
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. โรงเรียน “Carroll Preparatory Primary & Preschool” บองมาร์เช่ มาร์เก็ต พาร์ค ได้มีการจัดงานขอบคุณเหล่านักลงทุนและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคุณพนิดา และคุณจอร์จ แคร์โรลล์ ผู้ก่อตั้งได้กล่าวขอบคุณนักลงทุน ซึ่งเป็นเหล่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีแนวคิดอยากจะสร้างโรงเรียนดีๆ ให้กับลูกและมีทัศนคติด้านการศึกษาเหมือนกัน พร้อมกันนั้นยังเปิดพื้นที่การเรียนรู้ ห้องเรียน ให้สื่อมวลชนได้เข้าชม
“วัยเด็กควรเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความน่าค้นหาและความสนุก เด็กๆ ของเราอยู่ในบรรยากาศที่เต็มด้วยความสวยงาม ความสดใส สร้างแรงบันดาลใจและจินตนาการ” คุณจอร์จ แคร์โรลล์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกล่าว
โรงเรียนที่รับนักเรียนทุกรูปแบบ “โรงเรียนที่ดี คือ โรงเรียนที่สอนนักเรียนได้ทุกรูปแบบ วิธีการเรียนการสอนที่ดี คือ วิธีที่เด็กทุกคนได้เรียน เราไม่มีการคัดนักเรียน ไม่มีการสอบเข้า ไม่มีการแข่งขัน เราช่วยนักเรียนทุกรูปแบบ มีการจัดการเรียนการสอนที่สร้างมาเพื่อนักเรียนรายบุคคล” คุณพนิดา แคร์โรลล์ กล่าว

“เด็ก ๆ เรียนรู้ได้ดีในวิธีที่แตกต่างกันไป และมันคือหน้าที่ของเรา ที่จะหาวิธีการเหล่านั้น เราเลือกที่จะรักษาความรักที่จะเรียนรู้ไว้ก่อนอะไรทั้งหมด เพราะเรารู้ดีจากประสบการณ์กว่า 20 ปี ว่าความรัก จะทำให้เด็กๆ เรียนรู้ต่อเรื่อยๆแบบไม่รู้จบ” ปัจจุบัน แคร์โรลล์ เพรพ มีทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีความต้องการการศึกษาพิเศษด้วย
ห้องเรียนที่ไม่มีโต๊ะเรียน ไม่มีกำแพงสี่ด้าน
แคร์โรลล์ เพรพ จัดพื้นที่การเรียนรู้แบบ Open Classroom ไม่ได้แบ่งเป็นห้องๆ ครูจะมองเห็นทะลุทุกจุด เราออกแบบห้องเรียนให้เป็นสัดส่วนด้วยเฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างได้รับการออกแบบอย่างเฉาะเจาะจง เพื่อนำทางให้เด็กๆ เดินเข้าไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง นักเรียนมีส่วนในการควบคุมการศึกษาของตัวเอง โดยได้รับการแนะแนวจากคุณครูตั้งแต่เด็ก
การออกแบบห้องเรียนแคร์โรลล์ เพรพ มีจุดหลักเป็นต้นไม้ที่สวยงาม แต่ละต้นมีความหมาย มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน เช่น ต้นซากุระ จะอยู่บริเวณโซนของ Parents & Baby เป็นสัญลักษณ์ของพ่อแม่ ที่กำลังปล่อยให้ลูกๆได้เติบโต ซึ่งในอาคารมีต้นไม้ถึง 12 ต้น ที่แตกต่างกันไป
คุณจอร์จ แคร์โรลล์ กล่าว “เราอยากให้เด็กๆ รายล้อมไปด้วยบรรยากาศที่สวยงาม สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ เด็กๆ อยู่โรงเรียนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ถ้าต้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ก็ยากที่จะกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ได้ เราพบว่า การมีห้องเรียน โรงเรียนที่มีบรรยากาศดี ทำให้เด็กๆ ปรับตัวได้เร็ว อยากมาโรงเรียน อยากเรียนรู้
ครูรุ่นใหม่และสไตล์การสอนเฉพาะตัว แบบแคร์โรลล์ เพรพ
นอกจากความสวยงามแล้ว สิ่งที่แคร์โรลล์ เพรพ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การฝึกสอนคุณครูในโรงเรียนให้ได้มาตรฐานของแคร์โรลล์ เพรพ “เราฝึกสอนครูทุกคนที่จะเข้าทำงานที่นี่ เพราะประสบการณ์จากที่อื่นใช้กับโรงเรียนเราไม่ได้ ครูทุกคนต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด เวลาเราคัดเลือกคุณครู เราจึงมองหาคนที่ทุ่มเทให้กับผลประโยชน์ของนักเรียน มีความพยายาม ความอดทน และกล้าทำผิดพลาด เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ” การสอนครูใหม่ ไม่ต่างจากการสอนนักเรียน ถ้าเราเลือกครูที่มีความพยายาม มีทักษะการคิด ประยุกต์ใช้ ครูจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
