สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M143_ใช้ ‘สูตรฐานสมรรถนะ’ ธ.ค.นี้ นำร่อง 8 จังหวัด 265 ร.ร.นวัตกรรม

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการเพื่อพัฒนา (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถณะ ได้ยกหลักหลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับจัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นที่ 1 หรือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถนำร่องใช้ในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม 265 แห่ง จาก 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี ศรีสะเกษ ระยอง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ส่วนช่วงชั้นอื่น ๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งคาดว่าช่วงชั้นที่ 2 จะดำเนินการแล้วเสร็จเร็วๆ นี้ โดยขณะนี้ได้แขวนร่างหลักสูตรไว้ที่ เว็บไซต์ https://cbethailand.com ซึ่งมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็นในการยกร่างหลักสูตรดังกล่าวด้วย

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ยังถือว่าอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา ดังนั้นจึงเริ่มนำร่องในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมก่อน ส่วนโรงเรียนอื่น ๆ นั้น จากการลงพื้นที่เพื่อดูการจัดการเรียนการสอน พบว่า หลายแห่งสามารถนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยกว่า ร้อยละ 90 ทำได้ค่อนข้างดี มีการเชื่อมโยงบูรณาการการเรียนการสอน ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ลดตัวบงชี้จาก 400 กว่าตัวให้เหลือไม่ถึง 70 ตัว โดยใช้แนวทางสตรีมศึกษามาประยุกต์

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ยังคงอยู่ แต่เป็นการปรับปฏิรูปหน่วยการเรียนรู้ในรูปแบบ Professional Learning Community ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ให้เห็นผลลัพธ์ของสมรรถนะที่ชัดเจนขึ้น เน้นการเรียนการสอนที่บูรณาการแต่ละวิชาเข้าด้วยกัน ลดตัวบ่งชี้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ดูการเรียนการสอนพบว่า หลายแห่งสามารถทำได้ดี โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ครูต้องปรับการเรียนการสอน เน้นออนไลน์เป็นหลัก ทำให้มีการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะและแนวทางสตรีมศึกษามาประยุกต์ใช้ พบว่าหลายแห่งทำได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นด้านดี ที่มีการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปปรับใช้ได้เร็วขึ้น ” รองเลขาธิการกพฐ. กล่าว

รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้น ขณะนี้หลักสูตรฐานสมรรถนะอยู่ในช่วงของการวิจัยและพัฒนา ดังนั้นจึงอยู่ระหว่างนำร่องก่อน ซึ่งบางโรงเรียนมีผู้นำทางวิชาการที่เข้มแข็ง ประสานกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ก็สามารถนำหลักสูตรฐานสมรรถนะมาบูรณาการกับหลักสูตรแกนกลาง เพื่อจัดการเรียนการสอนได้อยู่แล้ว ทั้งนี้หลังเข้ามารับตำแหน่งรองเลขาธิการกพฐ. และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านวิชาการการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างเป็นทางการ ล่าสุดได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษกสพฐ. เพื่อเผยแพร่งานด้านการศึกษาอีกหน้าที่หนึ่ง

มติชนออนไลน์ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564

สรุปสาระสำคัญ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างการพัฒนา “หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฐานสมรรถนะ” โดยเริ่มดำเนินการแล้วในช่วงชั้นที่ 1 (ป.1–ป.3) และเตรียมนำร่องใช้ในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม 265 แห่ง จาก 8 จังหวัด เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองเชิงนโยบายก่อนขยายผลในระดับประเทศ หลักสูตรดังกล่าวยังอยู่ในระยะวิจัยและพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเฉพาะ

แนวคิดหลักของหลักสูตรฐานสมรรถนะคือ การบูรณาการการเรียนรู้ข้ามกลุ่มสาระ ลดจำนวนตัวชี้วัดจากกว่า 400 ตัว เหลือไม่ถึง 70 ตัว และมุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ที่สะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนอย่างแท้จริง ผ่านการทำงานแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยยังคงยึดหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 เป็นฐาน 

จากการติดตามผล พบว่าโรงเรียนกว่าร้อยละ 90 สามารถปรับใช้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ครูจำเป็นต้องปรับรูปแบบการสอนเป็นออนไลน์ ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้แนวคิดสมรรถนะและสตรีมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ คือ ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร และความร่วมมือกับนักวิชาการในพื้นที่

ข้อสอบ

ข้อที่ 1

วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมคือข้อใด

ก. เพื่อยกเลิกหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551
ข. เพื่อทดแทนการเรียนการสอนแบบรายวิชา
ค. เพื่อทดลองและพัฒนาหลักสูตรก่อนขยายผล
ง. เพื่อให้โรงเรียนมีอิสระจากการกำกับของ สพฐ.

