สมาชิกเข้าสู่ระบบ

หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ความหมายและบ่งบอกอะไรบ้าง

ทำความรู้จักกับเลข 13 หลักบน "บัตรประชาชน" กันว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร และมีความสำคัญแค่ไหน?

"บัตรประชาชน" (Thai National ID Card) สิ่งที่ทุกคนต้องยึดถือเป็นสิ่งสำคัญและพกติดตัวไปไหนมาด้วย เพื่อแสดงและยืนยันตัวตน ซึ่งมักจะได้ยินบ่อยครั้งว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากบนหน้าบัตรจะระบุทั้งชื่อ นามสกุล รวมถึงวัน เดือน ปีเกิด รูปภาพใบหน้าและที่อยู่ของเรา ที่สำคัญมี "หมายเลข 13 หลัก" เมื่อเวลาไปทำธุรกรรมกับธนาคาร หรือการดำเนินการที่ต่างๆ ทางราชการ มักจะนำมาใช้ ทำให้หลายคนจึงตั้งคำถามว่า หมาย 13 หลักบนบัตรนั้นสำคัญแค่ไหน และบ่งบอกอะไรบ้าง?

 

จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อธิบายเลขบัตรประชาชน 13 หลักไว้ว่า เลขทั้งหมด 13 หลักนั้น (X-XXXX-XXXXX-XX-X) แบ่งออกเป็น 5 ส่วน (ดูได้จากรูปภาพประกอบด้านบน) คือ 

  • ส่วนที่ 1 - มีเลข 1 หลัก เลขเพียงหนึ่งตัวนี้หมายถึง ประเภทบุคคล ประกอบด้วย 8 ประเภท
  • ส่วนที่ 2 - มีเลขทั้งหมด 4 หลักเรียงติดกัน หมายถึง สำนักทะเบียนที่ออกเลขประจำตัวประชาชน หากนับจากทางซ้ายมือ เลขตัวที่ 2-3 เป็นการบอกจังหวัด ส่วนเลขตัวที่ 4-5 เป็นการบอกอำเภอ เขต เทศบาล หรือเมืองพัทยา
  • ส่วนที่ 3 และส่วนที่ 4 - มีเลขทั้งหมด 7 หลัก บ่งบอกลำดับของบุคคลในแต่ละประเภทของแต่ละสำนักทะเบียน 
  • ส่วนสุดท้ายที่ 5 - มีเลข 1 หลัก หมายถึงเลขตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชนทั้งหมด 

 

ขณะที่เลขหลังบัตร เป็นเลขที่กรมการปกครองใช้ควบคุมการจ่ายบัตรประจำตัวประชาชน ที่แจกจ่ายให้กับที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาลและเมืองพัทยา ไม่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น

 

ด้านกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของ หมายเลขหลักที่ 1 หรือหมายเลขตัวแรกที่บ่งบอกประเภทบุคคล ซึ่งแยกย่อยเป็น 8 ประเภทบุคคล ไว้ดังน้ี

  • ประเภทที่ คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย และได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันแรกหลังจากมีการประกาศให้ประชาชนทุกคนต้องมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ภายในระยะเวลา 15 วันนับตั้งแต่วันเกิดตามที่กฎหมายกำหนด จะมีเลขประจำตัวขึ้นด้วยเลข 1 เป็นต้น 
  • ประเภทที่ 2 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย และได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 เป็นต้นไป แต่ไม่ได้แจ้งเกิดภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันเกิดตามที่กฎหมายกำหนด  
  • ประเภทที่ 3 คือ คนไทยหรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย ก่อน 31 พฤษภาคม 2527 
  • ประเภทที่ 4 คือ คนไทยหรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว แต่แจ้งย้ายเข้าโดยที่ยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน (ซึ่งต้องอยู่ในช่วงกำหนดระยะเวลา 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2527) ยกตัวอย่างเช่น คนไทยหรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว อยู่อาศัยในพื้นที่หนึ่ง ต่อมาได้ย้ายไปพื้นที่อื่น แต่ยังไม่ได้เลขประจำตัว ก็จะเข้าข่ายเป็นบุคคลประเภทที่
  • ประเภทที่ 5 คือ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจหรือกรณีอื่นๆ 
     