Mistake Based Learning สอนให้เด็กเรียนรู้จากความผิดพลาด
“ลูกๆ ของคุณจะทำผิดพลาดที่นี่!” ฟังดูแล้วน่าตกใจ แต่เราเจอเด็กๆและผู้ใหญ่เยอะมากที่กลัวความผิดพลาด ความกลัวนี้จำกัดความสามารถของพวกเขา ไม่กล้าเริ่มสิ่งใหม่ๆ มีความวิตกกังวลสูง เพราะขาดโอกาสที่จะผิดพลาด ประสบการณ์ที่ต้องประสบกับความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นใหม่ ในโลกปัจจุบัน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราไม่สามารถหนีความแปลกใหม่ได้ เด็กยุคใหม่จึงต้องคุ้นเคยกับการลองสิ่งใหม่
ให้ความสำคัญกับสุขภาพใจ
“บาดแผลทางใจมองไม่เห็น และคนมักมองข้ามมันไป” คุณพนิดา แคร์โรลล์ กล่าว “จริงๆแล้วสุขภาพใจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพกายโดยตรง ความแข็งแรงทางใจ ความพอใจและอิ่มเอมใจ ไม่ได้เกิดจากการทำให้ชีวิตเด็กๆ ราบรื่น แต่เกิดจากการได้ประสบปัญหาตามวัยและได้แก้ไขมัน รวมไปถึงการได้ค้นพบสิ่งที่ทำแล้วมีความหมายต่อตัวเองและผู้อื่น และนั่นคือสิ่งที่เราให้เด็กๆได้ ที่แคร์โรลล์ เพรพ
นี่คือก้าวแรก
แคร์โรลล์ เพรพ แห่งนี้ เราตั้งใจให้เป็นตัวอย่าง เหมือนโครงการนำร่อง เราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าเราสามารถทำให้การศึกษาสนุก น่าสนใจ ไปพร้อมๆกับได้ความรู้ทางวิชาการ สิ่งที่เราทำอาจใหม่ในประเทศไทย แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ เรามองว่าการศึกษาควรพัฒนาไปข้างหน้าให้เร็วพอๆ กับโลก มิฉะนั้นสิ่งที่เรียนและฝึกฝนมาก็จะไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง
ปัจจุบันเรากำลังเริ่มโครงการอาคารระดับประถมศึกษาเต็มตัว เพื่อรองรับนักเรียนของเราต่อไปจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งอาคารใหม่นี้จะมีพื้นที่มากกว่าเดิมถึง 5 เท่า
เปิดตัวโรงเรียนแนวใหม่แห่งแรกในเอเชีย “Carroll Preparatory Primary & Preschool” มาพร้อมกับดีไซน์สะดุดตา เต็มไปด้วยสีสัน เป็นโรงเรียนที่จะเปลี่ยนทัศนคติทางการศึกษาให้กับเด็กไทยรุ่นใหม่
ที่มา ; เดลินิวส์ 8 มิถุนายน 2565
โรงเรียน “Carroll Preparatory Primary & Preschool” เป็นโรงเรียนแนวคิดใหม่ที่เน้นการเรียนรู้แบบเปิด (Open Classroom) และไม่ใช้การคัดเลือกนักเรียน ไม่มีการสอบเข้า โดยเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนตามความสามารถของตนเอง ผ่านการออกแบบการเรียนรู้แบบรายบุคคล (Individualized Learning) โรงเรียนเชื่อว่าเด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน และครูมีหน้าที่ค้นหาวิธีที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน
แนวคิดสำคัญคือการสร้าง “ความรักในการเรียนรู้” เป็นพื้นฐาน โดยใช้สภาพแวดล้อมที่สวยงาม มีแรงบันดาลใจ เช่น ห้องเรียนแบบเปิด ไม่มีผนังแบ่งชัดเจน และมีการออกแบบพื้นที่ด้วยสัญลักษณ์ต้นไม้เพื่อสื่อความหมายการเรียนรู้ เด็กสามารถควบคุมการเรียนรู้ของตนเองภายใต้การแนะนำของครู
โรงเรียนยังเน้น Mistake Based Learning เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากความผิดพลาด ลดความกลัวการล้มเหลว และพัฒนาความยืดหยุ่นทางความคิด นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของผู้เรียน โดยเชื่อว่าการเผชิญปัญหาและการแก้ไขเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโต
