
ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสศ.เมื่อเร็วๆ นี้ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้เสนอข้อมูลที่น่าสนใจ จากการรับฟังความคิดเห็นเด็กทั่วประเทศ โดยเฉพาะเด็ก 3 จังหวัดชายแดนใต้ เด็กชายขอบ เด็กยากจน เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ และเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งสะท้อนว่าครูในประเทศดูแล และสนใจแต่เด็กเก่งเท่านั้น แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นประเด็นสำคัญในด้านสิทธิเด็ก จากที่ลงพื้นที่ พบว่าเด็กที่เรียนในระดับชั้น ม.1-3 ถูกผลักออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก ส่วนใหญ่เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นเด็กหลังห้องที่มีปัญหายาเสพติด ท้องไม่พร้อม และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เมื่อครูไม่สนใจ ทำให้เด็กเหล่านี้ถูกผลักออกจากระบบการศึกษากว่า 900,000 คน เมื่อเติบโตขึ้นก็จะกลายเป็นแรงงานไร้ฝีมือต่อไป
ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ระบบการศึกษาดูแล และสนับสนุนเฉพาะเด็กเก่ง แต่ขาดการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา ขาดการช่วยเหลือเด็กที่เรียนอ่อน และเด็กหลังห้อง สิ่งที่ทำให้ครูสนใจเฉพาะเด็กเก่ง มาจากระบบการศึกษาที่เน้น 4 เรื่องสำคัญ คือ
1.เน้นความเป็นเลิศ
2.เน้นการแข่งขันที่ต้องได้ที่หนึ่ง
3.เน้นมาตรฐาน เพราะมีตัวบ่งชี้จำนวนมาก ทำให้ครูมุ่งสอนให้เด็กมีมาตรฐานตามที่กำหนด เห็นได้จากการสอบวัดมาตรฐานต่างๆ โรงเรียนจะให้เด็กเก่งเข้ามาสอบ ส่วนเด็กที่ด้อยจะให้อยู่บ้าน ซึ่งจำกัดสิทธิเด็กอย่างรุนแรง และ
4.เน้นประสิทธิภาพ คือถ้าพบเด็กไม่มีคุณภาพ และไม่มีประสิทธิภาพ จะผลักออกจากระบบการศึกษา กลายเป็นเด็กถูกระบบการศึกษาตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้
ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า หากไปดูแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเน้น 4 เรื่องทั้งหมด ทำให้ครูทำงานภายใต้ระบบการศึกษาที่ออกแบบมาอย่างผิดพลาดมาโดยตลอด จนเกิดความเหลื่อมล้ำ ความแตกต่าง และทำให้เด็กไม่ได้รับการคุ้มครองทางการศึกษา เพราะครูสนใจแต่เด็กเก่งเท่านั้น
“สิ่งที่เด็กทั่วประเทศสะท้อนมา ทำให้เห็นว่าระบบการศึกษากำลังทำลายเด็กทั้งประเทศ ถึงเวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมาวิเคราะห์ ทบทวนระบบการศึกษาที่ต้นตอ ว่าทำถูกหรือไม่ เพราะหากไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่า ศธ.จะดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบอย่างไร เด็กก็จะออกจากระบบการศึกษาอยู่ดี ดังนั้น ควรวางแผนการศึกษาในทิศทางใหม่เพื่อเด็ก ผมมองว่าระบบการศึกษาควรแบ่งเป็น 2 ลู่ คือ
- ลู่ที่ 1 เน้นการพัฒนาเด็กเก่ง และ
- ลู่ที่ 2 จะทำอย่างไรให้ครูช่วยเหลือเด็กชายชอบ เด็กยากจน เด็กชาติพันธุ์ และเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาตามศักยภาพ มีทักษะ สามารถประกอบอาชีพได้
และครูเหล่านี้ควรจะได้รับการยกย่องไม่ต่างกับครูที่สร้างเด็กเก่ง” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์