
การจัดเก็บข้อมูลเอกสารข่าวสารต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีระบบการจัดการกับเอกสารให้มีความพร้อมต่อการนําออกมาใช้งาน ดังนั้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเอกสารจึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในการจัดเก็บเอกสารให้มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เซ็นเอกสารที่ไหนก็ได้ อยู่ที่ไหนก็สามารถประชุมได้ เพราะโลกออนไลน์เชื่อมต่อทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว
และเมื่อไม่นานมานี้เอง พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ถูกลงมติและลงรายละเอียด โดยพระราชบัญญัตินี้จะเข้ามาช่วยเสริมให้การทำงานออนไลน์ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร
พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ กฎหมายกลางในการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อต้องการส่งเสริมให้รูปแบบการทำงานและการให้บริการของภาครัฐปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล โดยสอดคล้องกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน เป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการติดต่อราชการ การขออนุมัติ การอนุญาต ขึ้นทะเบียน จดทะเบียน การแจ้งเพื่อประกอบกิจการของประชาชน การรับเงิน และการออกใบเสร็จรับเงินของหน่วยงาน รวมทั้งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพแก่การปฏิบัติราชการของภาครัฐในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องตัว รวดเร็ว และลดปัญหาการทุจริต ดังนั้นจึงทำให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นความสำคัญของรัฐบาลไทยที่จะก้าวไปสู่ยุครัฐบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ที่ทางคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอและเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ที่ทางคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
การใช้ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลดีอย่างไร?
1. เพิ่มขีดความสามารถในด้านดิจิทัลของประเทศ
โดยการนำเครื่องมือเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการผลิตและการให้บริการ เพื่อลดปัญหาด้านการจัดเก็บการสูญหายของเอกสาร และการสืบค้นข้อมูลเอกสาร
2. ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
สามารถติดต่อกับหน่วยงานของรัฐได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และลดภาระในด้านต่าง ๆ แก่ประชาชน
3. พัฒนาทักษะอาชีพด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของบุคลากรภาครัฐ
เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ในด้านของการทำงานและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4. สร้างความปลอดภัยในข้อมูลเอกสาร
เนื่องจากเอกสารเป็นความสำคัญขององค์กร ระบบการจัดการกับเอกสารจึงมีรูปแบบการกําหนดสิทธิในการเข้าใช้ ควบคุมความปลอดภัย เพื่อป้องกันการใช้งานจากผู้ไม่ประสงค์ดีในการเข้าถึงระบบฐานข้อมูล
5. ลดปริมาณการใช้กระดาษและแฟ้มเอกสาร
โดยการเปลี่ยนจากห้องเก็บเอกสารแบบออฟไลน์ให้มาอยู่ในระบบออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่กระบวนการการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดปัญหาการสิ้นเปลืองของทรัพยากรได้ในอนาคต
ซึ่งผลดีของการใช้ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เพียงแต่หน่วยงานรัฐเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่ประชาชนอย่างเรา ๆ ก็ถือว่าได้ประโยชน์จากการปฏิบัติงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น จะเห็นได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ การปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการจะมีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสู่ระบบจัดการเอกสารอย่างเต็มรูปแบบ
ระบบจัดการเอกสารเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า หน่วยงานหลายแห่งยังคงยึดติดกับการจัดการเอกสารด้วยรูปแบบกระดาษ ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีได้นั้น เพราะกฎหมายในปัจจุบันหลายฉบับยังขาดการรับรองผลทางกฎหมายของการปฏิบัติราชการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีกฎระเบียบที่เขียนว่า ให้ยื่นเป็นหนังสือ หรือลงลายมือชื่อ ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยมีมติมอบหมายให้คณะกรรมการการพัฒนากฎหมาย จัดทำร่าง พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ขึ้น นั่นก็เพื่อต้องการแก้ไขการติดต่อระหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชน หรือการดำเนินการด้วยเอกสาร หนังสือราชการ และสิ่งพิมพ์ในลักษณะที่เป็นสำเนา ที่ส่งผลทำให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่และกระทบต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานราชการ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย และเสียเวลาที่มากเกินสมควร
