
“เงินบำนาญ” เป็นเงินที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการบำนาญหรือผู้รับบำนาญรายเดือนไปเรื่อย ๆ จนตาย และต้องรับราชการนานถึง 25 ปี จึงลาออกเพื่อรับบำนาญได้…นี่เป็นความคิด ท่านว่าทั้งสองประเด็นถูกไหม?
จำหากท่านได้อ่านในบทความก่อนหน้านั้น คงพอจะเข้าใจเบื้องต้นแล้วว่า บุคคลที่เป็นข้าราชการ หากต้องออกจากราชการด้วยเหตุต่าง ๆ ทางราชการจะให้สิทธิประโยชน์เป็นเงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา ซึ่งเรียกว่า “บำเหน็จบำนาญ” โดยให้สิทธิเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากรับเป็นเงินก้อนครั้งเดียวเรียกว่า “บำเหน็จ” หากรับเป็นรายเดือน เรียกว่า “บำนาญ” ทั้งนี้ใครจะมีสิทธิ์ หรือไม่มีสิทธิ์ หรือมีสิทธิ์ประเภทไหน และได้จำนวนเท่าไหร่ นั่นย่อมเป็นไปตามกรณีที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 รวมถึงระเบียบหรือหลักเกณฑ์ย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บำเหน็จบำนาญมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเป็นอย่างไร?
ระบบบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จำแนกได้ 4 ประเภท ได้แก่ บำนาญพิเศษ บำเหน็จตกทอด บำเหน็จดำรงชีพ และบำเหน็จบำนาญปกติ ซึ่งแต่ประเภทมีลักษณะ ดังนี้
ส่วนการจะได้เงิน ”บำนาญพิเศษ” จำนวนเท่าไรนั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ(ข้าราชการครู หรือข้าราชการพลเรือนสามัญทั่วไปส่วนมากจะอยู่ในข่ายกรณีทำหน้าที่ในยามปกติ หากพิการทุพพลภาพจะได้รับตั้งแต่ 5/50 – 20/50 ส่วน ของเงินเดือน ๆ สุดท้าย ซึ่งส่วนราชการจะเป็นผู้กำหนดตามสมควรแก่เหตุประกอบความพิการและทุพพลภาพ (ตามผลการสอบสวน) หากผู้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพจะใช้สิทธิ์ขอเปลี่ยนเป็นรับ “บำเหน็จพิเศษ” ก้อนเดียวแทน (จำนวนหกสิบเท่าของบำนาญพิเศษ) ก็สามารถทำได้
หากถึงแก่กรรมทายาทเป็นผู้รับบำนาญพิเศษจะได้รับ 1/2 ของเงินเดือน ๆ สุดท้ายของผู้ตาย โดยแบ่งตามหลักเกณฑ์ คือ บุตรให้ได้รับ 2 ส่วน (ถ้ามี 3 คนขึ้นไปรับ 3 ส่วน) โดยรับไปจนถึง 20 ปีบริบูรณ์ หรือ กำลังศึกษารับถึง 25 ปีบริบูรณ์ คู่สมรส รับ 1 ส่วน ได้รับจนตลอดชีวิต เว้นแต่ สมรสใหม่ บิดาและมารดา 1 ส่วน ได้รับจนตลอดชีวิต หากกรณีไม่มีทายาทเลย ให้จ่ายผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามส่วนที่เจ้ากระทรวงกำหนดและหากผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ มีอายุไม่ถึงยี่สิบปีบริบูรณ์ให้ได้รับอย่างบุตร ตรงนี้เป็นรายละเอียดหากมีกรณีเช่นนี้ ให้ติดตามสอบถามที่ส่วนราชการผู้เบิกเงินเดือนของข้าราชการนั้น ๆ
สำหรับรายละเอียดของเงิน “บำเหน็จตกทอด” และ “บำเหน็จดำรงชีพ” ได้กล่าวไว้แล้วในข้อเขียน “สิทธิ์ในเงินบำเหน็จดำรงชีพ บำเหน็จตกทอด และเงินช่วยพิเศษ 3 เดือน” ท่านสามารถ คลิกอ่าน ได้
สำหรับข้าราชการครูและข้าราชการพลเรือนสามัญทั่วไป จะเป็นผู้รับบำเหน็จบำนาญปกติ เหตุสูงอายุและเหตุรับราชการนานเป็นส่วนมาก

