking and Innovation; Complex Problem-Solving; Critical Thinking and Analysis; Creativity, Originality and Initiative และ Reasoning, Problem-Solving and Ideation)
2. Self-Management ; การจัดการสุขภาวะส่วนบุคคล (Active Learning and Learning Strategies และ Resilience, Stress Tolerance and Flexibility)
3. Work with People ; การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Leadership and Social Influence)
4. Technology Use and Development ; การใช้และพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Use, Monitoring and Control และ Technology Design and Programming)
หากลองสังเกตให้ดีใน 10 อันดับทักษะนั้น เป็นทักษะในกลุ่ม Problem-Solving และ Self-Management ไปแล้ว 7 ใน 10 จึงเป็นการยืนยันที่ดีถึงความจำเป็นของทักษะเพื่อการแก้ไขปัญหา และจัดการกับสุขภาวะส่วนบุคคล เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เรียกว่าเป็น ‘Double Disruption’ ที่ประกอบด้วยความกังวลจากการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยี และความไม่แน่นอนจากภัยโรคระบาด ที่อาจส่งผลต่อชีวิตและการทำงานของเราไปอีก 5 ปี
ที่มา ;