ดังนั้น การมี พ.ร.บ. นี้ ถือเป็นการยกกระดับขีดความสามารถให้หน่วยงานราชการสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ถึงเวลาแล้วที่ต้องบอกลาเอกสารกองโต เพื่อเปลี่ยนองค์กรรัฐเข้าสู่ระบบสำนักงานอัจฉริยะด้วยซอฟต์แวร์บริหารจัดการเอกสารที่ผ่านการพัฒนาระบบและซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง โดยทีมพัฒนาโปรแกรมภายในองค์กรจาก Ditto ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านงานเอกสารแบบครบวงจรมากกว่า 20 ปี พร้อมทีมงานมืออาชีพมากมาย ทำให้มั่นใจได้ว่าการเลือกใช้ระบบจัดการเอกสาร อบต. และ อบจ. จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ การเข้าถึงในการบริการ การค้นหาเอกสารได้รวดเร็ว เพียงแค่มีระบบจัดการเอกสารนี้ ก็สามารถช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างง่ายดาย ทันสมัย และเสริมภาพลักษณ์ให้หน่วยงานราชการได้เป็นอย่างดี
ที่มา ; Ditto
การจัดการเอกสารและข้อมูลข่าวสารในหน่วยงานราชการมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีระบบที่สามารถจัดเก็บ ค้นหา และนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเอกสาร ทำให้สามารถทำงานได้ทุกที่ ลดข้อจำกัดด้านสถานที่ เวลา และการใช้เอกสารกระดาษ อีกทั้งช่วยให้การประชุม การลงนาม และการบริการภาครัฐมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น
พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกฎหมายกลางที่ส่งเสริมให้ภาครัฐเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดความเสี่ยงการทุจริต โดยครอบคลุมการติดต่อราชการ การอนุมัติ การออกเอกสาร และการรับบริการต่าง ๆ
การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวช่วยยกระดับศักยภาพดิจิทัลของประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมทักษะบุคลากรภาครัฐด้านเทคโนโลยี เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และลดการใช้กระดาษ นำไปสู่การบริหารงานภาครัฐแบบอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทันสมัยมากขึ้น ทั้งนี้กฎหมายมีผลบังคับใช้หลังประกาศ 90 วัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
วัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนเอกสารราชการ
ข. ส่งเสริมการใช้กระดาษในองค์กร
ค. ส่งเสริมการปฏิบัติราชการสู่ระบบดิจิทัล
ง. ลดการใช้เทคโนโลยีในภาครัฐ
เฉลย: ค
เหตุผล: กฎหมายมุ่งเปลี่ยนการทำงานภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลเพื่อความมีประสิทธิภาพ
ข้อใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงจากกฎหมายฉบับนี้
ก. เพิ่มขั้นตอนการติดต่อราชการ
ข. ลดความสะดวกในการบริการ
ค. ติดต่อราชการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
ง. เพิ่มการใช้เอกสารกระดาษ
เฉลย: ค
เหตุผล: ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวก
ข้อใด “ไม่ใช่” ผลดีของ พ.ร.บ. ดังกล่าว
ก. ลดการใช้กระดาษ
ข. เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล
ค. เพิ่มความล่าช้าในการทำงาน
ง. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: กฎหมายมุ่งลดความล่าช้า ไม่ใช่เพิ่ม
กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้หลังจากใด
ก. วันลงมติทันที
ข. 30 วันหลังประกาศ
ค. 60 วันหลังประกาศ
ง. 90 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เฉลย: ง
เหตุผล: ระบุชัดว่ามีผลหลังประกาศ 90 วัน
ข้อใดสะท้อนแนวคิด “รัฐบาลดิจิทัล” ได้ดีที่สุด
ก. ใช้เอกสารกระดาษทั้งหมด
ข. ลดการใช้เทคโนโลยี
ค. ใช้ระบบออนไลน์ในการบริหารงาน
ง. เพิ่มขั้นตอนเอกสาร
เฉลย: ค
เหตุผล: รัฐบาลดิจิทัลคือการใช้เทคโนโลยีในการบริหารงาน
การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยลดปัญหาใดได้มากที่สุด
ก. การสื่อสารเพิ่มขึ้น
ข. การสูญหายและค้นหาเอกสารยาก
ค. การใช้คอมพิวเตอร์
ง. การประชุมออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบบดิจิทัลช่วยจัดเก็บและค้นหาเอกสารได้ดีขึ้น
ข้อใดเป็นผลต่อบุคลากรภาครัฐจากกฎหมายนี้
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. ต้องพัฒนาทักษะดิจิทัล
ค. ไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่
ง. ทำงานแบบเดิมได้ตลอด
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องพัฒนาทักษะให้ทันยุคดิจิทัล
เหตุผลสำคัญที่ต้องมีกฎหมายนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มงานเอกสาร
ข. แก้ปัญหาความล่าช้าและต้นทุนสูง
ค. ลดการใช้ระบบออนไลน์
ง. เพิ่มการใช้สำเนาเอกสาร
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องการลดความล่าช้าและค่าใช้จ่าย
ข้อใดเป็นผลดีด้านสิ่งแวดล้อม
ก. เพิ่มการใช้กระดาษ
ข. ลดการใช้แฟ้มเอกสาร
ค. เพิ่มการตัดไม้ทำกระดาษ
ง. เพิ่มเอกสารสิ่งพิมพ์
เฉลย: ข
เหตุผล: ลดการใช้กระดาษช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลของรัฐมีเป้าหมายสำคัญคือข้อใด
ก. เพิ่มความซับซ้อนในการทำงาน
ข. เพิ่มต้นทุนภาครัฐ
ค. เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส
ง. ลดการให้บริการประชาชน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความโปร่งใสของรัฐ