สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M321_การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และการจัดงบประมาณด้านบุคลากร

(28 กันยายน 2565) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง) กระทู้ถามที่ 476 ร. ในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ปัญหาการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และการจัดสรรงบประมาณด้านบุคลากรทางการศึกษา

1 กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายและมาตรการในการควบคุมและยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ พร้อมทั้งรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้อยู่ในเกณฑ์อย่างไร

  • กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอเรียนว่า ได้มีนโยบายในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 120 คนลงมา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีมาตรการในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่เห็นชอบตามมติคณะกรรมการการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ให้ดำเนินการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน และลดภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณด้านบุคลากรและการบริหารจัดการ โดยการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องเป็นโรงเรียนที่มีระยะห่างจากโรงเรียนในตำบลเดียวกันไม่เกิน 6 กิโลเมตร ไม่กระทบต่อสิทธิของนักเรียน ครู ผู้อำนวยการโรงเรียน ประชาชน และชุมชน
  • การยุบหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องผ่านความเห็นชอบจากทุกฝ่าย และเป็นไปตามความสมัครใจ ความพร้อมของโรงเรียน รวมถึงสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือ เลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2550 ตลอดจนได้สนับสนุนค่าพาหนะให้กับนักเรียนที่มาเรียนรวมจนจบการศึกษาในระดับชั้นสูงสุดของโรงเรียนหลักอีกด้วย

สำหรับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาหลังการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจะทำให้เกิดคุณภาพ ดังนี้

  • ด้านคุณภาพผู้เรียน มีการจัดสรรอัตรากำลังครูให้ครบชั้น ครบวิชา ตรงตามสาขาวิชา อาคารสถานที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และมีสื่อการเรียนการสอนและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของนักเรียน รวมถึงพัฒนาผู้เรียนให้มีค่านิยมและวัฒนธรรมอันดีของสังคม
  • ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ มีการกำหนดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพภายใต้สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคม ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพตามหลักสูตรสถานศึกษา และส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาครู และบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ รวมทั้งมีการจัดทำแผนการบริหารจัดการที่พร้อมรองรับนักเรียนที่มาเรียนรวม เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน
  • ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอน ดำเนินการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนให้มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 รวมถึงทักษะชีวิตที่นำไปประกอบอาชีพได้เมื่อจบหลักสูตร ตลอดจนเกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน/ท้องถิ่น และมีการประเมินตรวจสอบความรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

2 กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายในการจัดการและแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกทิ้งรกร้างหลังการยุบรวมอย่างไร มีการมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบ

กระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีนโยบายในส่วนการบริหารงานพัสดุของโรงเรียนขนาดเล็กหลังการควบรวม ดังนี้

  • วัสดุ ครุภัณฑ์ โอนให้โรงเรียนหลัก หรือจำหน่ายตามสภาพของวัสดุ ครุภัณฑ์
  • ที่ดินของโรงเรียน
         – โรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น ให้ดำเนินการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง และเอกสารสิทธิ์ พร้อมทั้งรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประสานงานกับส่วนราชการ/หน่วยงานเจ้าของที่ดินในการดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะของส่วนราชการ/หน่วยงานเจ้าของที่ดินนั้น ๆ
          – โรงเรียนที่ได้รับการบริจาคที่ดิน ให้ตรวจสอบสภาพการถือกรรมสิทธิ์ เอกสารสิทธิ์ รายงานต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรณีการโอนที่ดิน ให้โอนให้กับโรงเรียนหลัก สำหรับกรณีจำหน่ายต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546
          – โรงเรียนที่ขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ ให้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิครอบครองหรือสิทธิการใช้เอกสารสำคัญการขอใช้การอนุญาต แล้วรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562
  • ทรัพย์สินอื่น ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • เอกสารสำคัญให้โอน ให้โรงเรียนหลัก

ทั้งนี้ เมื่อมีการควบรวมโรงเรียนแล้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะแจ้งให้โรงเรียนตรวจสอบทรัพย์สิน ชำระบัญชี และดำเนินการโอนหรือจำหน่ายให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