ข้อที่ 2

การลดจำนวนตัวชี้วัดจากกว่า 400 ตัว เหลือไม่ถึง 70 ตัว สะท้อนแนวคิดการจัดการเรียนรู้ในมิติใดมากที่สุด

ก. การลดภาระงานเอกสารของครู
ข. การเน้นผลลัพธ์เชิงสมรรถนะของผู้เรียน
ค. การรวมอำนาจการบริหารหลักสูตร
ง. การเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาวิชา

 

ข้อที่ 3

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ปัจจัยใดในบทความถือว่าสำคัญที่สุด

ก. งบประมาณจากส่วนกลาง
ข. การใช้เทคโนโลยีการเรียนออนไลน์
ค. การปรับตารางสอนใหม่ทั้งหมด
ง. ภาวะผู้นำทางวิชาการและเครือข่ายความร่วมมือ

 

ข้อที่ 4

การใช้ PLC ในการปรับหน่วยการเรียนรู้ มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อหลักสูตรฐานสมรรถนะ

ก. เป็นเครื่องมือประเมินผลนักเรียน
ข. เป็นกลไกสั่งการจากส่วนกลาง
ค. เป็นกระบวนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครู
ง. เป็นระบบควบคุมคุณภาพโรงเรียน

 

ข้อที่ 5

จากบทความ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลเชิงบวกต่อการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะในมิติใด

ก. ทำให้ยกเลิกการเรียนการสอนแบบปกติ
ข. กระตุ้นให้ครูปรับการสอนและบูรณาการได้เร็วขึ้น
ค. ทำให้ลดบทบาทของหลักสูตรแกนกลาง
ง. ทำให้โรงเรียนพึ่งพาส่วนกลางมากขึ้น

 

ข้อที่ 6

หาก สพฐ. ขยายการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะทั่วประเทศทันที โดยไม่ผ่านการนำร่องให้ครบวงจร ความเสี่ยงเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบทความมากที่สุดคือข้อใด

ก. โรงเรียนขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. ครูต่อต้านเนื่องจากเสียสิทธิประโยชน์
ค. การปฏิรูปขาดหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ
ง. หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551 จะถูกยกเลิกโดยปริยาย

 

ข้อที่ 7

การลดตัวชี้วัดจากกว่า 400 ตัว เหลือไม่ถึง 70 ตัว หากบริหารจัดการผิดพลาด อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบในมิติใดมากที่สุด

ก. ความโปร่งใสในการประเมินผล
ข. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อเป้าหมายสมรรถนะ
ค. ความซ้ำซ้อนของกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง. ความไม่สอดคล้องกับนโยบายกระทรวง

 

ข้อที่ 8

ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนที่ไม่ใช่พื้นที่นวัตกรรม การดำเนินการใด “สอดคล้องกับเจตนารมณ์เชิงนโยบาย” มากที่สุด

ก. รอคำสั่งบังคับใช้จาก สพฐ.
ข. ยกเลิกโครงสร้างรายวิชาเดิมทันที
ค. บูรณาการหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่หลักสูตรแกนกลาง
ง. ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะเฉพาะช่วงโควิด

 

ข้อที่ 9

เหตุใด “PLC” จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะ แทนการอบรมเชิงนโยบายจากส่วนกลาง

ก. ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาครู
ข. เพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้ผู้บริหาร
ค. สร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานการปฏิบัติจริง
ง. ทำให้การควบคุมมาตรฐานง่ายขึ้น

 

ข้อที่ 10

จากบทเรียนช่วงโควิด-19 บทบาทใหม่ของผู้บริหารสถานศึกษาที่จำเป็นต่อหลักสูตรฐานสมรรถนะคือข้อใด

ก. ผู้ควบคุมคุณภาพการสอน
ข. ผู้จัดการตารางเรียนออนไลน์
ค. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการ
ง. ผู้ประสานงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

ข้อสอบ Case-based 

สถานการณ์ที่ 1 : “หลักสูตรฐานสมรรถนะกับแรงต้านในองค์กร”