  • ประเภทที่ 6 คือ ผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ในลักษณะชั่วคราว และยังไม่ได้สัญชาติไทย เนื่องจากทางการยังไม่รองรับตามกฎหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อยหรือชาวเขาตามชายแดน ชาวต่างชาติที่มีสามีหรือภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งอาจไปขอทำทะเบียนประวัติเพื่อให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของสามีหรือภรรยาคนไทย
  • ประเภทที่ 7 คือ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ที่เกิดในประเทศไทย 
  • ประเภทที่ 8 คือ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย และคนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทยหลัง 31 พฤษภาคม 2557 

ขณะเดียวกันเมื่อต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนในการดำเนินการสิ่งต่างๆ จึงต้องมีความระมัดระวัง เนื่องจากจะแสดงข้อมูลส่วนบุคคลของเราทั้งหมด กรมประชาสัมพันธ์ ได้ชี้แจงถึงวิธีการการลงชื่อสำเนาถูกต้องไว้ว่า ต้องขีดเส้นคู่ขนานจากมุมล่างซ้ายไปมุมขวาบน และเขียนข้อความไว้ตรงกลางว่านำไปใช้เพื่ออะไร โดยควรที่จะลงท้ายด้วยคำว่า "เท่านั้น" ด้วย

ที่สำคัญต้องมีระบุวัน เดือน ปี ที่มีการลงชื่อทุกครั้ง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อทับไปบนรูปภาพใบหน้าของตัวเอง และถ่ายเอกสารเพียงด้านหน้าบัตรเพียงด้านเดียวเท่านั้น ก็เพียงพอต่อข้อมูลที่จะนำไปใช้แล้ว

 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ 

บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนในการติดต่อราชการและธุรกรรมต่าง ๆ โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ เช่น ชื่อ–สกุล วันเกิด ที่อยู่ และรูปถ่าย จุดเด่นคือ “เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก” ซึ่งมีความหมายเชิงระบบ ไม่ใช่ตัวเลขสุ่ม โดยแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ (1) หลักแรกบอกประเภทบุคคล 8 ประเภท เช่น คนไทยแจ้งเกิดตามกำหนด คนต่างด้าว หรือผู้ได้รับสัญชาติ (2) หลักที่ 2–5 บอกสำนักทะเบียน โดยระบุจังหวัดและอำเภอ (3) และ (4) รวม 7 หลัก ใช้แสดงลำดับบุคคลในทะเบียน (5) หลักสุดท้ายเป็นเลขตรวจสอบความถูกต้องของทั้งชุดข้อมูล

เลขด้านหลังบัตรใช้ควบคุมการออกบัตร ไม่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่การใช้สำเนาบัตรประชาชนต้องระมัดระวัง เพราะมีข้อมูลสำคัญครบถ้วน ควรขีดคร่อมเอกสาร ระบุวัตถุประสงค์การใช้ พร้อมคำว่า “เท่านั้น” ลงวันที่ และลงลายมือชื่อทับรูปถ่าย และควรถ่ายเฉพาะด้านหน้าบัตรก็เพียงพอ แนวปฏิบัติเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ และเสริมสร้างความปลอดภัยในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

 

ข้อสอบปรนัย

ข้อ 1

เลขหลักแรกของบัตรประชาชนมีความหมายตรงกับข้อใด
ก. จังหวัดที่เกิด
ข. ประเภทบุคคล
ค. ลำดับการเกิด
ง. รหัสตรวจสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: หลักแรกใช้จำแนก “ประเภทบุคคล” ทั้ง 8 ประเภท

 

