สมาชิกเข้าสู่ระบบ

จำคุก ๕๕ปี อดีต ผอ.เขตมัธยมฯ ทุจริตสร้างหลังคาอเนกประสงค์

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท 4, 6/2568 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโจทก์ นายธนู นูนน้อย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 15 จ.นราธิวาส  กับพวก รวม 16 คน เป็นจำเลย กรณีจัดจ้างโครงการก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 จํานวน 11 โรงเรียน โดยเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เสนอราคาบางรายเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา 

ศาลอาญาคดีทุจริต มีคำพิพากษาว่า นายธนู นูนน้อย จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ม.157 (เดิม), พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ม.12 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1  

ส่วนจำเลยที่ 2 – 14 (ยังไม่มีรายชื่อยืนยันเป็นทางการ) มีความผิดตาม ป.อ. ม.157 (เดิม) ประกอบปอ. ม.86, พ.ร.บ.ฮั้ว ม.12 ประกอบป.อ. ม.86 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. 42 ม.123/1 ประกอบ ป.อ. ม.86 การกระทำของจำเลยที่ 1 –14 แต่ละกรรมเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ฮั้ว ม.12 และลงโทษจำเลยที่ 2 – 14 ตาม พ.ร.บ.ฮั้ว ม.12 ประกอบ ป.อ. ม.86 

พิพากษาลงโทษ  นายธนู นูนน้อย จำเลยที่ 1 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 11 กระทง เป็นจำคุก 55 ปี ให้ลงโทษจำคุก 50 ปี ตาม ป.อ. ม.91 (3) 

จำเลยที่ 2 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 11 กระทง เป็นจำคุก 33 ปี 44 เดือน

จำเลยที่ 3 (นิติบุคคล) ปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 3 กระทง เป็นปรับ 240,000 บาท

จำเลยที่ 4 (นิติบุคคล) ปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับ 160,000 บาท

จำเลยที่ 5 (นิติบุคคล) ปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับ 160,000 บาท

จำเลยที่ 6 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 7 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี 16 เดือน

จำเลยที่ 8 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 9 ปี 12 เดือน

จำเลยที่ 9 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี 8 เดือน และปรับ 160,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี

จำเลยที่ 10 จำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 80,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี

จำเลยที่ 11 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี 20 เดือน และปรับ 400,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี

จำเลยที่ 12 (นิติบุคคล) ปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 5 กระทง เป็นปรับ 400,000 บาท

จำเลยที่ 13 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 7 กระทง เป็นจำคุก 21 ปี 28 เดือน และปรับ 560,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 3 ปี 

จำเลยที่ 14 (นิติบุคคล) ปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 7 กระทง เป็นปรับ 560,000 บาท

ยกฟ้องจำเลยที่ 15 และที่ 16 

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก  

ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคดีเอง! เผยคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 ลงโทษ 'ธนู นูนน้อย' อดีตผอ.สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา 5 จ.นราธิวาส จำคุก 55 ปี ติดจริง 50  จัดจ้างก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ 11 โรงเรียน เอื้อประโยชน์ผู้รับเหมา และลงโทษพวกนับสิบรายรวมเอกชน โดนด้วยคนละหลายสิบปี 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 17 กันยายน 2568 

เกี่ยวข้องกัน

"ผอ.-ครู"ร.ร.มัธยมฯ สพฐ.ชายแดนใต้ได้เฮ! พ้นกล่าวหาทุจริต"หลังคาโดม" 62 ล. 

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวการศึกษา EdunewsSiam.com รายงานความคืบหน้าการสอบสอนกรณีการกล่าวหามีการร่วมกันทุจริตล็อกสเปกจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษในโครงการก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ในโรงเรียนมัธยมศึกษา 11 แห่ง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ประกอบด้วย โรงเรียนมัธยมฯใน จ.ปัตตานี 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล, โรงเรียนแม่ลานวิทยา, โรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร และโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา, จ.นราธิวาส 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสุคิรินวิทยา, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์, โรงเรียนนราสิกขาลัย และโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี และ จ.ยะลา 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนธารโตวัฑฒนวิทย์, โรงเรียนยะหาศิรยานุกูล และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ยะลา 

โดยได้รับจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาสนับสนุนการก่อสร้างวงเงินรวม 62.4 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการก่อสร้างหลังคาโดมคลุมลานอเนกประสงค์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนในจังหวัดปัตตานี 4 แห่ง นราธิวาส 4 แห่ง และยะลา 3 แห่ง ทุกโครงการจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษ 

ทั้งนี้ ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และอดีตนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวการศึกษา EdunewsSiam.com ว่า นับเป็นข่าวที่น่ายินดีฉลองปีใหม่เทศกาลตรุษจีน 2565 สำหรับพี่น้องและเพื่อนผู้บริหารและครูในโรงเรียนมัธยมฯ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 11 โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งตนได้รับทราบกระแสข่าวดีจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ว่า ผู้บริหารและครูรวมประมาณ 15 คน ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันทุจริต ได้หลุดพ้นจากการชี้มูลความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าวทุกคน ซึ่งตนได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเชื่อได้ว่า ทุกท่านไม่ได้มีพฤติการณ์ทุจริต พร้อมทั้งพบเบาะแสที่เป็นข้อแก้ต่างได้ ในกรณีมีการจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายจาก สพฐ.และแจ้งกำหนดให้หาผู้รับจ้างให้ได้ภายในระยะเวลาอันนั้น โดยมีระยะเวลาห่างกันเพียงประมาณ 3 วัน ไม่เช่นนั้นงบฯ จะตกไป 

สำนักข่าวการศึกษา EdunewsSiam.com รายงานถึงจุดเริ่มต้นการสอบสอนกรณีการกล่าวหามีการร่วมกันทุจริตในโครงการก่อสร้างหลังคาโดมคลุมลานอเนกประสงค์ในโรงเรียนมัธยมศึกษา 11 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก สพม.15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ได้ทำหนังสือ ที่ ศธ.04245/1330 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2559 ขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจาก สพฐ.

กระทั่งเกิดเรื่องอื้อฉาว เบื้องต้นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สอบสวนพบเงื่อนงำโกงทั้ง 11 โรงเรียน และส่งเรื่องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการต่อ โดยผู้บริหาร สพฐ. สั่งตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง ซึ่งว่ากันว่า ในห้วงเวลานั้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาต่างๆ นานา โดยคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เขาประจาน ครหาโครงการนี้กันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ.2559 (ตั้งแต่นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. ยังนั่งเก้าอี้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) 

ทั้งนี้ สตง.ได้ตรวจพบเงื่อนงำทั้งเรื่องการใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ไม่ชอบด้วยระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งมีบริษัทประกอบธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์เป็นผู้ประมูลงานก่อสร้างได้ ที่สำคัญมีการกำหนดราคากลางสูงกว่าราคาเกณฑ์ประมวลราคากลางก่อสร้างตามระบบราชการ 

นอกจากนี้ คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังประจานในข้อกล่าวหาว่า การดำเนินโครงการทั้งโรงเรียนใน จ.ปัตตานี 4 แห่ง, นราธิวาส 4 แห่ง และยะลา 3 แห่ง นอกจากจะจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษแล้ว ยังทำสัญญากับผู้ประกอบการเอกชนเพียง 3 ราย รายละ 3-4 แห่ง แถมมีเสียงครหาว่า บริษัทคู่เทียบ 3 แห่ง ระบุที่ตั้งเดียวกันด้วย 

ยังไม่รวมเงื่อนงำกล่าวหาชวนสงสัยเรื่องของการตั้งราคาค่าเสาเข็มเจาะบีโอคิวของแทบทุกโครงการไม่ระบุความยาว มีเพียงบางโรงเรียนที่ระบุความยาว 21 เมตร แต่ทุกโรงเรียนใช้ราคากลางเสาเข็มเดียวกันที่ต้นละ 16,060 บาท รวมค่าเจาะ ซึ่งเป็นราคากลางของ สพฐ. สำหรับเสาเข็มขนาด 35 ซม. ยาว 21 เมตร

เช่นเดียวกับราคากลางในรายการอื่นๆ เป็นไปตามราคากลางของ สพฐ.เมื่อปี พ.ศ. 2558-2559 ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาด้วยว่า ราคากลางของ สพฐ.ก็อาจจะสูงกว่าราคาตามท้องตลาดในห้วงเวลาเดียวกันค่อนข้างมากด้วย และว่ากันว่า โครงการแบบนี้ยังมีอีกหลายโรงเรียนของ สพฐ.ในภูมิภาคอื่นๆ ด้วย เรียกว่า ทำเสียชื่อ “กระทรวงคุณครู” จริงๆ  

รัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิผู้บริหาร ครูฯ เผยข่าวดีฉลองปีใหม่เทศกาลตรุษจีน “ผอ.-ครู” 11 ร.ร.มัธยมฯ สพฐ.ชายแดนใต้ได้เฮ! พ้นข้อกล่าวหาร่วมทุจริตสร้างหลังคาโดมงบเหลือจ่าย สพฐ.ปี’59 มูลค่ารวม 62.4 ล้านบาท

ที่มา ; EDUNEWSSIAM