นอกจากนั้น ยังได้ประสานกับหน่วยงานอื่นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สามารถขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่โรงเรียนให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ตามความต้องการของชุมชน เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฯลฯ

3 กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายในการทบทวนและแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณในการว่าจ้างครูผู้ช่วยและนักการภารโรงซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความจำเป็นต่อโรงเรียนขนาดเล็ก และเป็นการส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่หรือไม่ อย่างไร

กระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณการจ้างครูอัตราจ้างและนักการภารโรง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้จัดสรรงบประมาณค่าจ้าง ตำแหน่งครูอัตราจ้าง จำนวน 5,907 อัตรา เป็นเงินจำนวน 1,116,423,000 บาท และตำแหน่งนักการภารโรง จำนวน 11,132 อัตรา เป็นเงินจำนวน 1,262,368,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,2378,791,800 บาท ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้โรงเรียนมีบุคลากรเพียงพอและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา รวมถึงเป็นการส่งเสริมการจ้างงานคนในพื้นที่

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินการขอตั้งรายการค่าจ้าง ตำแหน่งครูอัตราจ้าง และนักการภารโรง ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้มีบุคลากรสนับสนุนการปฏิบัติงานของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ที่มา ; ศธ.360 องศา 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงคำชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กและการจัดสรรงบประมาณบุคลากรทางการศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายพัฒนาโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การควบรวมโรงเรียนดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ ความสมัครใจของทุกฝ่าย ระยะทางไม่เกิน 6 กิโลเมตร และไม่กระทบสิทธิของนักเรียน ครู และชุมชน พร้อมสนับสนุนค่าพาหนะนักเรียนหลังควบรวม ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือคุณภาพผู้เรียนดีขึ้น มีครูครบชั้น ครบวิชา ระบบบริหารจัดการชัดเจน และการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลังการควบรวม กระทรวงฯ กำหนดแนวทางจัดการทรัพย์สิน ที่ดิน และเอกสารอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนใช้ประโยชน์พื้นที่โรงเรียนร้าง นอกจากนี้ ยังจัดสรรงบประมาณจ้างครูอัตราจ้างและนักการภารโรง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการศึกษา และส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 เป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดของการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กตามบทความคือข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียนของรัฐ
ข. ประหยัดงบประมาณด้านอาคารสถานที่เป็นหลัก
ค. ยกระดับคุณภาพการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
ง. โอนอำนาจการจัดการศึกษาให้ท้องถิ่น
 

ข้อ 2 เงื่อนไขใด “สำคัญที่สุด” ที่ใช้พิจารณาการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
ก. จำนวนนักเรียนต่ำกว่า 60 คน
ข. ความสมัครใจและบริบทของพื้นที่
ค. ความพร้อมด้านงบประมาณของเขตพื้นที่
ง. ความเห็นของหน่วยงานส่วนกลางเท่านั้น
 

ข้อ 3 หลังการควบรวมโรงเรียน แนวทางจัดการทรัพย์สินมีเป้าหมายเชิงบริหารข้อใด
ก. รวมศูนย์ทรัพย์สินไว้ที่กระทรวง
ข. ป้องกันการใช้ทรัพย์สินของรัฐโดยมิชอบ
ค. ให้โรงเรียนหลักและชุมชนใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า
ง. จำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อนำเงินเข้ารัฐ
 

ข้อ 4 การจัดสรรงบประมาณจ้างครูอัตราจ้างและนักการภารโรง สะท้อนแนวคิดใดของรัฐ
ก. การลดภาระครูประจำการ
ข. การเพิ่มอัตรากำลังเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
ค. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการจ้างงานในพื้นที่
ง. การทดแทนข้าราชการครูในระยะยาว

ข้อ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวนโยบายนี้ไปใช้ให้เกิดผลสูงสุด ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ควบรวมโรงเรียนทันทีเมื่อมีนักเรียนน้อย
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว
ค. สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและวางแผนรองรับนักเรียนหลังควบรวม
ง. เน้นการจัดการทรัพย์สินมากกว่าคุณภาพผู้เรียน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น