สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M360_รัฐสภา ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.....

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐสภา มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ….ในวาระ 2 และ 3 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอแล้ว ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต โดย ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ….มีทั้งหมด 31 มาตรา มีสาระสำคัญเช่น ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 โดยใน มาตรา 24 ของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้เปลี่ยนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมใน ศธ.ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศธ. และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีและปลัด ศธ. 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กำหนดให้มีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ, มีอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้, มีหน่วยจัดการเรียนรู้ คือ หน่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้าน หรือเฉพาะกิจการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ,มีภาคีเครือข่าย ,มีสถานศึกษา และมีสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น 

ประโยชน์ที่จะได้รับจากกฎหมายฉบับนี้ คือ ทำให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา , เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคประชาชน และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ , ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างโอกาสให้ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในโรงเรียน ผู้พ้นวัยศึกษาในโรงเรียน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง , มีการยกระดับคุณภาพการศึกษา เกิดการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา และการวัดผลประเมินผลของการเรียนรู้ในทุกรูปแบบ” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมเข้ามาจัดการเรียนรู้ของผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพซึ่งไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตลอดจนส่งเสริมให้การใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ,เกิดกลไกในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของประเทศ โดยมีกรมส่งเสริมการเรียนรู้และหน่วยงานในสังกัดตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ของประชาชนในทุกระดับ, เกิดระบบการเทียบโอนเทียบเคียงผลการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพตามความถนัดและความสนใจ หรือ เพิ่มคุณวุฒิให้แก่ผู้เรียนตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานถึงระดับอุดมศึกษา และมีการกระจายอำนาจโดยมีคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร 

ขณะนี้ ศธ. ได้เตรียมจัดทำกฎหมายลำดับรอง เช่น การปรับปรุงโครงสร้าง ระเบียบกรมส่งเสริมการเรียนรู้ การจัดอัตรากำลังในการดำเนินงาน รวมจำนวน 13 ฉบับ ประกอบด้วย กฎกระทรวง 4 ฉบับ ประกาศกระทรวง 4 ฉบับ ประกาศกรม 1 ฉบับ และ ระเบียบกรม 4 ฉบับ เพื่อรองรับการประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ซึ่งมั่นใจว่าจะแล้วเสร็จทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ ดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ทั้ง 49 ท่าน และคณะที่ปรึกษา ซึ่งมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. เป็นประธาน ที่ได้ช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบ และรับฟังความคิดเห็นรอบด้านทุกภูมิภาค จึงส่งผลต่อความพึงพอใจของทุกภาคส่วน ต่อกฎหมายฉบับนี้” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ถก ‘กฤษฎีกา’ ยกร่างกฎหมายลูกกรมส่งเสริมฯ หวังเดินหน้าทันทีหลังราชกิจจาฯประกาศใช้

 

สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … เรียบร้อยแล้ว รอเพียงนำเข้าพิจารณาในรัฐสภา วาระ 2-3 เท่านั้น ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้มีร่างกฎหมายหลายฉบับที่ต่อคิวรอเข้าพิจารณาในรัฐสภาเช่นกัน ซึ่งแต่ละฉบับก็ล้วนแต่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ ขึ้นกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ว่าจะเรียกฉบับไหนขึ้นมาพิจารณาก่อน ดังนั้นคงต้องรอดูกันต่อไป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะพยายามที่จะให้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ผ่านเป็นกฎหมายทันรัฐบาลนี้ ซึ่งทาง ศธ.ก็จะหาโอกาสไปชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นกับประธานรัฐสภาด้วยเช่นกัน” น.ส.ตรีนุชกล่าว 

นายวัลลพกล่าวว่า ในส่วนของการเร่งทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องทั้ง 13 ฉบับนั้น โดยหลักการระหว่างการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญ มีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งเพื่อจัดทำกฎหมายลูกทำงานคู่ขนานกันอยู่แล้ว และที่ผ่านมามีคณะทำงานบางรายเกษียณอายุราชการ ดังนั้นจึงได้เสนอรายชื่อคณะทำงานชุดใหม่ ให้ น.ส.ตรีนุชพิจารณาเห็นชอบแล้ว ซึ่งคณะทำงานชุดใหม่ได้มีการหารือ และได้เชิญคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมเสนอความเห็น เพื่อความสมบูรณ์ของกฎหมายลูก ซึ่งเมื่อราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ ก็ถือว่า กฎหมายที่ไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับร่าง พ.ร.บ.แห่งชาติฯ จะมีผลบังคับใช้ทันที 

โดยหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ฯ ทำคู่ขนานกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯอยู่แล้ว แต่บังเอิญร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ฯ ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก่อน ดังนั้นการเตรียมความพร้อมจึงต้องเดินหน้าต่อไป โดยที่ผ่านมา ผมและรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้มีการหารือเชิงนโยบายร่วมกับผู้อำนวยการ กศน.จังหวัดมาโดยตลอด เพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากสำนักงานฯมาเป็นกรม บริหารในรูปแบบนิติบุคคล ขณะที่ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัด ก็ต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ส่วนผมจะถือว่าเป็นอธิบดีส่งเสริมการเรียนรู้คนแรกหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่กังวล เพราะโดยตำแหน่งเลขาธิการ กศน. ก็ถือว่าเทียบเท่าอธิบดีกรมอยู่แล้ว” นายวัลลพกล่าว 

คลิกอ่าน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ…. 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนการปฏิรูปการศึกษาไทยผ่านการประกาศใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ครอบคลุมประชาชนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต โดยยกเลิก พ.ร.บ.กศน. พ.ศ.2551 และปรับโครงสร้างจากสำนักงาน กศน. เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในฐานะนิติบุคคลภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ

หลักการสำคัญของกฎหมายคือการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งเสริมการเข้าถึงการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา และพัฒนากลไกเทียบโอนผลการเรียนรู้เพื่อการประกอบอาชีพหรือเพิ่มคุณวุฒิ แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทรัฐจาก “ผู้จัด” เป็น “ผู้สนับสนุนและเอื้ออำนวย” พร้อมกระจายอำนาจสู่ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล ผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ประจำพื้นที่ 

แนวปฏิบัติทางการศึกษาที่สำคัญคือการพัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยี และระบบประเมินผลที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการทำงานจริง เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และรองรับสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน 

ข้อสอบ

ข้อ 1 สาระสำคัญที่สุดของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ที่แตกต่างจาก พ.ร.บ.กศน. พ.ศ.2551 คือข้อใด
ก. การเพิ่มหน่วยงานในส่วนกลาง
ข. การมุ่งจัดการศึกษานอกระบบเป็นหลัก
ค. การสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบบูรณาการทุกภาคส่วน
ง. การโอนอำนาจการจัดการศึกษาให้เอกชนทั้งหมด

ข้อ 2 การปรับสถานะสำนักงาน กศน. เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในฐานะ “นิติบุคคล” สะท้อนแนวคิดการบริหารใดมากที่สุด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การบริหารแบบราชการดั้งเดิม
ค. การเพิ่มขั้นตอนการกำกับ
ง. การเพิ่มความคล่องตัวและความรับผิดชอบเชิงผลลัพธ์
 

ข้อ 3หากโรงเรียนต้องการเชื่อมโยงการเรียนรู้ของผู้เรียนกับการประกอบอาชีพตามเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้ แนวทางใดเหมาะสมที่สุด

ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนในหลักสูตรเดิม
ข. ใช้ระบบสอบปลายภาคเป็นหลัก
ค. พัฒนาระบบเทียบโอนและรับรองสมรรถนะจากประสบการณ์จริง
ง. จำกัดการเรียนรู้ไว้เฉพาะในสถานศึกษา

ข้อ 4 บทบาทของรัฐตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … เปลี่ยนแปลงอย่างไร
ก. เป็นผู้ควบคุมทุกกระบวนการ
ข. เป็นผู้จัดการเรียนรู้เพียงฝ่ายเดียว
ค. เป็นผู้ประเมินผลเท่านั้น
ง. เป็นผู้กำกับ ส่งเสริม และเอื้ออำนวยการเรียนรู้
 

ข้อ 5 ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา การนำ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ไปใช้ให้เกิดผลจริง ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. การปรับเอกสารงานธุรการ
ข. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนและภาคี
ค. การเพิ่มโครงสร้างการบังคับบัญชา
ง. การรักษารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเดิม
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น