อีกทั้งยังพัฒนาครูด้วยการฝึกอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของโรงเรียน เป้าหมายของโรงเรียนคือเป็นต้นแบบการศึกษาที่ทันสมัย ที่ผสานความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และวิชาการเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
แนวคิดหลักของโรงเรียน Carroll Preparatory คือข้อใด
ก. การแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ
ข. การคัดเลือกนักเรียนเก่งเท่านั้น
ค. การเรียนรู้รายบุคคลและเปิดโอกาสเท่าเทียม
ง. การเน้นสอบมาตรฐานระดับชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: โรงเรียนไม่คัดเลือกนักเรียนและจัดการเรียนแบบรายบุคคล
เหตุผลสำคัญที่โรงเรียนออกแบบห้องเรียนแบบ Open Classroom คืออะไร
ก. ลดค่าใช้จ่ายการก่อสร้าง
ข. เพิ่มการควบคุมของครู
ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองและการมองเห็นทั่วถึง
ง. ลดจำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: Open Classroom สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองและการมองเห็นนักเรียนทั่วถึง
ข้อใดสะท้อนแนวคิด “Mistake Based Learning” ได้ดีที่สุด
ก. ห้ามนักเรียนทำผิด
ข. ใช้ความผิดพลาดเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
ค. ลดการทดลองในห้องเรียน
ง. เน้นการท่องจำ
เฉลย: ข
เหตุผล: โรงเรียนให้เด็กเรียนรู้จากความผิดพลาด
บทบาทของครูในโรงเรียนนี้คือข้อใด
ก. ผู้ควบคุมการสอบ
ข. ผู้บรรยายความรู้เพียงอย่างเดียว
ค. ผู้แนะแนวและค้นหาวิธีเรียนที่เหมาะกับเด็ก
ง. ผู้ประเมินแบบแข่งขัน
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูเป็นผู้แนะแนวการเรียนรู้รายบุคคล
เหตุใดโรงเรียนจึงให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่สวยงาม
ก. เพื่อการตลาด
ข. เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์
ค. เพื่อเพิ่มพื้นที่สำนักงาน
ง. เพื่อใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
เฉลย: ข
เหตุผล: บรรยากาศช่วยกระตุ้นจินตนาการของเด็ก
แนวคิดเรื่องสุขภาพใจของโรงเรียนเน้นประเด็นใด
ก. การสอบผ่านอย่างเดียว
ข. การหลีกเลี่ยงปัญหาทุกชนิด
ค. การเผชิญและแก้ปัญหาเพื่อเติบโต
ง. การเรียนออนไลน์เท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: สุขภาพใจเกิดจากการเผชิญปัญหาและแก้ไข
เหตุผลที่โรงเรียนไม่รับนักเรียนแบบคัดเลือกคืออะไร
ก. ลดภาระงานครู
ข. เชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้
ค. ขาดงบประมาณ
ง. ต้องการลดจำนวนนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: โรงเรียนเชื่อในศักยภาพของเด็กทุกคน
การฝึกครูในโรงเรียนมีจุดมุ่งหมายสำคัญคืออะไร
ก. ให้สอบผ่านมาตรฐานรัฐ
ข. ให้สอนเหมือนโรงเรียนทั่วไป
ค. ให้สอดคล้องกับแนวคิดเฉพาะของโรงเรียน
ง. ลดจำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องการครูที่เข้าใจระบบเฉพาะของโรงเรียน
เป้าหมายระยะยาวของโรงเรียนคือข้อใด
ก. เปิดสอนเฉพาะอนุบาล
ข. เป็นโรงเรียนต้นแบบการศึกษาใหม่
ค. ลดวิชาวิทยาศาสตร์
ง. เน้นกีฬาเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องการเป็นต้นแบบการศึกษาสมัยใหม่
ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่โรงเรียนคาดหวังจากการจัดการเรียนรู้
ก. นักเรียนแข่งขันสูงที่สุด
ข. นักเรียนมีความสุข กล้าคิด และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ค. นักเรียนสอบได้คะแนนสูงสุด
ง. นักเรียนทำตามคำสั่งเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ต่อเนื่อง