
กรมบัญชีกลางแจ้งหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๗๗ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ จากคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง ซ้อมความเข้าใจงานจ้างเหมาบริการ (บุคคลธรรมดา) ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐




@สาระสำคัญ
๑. ซ้อมความเข้าใจเพื่อ "แก้ไขความเข้าใจผิด" และ "ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ" ของหน่วยงานรัฐที่ทำการ "จ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา" แต่กลับไปกำหนดเงื่อนไขในสัญญาเสมือนเป็น "การจ้างแรงงาน" ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560
๒. ประเด็นหลัก
* นิยามงานจ้างเหมาบริการ ต้องมุ่งเน้น "ผลสำเร็จของงาน" ผู้ว่าจ้าง (หน่วยงาน) ไม่มีอำนาจควบคุมบังคับบัญชา สั่งการ หรือกำหนดเวลาเข้าออกงานเหมือนข้าราชการ/ลูกจ้าง มีอำนาจเพียง "ตรวจรับงาน" เท่านั้น
* การทำสัญญา เนื่องจากยังไม่มีสัญญามาตรฐาน ให้หน่วยงานร่างสัญญาเองแล้วส่งสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจ (หรือใช้ร่างที่เคยผ่านการตรวจแล้ว)
* การแก้ไขสัญญาเดิม หากสัญญาที่ใช้อยู่มีเงื่อนไขที่ส่อเจตนาเป็นการ "จ้างแรงงาน" ต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องทันที โดยตัดเงื่อนไขเหล่านี้ออก เช่น การกำหนดเวลาปฏิบัติงาน (เช่น ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.) การหักเงินกรณีมาสาย การคิดค่าปรับกรณีไม่มาทำงาน การกำหนดสิทธิการลา (ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน) เป็นต้น
@การสังเคราะห์หนังสือแนบนี้
๑.ข้อเท็จจริงที่พบ
*หน่วยงานฯ มักจ้างเหมาบริการรายบุคคล (เช่นจ้างยาม, นักการภารโรง, แม่บ้าน, คนขับรถ, ปฏิบัติงานธุรการ) และปฏิบัติกับบุคคลเหล่านั้นเสมือน "ลูกจ้างชั่วคราว" คือให้ลงเวลาเข้าออกงาน มีการตัดเงินเมื่อมาสาย หรือให้สิทธิลาประเภทต่างๆ
๒.ผลกระทบจากหนังสือนี้ : หน่วยงานฯ ต้องตรวจสอบสัญญาและปรับหรือรื้อระบบการจ้าง การปกครอง ในประเด็นต่างๆ ดังนี้
* ต้องทำหรือกำหนด TOR ให้ชัดเจนว่า "ผลงานที่ต้องการคืออะไร" ในแต่ละวัน/งวดงาน
* ควรแก้ไขสัญญาหรือร่างสัญญาใหม่ ต้องเปลี่ยนถ้อยคำและเงื่อนไข เช่น
- ควรแก้ไขจาก “ต้องมาทำงานตามเวลาราชการ เช่น ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.” เป็นการระบุ "เงื่อนไขการส่งมอบงาน" เช่น ต้องทำความสะอาดให้เสร็จภายในเวลา... หรือต้องเตรียมพร้อมให้บริการตลอดช่วงเวลา...”
- ควรแก้ไขที่ระบุในสัญญา “ให้สิทธิลาป่วย ลากิจ หรือลาพักผ่อน” เป็น “ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิลาหากไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ ต้องหาคนมาแทน หรือหากไม่มาจะถือว่า "ส่งมอบงานไม่ครบ" (งดจ่ายค่าจ้างในงวดนั้น)
- ควรแก้ไขประเด็นการลงโทษ จาก “หักเงินเดือนกรณีมาสาย หรือหักเงินกรณีขาดงานในลักษณะบทลงโทษทางวินัย เป็นให้ใช้การ "ปรับ" กรณีส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด หรือ "ไม่ตรวจรับ" งานที่ไม่เสร็จตามข้อตกลง
* ห้ามสั่งการให้ทำอย่างอื่นนอกเหนือ TOR หรือสั่งการให้ไปทำงานอื่นนอกเหนือหน้าที่ หรือสั่งการเหมือนลูกน้อง (เช่น จ้างมาทำความสะอาด ขับรถ เฝ้ายาม หรือสั่งให้ไปช่วยยกของจัดงานไม่ได้ เพราะไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา) โดยผู้ว่าจ้างมีอำนาจเพียง "ตรวจผลงาน" เท่านั้น หากงานไม่เรียบร้อยสั่งให้แก้ไขได้ แต่ไม่มีอำนาจสั่งให้ไปทำงานอื่นนอกเหนือสัญญา
๓. หากหน่วยงานฯไม่ปรับปรุงแก้ไข อาจมีความเสี่ยงทางกฎหมาย
* หากหน่วยงาน ยังคงสัญญาที่มีลักษณะ "ควบคุมบังคับบัญชา" (กำหนดเวลา, ให้สิทธิลา):
* ผิด พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ: เพราะไม่ใช่การจ้างทำของ แต่กลายเป็นการ "จ้างแรงงาน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
* ความรับผิดเรื่องสวัสดิการ: หากศาลแรงงานตีความว่าเป็น "นายจ้าง-ลูกจ้าง" หน่วยงานฯ อาจถูกฟ้องร้องเรียกสวัสดิการ ประกันสังคม หรือค่าชดเชยเลิกจ้าง ซึ่งระเบียบฯไม่อนุญาตให้จ่ายเงินงบประมาณในส่วนนี้สำหรับจ้างเหมาบริการ
* ผิดระเบียบการบริหารงานบุคคล: การจ้างแรงงานโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกหรือตามกรอบอัตรากำลัง อาจถือว่าเป็นการจ้างบุคลากรเกินกรอบหรือเลี่ยงระเบียบ
ที่มา ; สำนักงบประมาณ
เกี่ยวข้องกัน
๑.กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๘ เกี่ยวกับประเด็นการจ้างเหมาบริหาร












๒.ตัวอย่างสัญญา (ปรับใช้ได้)