โรงเรียนขนาดกลางแห่งหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่นวัตกรรม แต่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการขับเคลื่อน “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ตามแนวนโยบาย สพฐ. โดยใช้ PLC เป็นกลไกหลัก อย่างไรก็ตาม ครูอาวุโสจำนวนมากแสดงความกังวลว่า

  • การลดตัวชี้วัดจะทำให้มาตรฐานตก

  • ผู้ปกครองจะไม่เข้าใจ

  • ยังไม่มีคำสั่งบังคับอย่างเป็นทางการ

ในขณะเดียวกัน เขตพื้นที่การศึกษาขอให้โรงเรียนรายงาน “ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะ” ภายใน 3 เดือน

ข้อ 11

แนวทางการตัดสินใจของผู้อำนวยการที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ชะลอการดำเนินงานจนกว่าจะมีคำสั่งบังคับใช้
ข. สั่งการให้ครูทุกคนปรับแผนการสอนทันที
ค. ใช้ PLC นำร่องบางระดับชั้นควบคู่การสื่อสารเชิงนโยบาย
ง. ขอให้เขตพื้นที่จัดอบรมก่อนเริ่มดำเนินการ

 

ข้อ 12 ความเสี่ยงเชิงระบบที่ผู้อำนวยการต้องระวังมากที่สุดในสถานการณ์นี้คือข้อใด
ก. ผลสอบระดับชาติอาจลดลง
ข. ครูขาดความรู้เรื่องหลักสูตรใหม่
ค. การขับเคลื่อนเชิงสัญลักษณ์โดยไม่เปลี่ยนการสอนจริง
ง. เขตพื้นที่สั่งตรวจเอกสารเพิ่ม

 

สถานการณ์ที่ 2 : “โควิด-19 กับการประเมินสมรรถนะ”

ในช่วงการเรียนออนไลน์ โรงเรียนแห่งหนึ่งใช้การบูรณาการข้ามกลุ่มสาระและโครงงานเป็นหลัก ครูสามารถออกแบบกิจกรรมได้ดี แต่เมื่อถึงเวลาประเมินผล

Remember: ผู้ปกครองร้องเรียนว่า “ไม่มีคะแนนชัดเจน”
เขตพื้นที่สอบถามว่า “ประเมินตามตัวชี้วัดใด”
ครูบางคนเริ่มกลับไปใช้แบบทดสอบเดิมเพื่อความปลอดภัย

 

ข้อ 13 บทบาทของผู้อำนวยการที่สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะมากที่สุดคือข้อใด
ก. อนุญาตให้ครูใช้วิธีเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
ข. กำหนดรูปแบบการประเมินจากส่วนกลางของโรงเรียน
ค. สร้างความเข้าใจร่วมเรื่องหลักฐานเชิงสมรรถนะ
ง. ลดกิจกรรมบูรณาการเพื่อความชัดเจนของคะแนน

 

ข้อ 14 หากผู้อำนวยการไม่จัดการปัญหานี้อย่างเหมาะสม ผลกระทบระยะยาวที่รุนแรงที่สุดคือข้อใด
ก. คะแนนเฉลี่ยโรงเรียนลดลง
ข. ผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่นต่อโรงเรียน
ค. ครูไม่เข้าใจหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างแท้จริง
ง. เขตพื้นที่เพิ่มการกำกับติดตาม

 

สถานการณ์ที่ 3 : “นโยบายส่วนกลาง vs บริบทโรงเรียน”

โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท มีครูไม่ครบชั้น เขตพื้นที่ต้องการให้โรงเรียนรายงานการ “บูรณาการ 8 กลุ่มสาระ” และ “การลดตัวชี้วัด” ตามแนวหลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ผู้อำนวยการเห็นว่าหากทำตามรูปแบบโรงเรียนขนาดใหญ่ อาจเพิ่มภาระครูและไม่เกิดผลจริง

 

ข้อ 15 การตัดสินใจใดสะท้อนภาวะผู้นำเชิงนโยบายได้ดีที่สุด
ก. ปรับ emphasizes การบูรณาการตามศักยภาพจริงของโรงเรียน
ข. ปฏิเสธนโยบายเนื่องจากขาดทรัพยากร
ค. ทำรายงานให้ครบตามรูปแบบที่เขตกำหนด
ง. ขอผ่อนผันไม่เข้าร่วมการขับเคลื่อน
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม