
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565)
ตามมติ คปร. ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 โดยเพิ่มเติมตำแหน่งที่เห็นควรจัดสรรคืนทั้งหมดเพื่อให้ส่วนราชการสามารถแต่งตั้งบุคคลได้อย่างต่อเนื่องทันที เฉพาะตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ประเภทอำนวยการตามที่สำนักงาน ก.พ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอ ดังนี้
1. ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัด
2. ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
3. ตำแหน่งผู้อำนวยการภายในสถาบันการอาชีวศึกษา
สำหรับการทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น ให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เฉพาะตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ในหน่วยงานการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น ร้อยละ 10 โดยให้พิจารณาในภาพรวมของอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุทั้งหมดของหน่วยงานในปีงบประมาณนั้น ๆ
สาระสำคัญของเรื่อง
สำนักงาน ก.พ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วม คปร. รายงานว่า
1. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ได้ขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565) ตามมติคณะรัฐมนตรี (19 มีนาคม 2562) ในกรณีการทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุด้วยการจ้างงานในรูปแบบอื่นในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการภายในสถาบันการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ก.ค.ศ. กำหนดให้เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ โดยให้พิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุในตำแหน่งดังกล่าวคืนให้ส่วนราชการเดิมทั้งหมดเช่นเดียวกับตำแหน่งประเภทอำนวยการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
2. คปร. ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 มีมติเห็นชอบการทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามที่กำหนดไว้ในมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565) (มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562) โดยให้เพิ่มเติมตำแหน่งที่เห็นควรจัดสรรคืนทั้งหมด เพื่อให้ส่วนราชการสามารถแต่งตั้งบุคคลได้อย่างต่อเนื่องทันที เฉพาะตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ประเภทอำนวยการ เช่นเดียวกันกับการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ สรุปสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ฯ ได้ ดังนี้
เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในข้อ 1) ดังนี้
“1.3) ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เฉพาะตำแหน่งที่ ก.ค.ศ.กำหนดให้เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ได้แก่
1.3.1) ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดและตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัด
1.3.2) ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
1.3.3) ตำแหน่งผู้อำนวยการภายในสถาบันการอาชีวศึกษา”
3) การทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น ให้ ก.ค.ศ. พิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เฉพาะตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการและตำแหน่งประเภททั่วไป ในหน่วยงานการศึกษา สังกัด ศธ. ด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น ร้อยละ 10 โดยให้พิจารณาในภาพรวมของอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุทั้งหมดของหน่วยงานในปีงบประมาณนั้น ๆ
ที่มา ; รัฐบาลไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562–2565) โดยอ้างอิงมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อให้การบริหารบุคลากรมีความต่อเนื่องและคล่องตัวมากขึ้น
สาระสำคัญคือ การ “จัดสรรคืนอัตราว่างทั้งหมด” ให้แก่หน่วยงานเดิมทันที สำหรับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ที่เป็น “ตำแหน่งประเภทอำนวยการ” ได้แก่ ศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้อำนวยการในสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อให้สามารถแต่งตั้งบุคคลได้โดยไม่ล่าช้า
ขณะเดียวกัน กำหนดให้การทดแทนอัตราว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการและทั่วไป สามารถใช้ “การจ้างงานรูปแบบอื่น” ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของอัตราว่างทั้งหมดในปีงบประมาณ โดยให้พิจารณาในภาพรวมของหน่วยงาน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นในการบริหารกำลังคน กับการรักษาประสิทธิภาพของระบบราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งบริหารที่ต้องมีความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน
ข้อ 1 แนวคิดหลักของการแก้ไขหลักเกณฑ์ครั้งนี้คืออะไร
ก. ลดจำนวนบุคลากรภาครัฐ
ข. เพิ่มความต่อเนื่องในการแต่งตั้งบุคลากร
ค. ลดงบประมาณด้านการศึกษา
ง. ยกเลิกตำแหน่งอำนวยการ
ข้อ 2 ตำแหน่งใด “ไม่ได้” อยู่ในกลุ่มที่จัดสรรคืนทั้งหมด
ก. ศึกษาธิการจังหวัด
ข. รองศึกษาธิการจังหวัด
ค. ครูผู้สอน
ง. ผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษา
ข้อ 3 การจัดสรรคืนทั้งหมดใช้กับตำแหน่งประเภทใด
ก. วิชาการ
ข. ทั่วไป
ค. อำนวยการ
ง. บริการ
ข้อ 4 เหตุผลสำคัญของการจัดสรรคืนทันทีคืออะไร
ก. ลดภาระงาน
ข. เพิ่มเงินเดือน
ค. ป้องกันตำแหน่งว่างสะสม
ง. เพิ่มจำนวนครู
ข้อ 5 การจ้างงานรูปแบบอื่นใช้ได้ไม่เกินร้อยละเท่าใด
ก. 5
ข. 10
ค. 15
ง. 20
ข้อ 6 การพิจารณาร้อยละ 10 ใช้หลักใด
ก. รายตำแหน่ง
ข. รายบุคคล
ค. ภาพรวมหน่วยงาน
ง. รายจังหวัด
ข้อ 7 หน่วยงานใดมีบทบาทในการกำหนดตำแหน่ง
ก. สพฐ.
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.พ.
ง. คุรุสภา
ข้อ 8 มาตรา 38 ค. (2) เกี่ยวข้องกับอะไร
ก. ตำแหน่งครูผู้สอน
ข. ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา
ค. ตำแหน่งนักเรียน
ง. ตำแหน่งเอกชน
ข้อ 9 แนวทางนี้ส่งผลต่อการบริหารอย่างไร
ก. ลดความยืดหยุ่น
ข. เพิ่มขั้นตอน
ค. เพิ่มความคล่องตัว
ง. ลดประสิทธิภาพ
ข้อ 10 หากหน่วยงานมีอัตราว่างมาก ควรบริหารอย่างไร
ก. ใช้จ้างงานทั้งหมด
ข. ไม่ต้องบรรจุ
ค. จัดสรรคืนและใช้จ้างงานบางส่วน
ง. ยกเลิกตำแหน่ง
คลิกเฉลย >>>