สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M549_สกร.พร้อมจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยความคืบหน้าการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังจัดทำร่างประกาศ ศธ.เรื่อง การเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งระหว่างนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเดียวกันกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 เพื่อให้ได้คุณภาพเช่นเดียวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นที่ยอมรับ และผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้   

สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน สกร. ได้ประสานงานกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ให้จัดทำผังข้อสอบ และเครื่องมือการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ได้เครื่องมือที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นที่ยอมรับต่อสังคม สำหรับนำไปใช้ในจัดสอบได้อย่างโปร่งใส ยุติธรรม และขณะนี้ สกร. ได้ดำเนินการจัดเตรียมในส่วนของโปรแกรมและระบบงานทะเบียน เช่น โปรแกรมการรับสมัคร ระบบทะเบียนบันทึกผลข้อมูล สนามสอบ และการออกผลการศึกษา เป็นต้น  โดยดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 80 %  ซึ่งถ้ามีการประกาศใช้ ประกาศ ศธ.เรื่อง การเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ลงนามโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สกร.จะดำเนินการจัดอบรมชี้แจงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด  อย่างช้าไม่เกินภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 นี้ 

การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ เรียนจบเร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย สำหรับศูนย์สอบเทียบ นั้น จะใช้ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ทำหน้าที่สอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะสถานศึกษาในสังกัด สกร.เคยดำเนินการในเรื่องการสอบเทียบอยู่แล้วจึงมีความชำนาญในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันก็จะประสานกับ สทศ.เรื่องระบบและความปลอดภัยในการสอบ เพื่อควบคุมการดำเนินการจัดสอบให้มีมาตรฐาน และเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ ” อธิบดีสกร.กล่าว 

“ธนากร” เผย สกร.เตรียมพร้อมจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งเป้าเปิดรับสมัครเข้าสอบเทียบ ครั้งแรกได้ไม่เกินภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 1 มิถุนายน 2567

เกี่ยวข้องกัน

ชู'ธนาคารหน่วยกิต'เสริมประสิทธิภาพภารกิจ สกร.

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า หลังจากมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง แนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา พ.ศ.2567 เผยแพร่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 นั้น ในส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กำลังยกร่างประกาศ ศธ.เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นอนุสนธิ จากประกาศ ศธ.เรื่อง แนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวต่อไปว่า สกร.ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดที่มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จะดำเนินการยกร่างคำสั่ง ประกาศ ระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงติดตาม กำกับ ตรวจสอบการดำเนินงานของธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาของ สกร. และให้เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด หรือ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด , เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่ทำหน้าที่เป็นธนาคารหน่วยกิตกลาง

นายธนากร กล่าวอีกว่า สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสะสมหน่วยกิตจากผลการเรียนและผลลัพธ์การเรียนรู้ในธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังนี้

1.ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิตในสถานศึกษาได้มากกว่าหนึ่งแห่ง

2.การสะสมหน่วยกิตของผลการเรียน สถานศึกษาดำเนินการตามหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด

3.การสะสมหน่วยกิตจากผลลัพธ์การเรียนรู้ การสะสมหน่วยกิตที่ได้จากการศึกษานอกระบบ การจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ การศึกษาตามอัธยาศัย การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐานอาชีพ การวัดระดับภาษาตามมาตรฐานสากล ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการฝึกปฏิบัติ หรือ การเรียนรู้จริงในที่ทำงานระหว่างการศึกษา หรือ การประกอบอาชีพ สถานศึกษาต้องดำเนินการประเมินเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติตามที่ สกร.ประกาศกำหนด หรือ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศได้หรือ มีความจำเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่กำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และให้ถือคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) และสอดคล้องกับภารกิจของ สกร.ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งธนาคารหน่วยกิต นี้ จะส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนนำผลการเรียนในระบบ ผลการเรียนนอกระบบ ผลลัพธ์การเรียนรู้จากการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น หลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรต่อเนื่อง การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ตลอดจนการรับรองมาตรฐานอาชีพ มาสะสมเทียบโอน เพื่อลดระยะเวลาการศึกษา และใช้เป็นประโยชน์ในการเพิ่มคุณวุฒิ การศึกษาต่อ และการทำงาน” นายธนากร กล่าว 

สกร.เร่งยกร่างหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต “ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย” ชี้เสริมประสิทธิภาพภารกิจ สกร.สร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

เกี่ยวข้องกัน

สกร.เผยผลประเมินเทียบระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2566

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดเผยว่า บทบาทภารกิจที่สำคัญประการหนึ่งของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นอกเหนือจากการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้พลาดโอกาสทางการศึกษาแล้ว การประเมินเทียบระดับการศึกษา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนการยกระดับการศึกษาของกลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้ และประสบการณ์ในอาชีพให้สูงขึ้น โดยเป็นการยอมรับคุณค่าของผลการเรียนรู้ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนการประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นคุณธรรม จริยธรรมที่เป็นองค์รวมของบุคคล และเป็นการส่งเสริมให้บุคคลมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตจากรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มอบหมายให้สถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการเทียบระดับการศึกษาปีละ 2 ครั้งโดยสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ได้จัดส่งรายงานสรุปผลการเทียบระดับการศึกษา มายังกลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อดำเนินการรวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ และสรุปผลการประเมินเทียบระดับการศึกษา ครั้งที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สรุปได้ ดังนี้

1.จังหวัดที่มีผู้เข้ารับการประเมินฯ มีจำนวน 58 จังหวัด จากสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 853 แห่ง และจังหวัดที่ไม่มีผู้เข้าประเมินฯ จำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก นครสวรรค์ พะเยา แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี สมุทรสงครามสิงห์บุรี อ่างทอง ตราด สระแก้ว ชัยภูมิ นครพนม บุรีรัมย์ ยโสธร เลย และสุรินทร์

2.จำนวนผู้เข้าประเมินฯ-ระดับประถมศึกษา มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 160 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 139 คน คิดเป็นร้อยละ 60.63-ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 895 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 756 คน คิดเป็นร้อยละ 66.15-ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 1,919 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา  จำนวน 1,698 คน คิดเป็นร้อยละ 57.89รวมทั้ง 3 ระดับการศึกษา มีผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,974 คน ผ่านการประเมินเทียบระดับการศึกษา จำนวน 2,593 คน คิดเป็นร้อยละ 87.19

3.อายุของผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-24 ปี จำนวน 694 คน รองลงมามีอายุ 25-29 ปี จำนวน 593 คน และอายุ 30-34 ปี จำนวน 418 คน ตามลำดับ และ 4.การประกอบอาชีพของผู้เข้าประเมินเทียบระดับการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างมากที่สุด จำนวน 1,509 คน รองลงมาเป็นอาชีพเกษตรกรรม จำนวน 537 คนและอาชีพอื่นๆ จำนวน 571 คนตามลำดับ 

ที่มา ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

·   ประกาศกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เรื่อง แก้ไขคุณสมบัติของผู้สมัครหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธคักราข 2551 สำหรับกลุ่มเป้าหมายพระภิกษุ สามเณร

         https://drive.google.com/.../1xtyVmeaUQLbfCeXZmC.../view...

·      กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่สำคัญ 

         http://www.lertchaimaster.com/law-DOLE.php 

 

สรุปสาระสำคัญ 

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังจัดทำร่างประกาศเรื่อง “การเทียบระดับการศึกษาด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน” โดยร่วมกับ สพฐ. สสวท. และ สทศ. พัฒนาหลักสูตรและเครื่องมือการสอบให้มีมาตรฐานเทียบเท่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ปรับปรุง 2560) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนจบเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพคนไทย สกร.เตรียมระบบรับสมัคร บันทึกผล และออกใบรับรองแล้วกว่า 80% คาดเริ่มสอบได้ภาคเรียนที่ 2 ปี 2567 นอกจากนี้ สกร.ยังเร่งยกร่างหลักเกณฑ์ “ธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน” เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามนโยบาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตจากการเรียนในระบบ นอกระบบ หรือประสบการณ์อาชีพ เพื่อเทียบโอนเป็นคุณวุฒิได้ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ถือเป็นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) และเพิ่มความยืดหยุ่นทางการศึกษา สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21 

ข้อสอบ 

1.จุดมุ่งหมายสำคัญของการจัดสอบเทียบวัดระดับความรู้ของ สกร. คือข้อใด
ก. ลดภาระครูผู้สอนในการจัดการเรียนการสอน
ข. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนจบเร็วและยกระดับคุณวุฒิอย่างมีมาตรฐาน
ค. สร้างฐานข้อมูลผู้เรียนทั่วประเทศ
ง. จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม
เฉลย: ข.

2.การสอบเทียบวัดระดับความรู้ใช้หลักสูตรใดเป็นกรอบมาตรฐานหลัก
ก. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544
ข. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ปรับปรุง 2560)
ค. หลักสูตรฐานสมรรถนะ พ.ศ.2565
ง. หลักสูตรของ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ

3.หลักการของ “ธนาคารหน่วยกิต” สะท้อนแนวคิดทางการศึกษาข้อใดมากที่สุด
ก. การศึกษาตลอดชีวิตและการเทียบโอนประสบการณ์การเรียนรู้
ข. การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ข้อมูล
ค. การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
ง. การกำหนดมาตรฐานการสอนร่วมกันทั่วประเทศ

4.หากสถานศึกษานอกระบบต้องการขยายผลระบบธนาคารหน่วยกิต สิ่งใดควรดำเนินการเป็นลำดับแรก
ก. สร้างระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่
ข. จัดอบรมครูเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการวัดผล
ค. ปรับหลักสูตรให้ตรงตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
ง. จัดหางบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์ดิจิทัล

5.ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา การนำระบบ “สอบเทียบ” และ “ธนาคารหน่วยกิต” ไปใช้ร่วมกัน จะเกิดผลดีสูงสุดเมื่อดำเนินการอย่างไร
ก. ใช้สอบเทียบวัดความรู้แทนทุกหลักสูตรในโรงเรียน
ข. จัดให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตจากการเรียนรู้จริงและเทียบโอนผลสอบ
ค. นำผลการสอบเทียบมาใช้ในการประเมินครู
ง. ใช้เพื่อจัดลำดับสถานศึกษาที่มีผลสอบสูงสุด

คลิกเฉลย >>>