ตารางแสดง ความสัมพันธ์อายุตัว อายุราชการ และเหตุที่ออกตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (เศษของครึ่งปีนับเป็น1 ปี เช่น 24 ปี 6 เดือน คือ 25 ปี)
ใครมีสิทธิ์รับบำเหน็จบำนาญปกติบ้าง ?
ผู้มีสิทธิ์รับบำเหน็จบำนาญปกติจำแนกตามคุณลักษณะได้ดังนี้
2.2) ลาออกจากราชการเมื่อมีเวลาราชการครบ 25 ปีบริบูรณ์


ตารางแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างคุณสมบัติ เหตุที่ออก และสิทธิ์ในการเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญทั้งไม่เป็นและเป็นสมาชิก กบข.(หากไม่เป็นสมาชิก กบข.การนับปีให้ไปดูตารางข้างบน)
มีสิทธิ์รับบำเหน็จบำนาญปกติจำนวนเท่าใด?
– บำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ
– บำนาญ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ
50
โดยเวลาราชการรวมเวลาทวีคูณด้วย โดยให้นับจำนวนปีเศษของปีถ้าถึงครึ่งปีให้นับเป็น 1 ปี เช่น 25 ปี 6 เดือน จะคิดเป็น 26 ปี 25 ปี 5 เดือน คิดเป็น 25 ปี (ไม่มีทศนิยม) คลิกอ่านข้อเขียนเวลาทวีคูณประโยชน์ต่อข้าราชการครูแค่ไหนอย่างไร
– บำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย X เวลาราชการ
– บำนาญ = เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x เวลาราชการ
50
มีเงื่อนไขคือเงินบำนาญได้ไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และเวลาราชการรวมเวลาทวีคูณด้วย โดยให้นับจำนวนปีรวมทั้งเศษของปีด้วยในการนับเศษของปี ให้นับ 12 เดือนเป็น 1 ปี และ360 วันเป็น 1 ปี เช่น 25 ปี 6 เดือน คิดเป็น 25.5 ปี เวลาราชการที่จะนำไปคำนวณ คือ 25.5

ตารางสรุป แสดงสิทธิ์ในการรับบำเหน็จบำนาญ เมื่ออกจากราชการในกรณีต่าง ๆ(เปรียบเทียบการเป็นสมาชิก กบข.และไม่เป็นสมาชิก กบข.)
โดยสรุปแล้ว “บำเหน็จบำนาญ” เป็นสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งที่ทางราชการจัดให้สำหรับข้าราชการหรือทายาทของข้าราชการนั้น หากว่า “บำเหน็จ” จะสื่อถึงการรับเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียวจบเลย ส่วน “บำนาญ” นั้นจะได้รับเป็นรายเดือนไปกว่าจะตายจากกันไป ระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการไทยไม่ว่าจะเป็นบำนาญพิเศษ บำเหน็จตกทอด บำเหน็จดำรงชีพ หรือบำเหน็จบำนาญปกติ ได้ระบุถึงเงื่อนไข เวลา สิทธิ์ของใคร ประเภทไหน รับเท่าไร ไว้อย่างชัดเจนตามข้อกฎหมาย การจะได้รับบำนาญหากเป็นกรณีปกติและขอลาออกต้องมีเวลาราชการครบ 25 ปีถึงจะเกิดสิทธิ์ แต่หากเป็นกรณีเหตุอื่นมีเวลาราชการไม่ถึง 25 ปี ก็สามารถรับเงินบำนาญได้จนกว่าจะตาย
บวร เทศารินทร์
ข้อมูลอ้างอิง