ข้อ 2

เลขหลักที่ 2–5 บนบัตรประชาชนบ่งบอกข้อมูลใด
ก. สถานภาพบุคคล
ข. สำนักทะเบียน (จังหวัด/อำเภอ)
ค. เพศของเจ้าของบัตร
ง. เลขตรวจสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้ระบุพื้นที่ออกบัตร ได้แก่ จังหวัดและอำเภอ

 

ข้อ 3

เลข 7 หลักในส่วนที่ 3 และ 4 มีหน้าที่ใด
ก. ตรวจสอบความถูกต้อง
ข. แสดงลำดับบุคคลในทะเบียน
ค. ระบุสัญชาติ
ง. ระบุเพศ

เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เรียงลำดับบุคคลในแต่ละทะเบียน

 

ข้อ 4

เลขหลักสุดท้ายของบัตรประชาชนมีหน้าที่อย่างไร
ก. ระบุภูมิลำเนา
ข. ระบุเพศ
ค. ตรวจสอบความถูกต้องของเลขทั้งหมด
ง. แสดงลำดับบุคคล

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นเลข check digit เพื่อยืนยันความถูกต้อง

 

ข้อ 5

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเลขหลังบัตรประชาชน
ก. ใช้ระบุข้อมูลส่วนบุคคล
ข. ใช้ควบคุมการออกบัตร
ค. ใช้แทนเลข 13 หลัก
ง. ใช้ระบุสัญชาติ

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นรหัสควบคุมการแจกจ่ายบัตร ไม่เกี่ยวข้อมูลบุคคล

 

ข้อ 6

บุคคลที่มีเลขขึ้นต้นด้วย “1” หมายถึงข้อใด
ก. คนต่างด้าว
ข. คนไทยแจ้งเกิดตามกำหนด
ค. คนไม่มีสัญชาติ
ง. ผู้ได้รับสัญชาติภายหลัง

เฉลย: ข
เหตุผล: หมายถึงคนไทยที่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา

 

ข้อ 7

การใช้สำเนาบัตรประชาชนอย่างปลอดภัยควรทำอย่างไร
ก. ถ่ายทั้งหน้าและหลัง
ข. ไม่ต้องลงลายมือชื่อ
ค. ระบุวัตถุประสงค์และขีดคร่อม
ง. ส่งต่อได้โดยเสรี

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นวิธีป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

 

ข้อ 8

เหตุใดควรถ่ายสำเนาเฉพาะด้านหน้าบัตรประชาชน
ก. เพราะด้านหลังไม่มีความสำคัญ
ข. เพื่อลดต้นทุน
ค. เพราะมีข้อมูลเพียงพอและลดความเสี่ยง
ง. เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย

เฉลย: ค
เหตุผล: ด้านหน้ามีข้อมูลครบและช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล

 

ข้อ 9

หากไม่ระบุคำว่า “เท่านั้น” ในสำเนาบัตร อาจเกิดผลอย่างไร
ก. เอกสารเป็นโมฆะ
ข. ถูกปฏิเสธทันที
ค. เสี่ยงถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ง. ไม่มีผลใด ๆ

เฉลย: ค
เหตุผล: อาจเปิดช่องให้ผู้อื่นนำไปใช้ในทางมิชอบ

 

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อนการใช้ข้อมูลบัตรประชาชนเชิงวิเคราะห์ได้เหมาะสม
ก. ใช้เลขทั้งหมดจำแนกเพศ
ข. ใช้เลขหลักแรกวิเคราะห์สถานะบุคคล
ค. ใช้เลขท้ายบัตรระบุจังหวัด
ง. ใช้เลข 7 หลักตรวจสอบเอกสาร

เฉลย: ข
เหตุผล: หลักแรกใช้จำแนกประเภทบุคคล จึงนำไปวิเคราะห์เชิงนโยบายหรือบริบทได้เหมาะสม

 
 

ความเห็นของผู้ชม