
(28 กันยายน 2565) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง) กระทู้ถามที่ 476 ร. ในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ปัญหาการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และการจัดสรรงบประมาณด้านบุคลากรทางการศึกษา

1 กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายและมาตรการในการควบคุมและยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ พร้อมทั้งรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้อยู่ในเกณฑ์อย่างไร
สำหรับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาหลังการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจะทำให้เกิดคุณภาพ ดังนี้
2 กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายในการจัดการและแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกทิ้งรกร้างหลังการยุบรวมอย่างไร มีการมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบ
กระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีนโยบายในส่วนการบริหารงานพัสดุของโรงเรียนขนาดเล็กหลังการควบรวม ดังนี้
ทั้งนี้ เมื่อมีการควบรวมโรงเรียนแล้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะแจ้งให้โรงเรียนตรวจสอบทรัพย์สิน ชำระบัญชี และดำเนินการโอนหรือจำหน่ายให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
นอกจากนั้น ยังได้ประสานกับหน่วยงานอื่นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สามารถขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่โรงเรียนให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ตามความต้องการของชุมชน เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฯลฯ
3 กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายในการทบทวนและแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณในการว่าจ้างครูผู้ช่วยและนักการภารโรงซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความจำเป็นต่อโรงเรียนขนาดเล็ก และเป็นการส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่หรือไม่ อย่างไร
กระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องงบประมาณการจ้างครูอัตราจ้างและนักการภารโรง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้จัดสรรงบประมาณค่าจ้าง ตำแหน่งครูอัตราจ้าง จำนวน 5,907 อัตรา เป็นเงินจำนวน 1,116,423,000 บาท และตำแหน่งนักการภารโรง จำนวน 11,132 อัตรา เป็นเงินจำนวน 1,262,368,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,2378,791,800 บาท ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้โรงเรียนมีบุคลากรเพียงพอและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา รวมถึงเป็นการส่งเสริมการจ้างงานคนในพื้นที่
ทั้งนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินการขอตั้งรายการค่าจ้าง ตำแหน่งครูอัตราจ้าง และนักการภารโรง ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้มีบุคลากรสนับสนุนการปฏิบัติงานของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ที่มา ; ศธ.360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงคำชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กและการจัดสรรงบประมาณบุคลากรทางการศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายพัฒนาโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การควบรวมโรงเรียนดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ ความสมัครใจของทุกฝ่าย ระยะทางไม่เกิน 6 กิโลเมตร และไม่กระทบสิทธิของนักเรียน ครู และชุมชน พร้อมสนับสนุนค่าพาหนะนักเรียนหลังควบรวม ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือคุณภาพผู้เรียนดีขึ้น มีครูครบชั้น ครบวิชา ระบบบริหารจัดการชัดเจน และการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หลังการควบรวม กระทรวงฯ กำหนดแนวทางจัดการทรัพย์สิน ที่ดิน และเอกสารอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนใช้ประโยชน์พื้นที่โรงเรียนร้าง นอกจากนี้ ยังจัดสรรงบประมาณจ้างครูอัตราจ้างและนักการภารโรง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการศึกษา และส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ข้อสอบ
ข้อ 1 เป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดของการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กตามบทความคือข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียนของรัฐ
ข. ประหยัดงบประมาณด้านอาคารสถานที่เป็นหลัก
ค. ยกระดับคุณภาพการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
ง. โอนอำนาจการจัดการศึกษาให้ท้องถิ่น
ข้อ 2 เงื่อนไขใด “สำคัญที่สุด” ที่ใช้พิจารณาการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก
ก. จำนวนนักเรียนต่ำกว่า 60 คน
ข. ความสมัครใจและบริบทของพื้นที่
ค. ความพร้อมด้านงบประมาณของเขตพื้นที่
ง. ความเห็นของหน่วยงานส่วนกลางเท่านั้น
ข้อ 3 หลังการควบรวมโรงเรียน แนวทางจัดการทรัพย์สินมีเป้าหมายเชิงบริหารข้อใด
ก. รวมศูนย์ทรัพย์สินไว้ที่กระทรวง
ข. ป้องกันการใช้ทรัพย์สินของรัฐโดยมิชอบ
ค. ให้โรงเรียนหลักและชุมชนใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า
ง. จำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อนำเงินเข้ารัฐ
ข้อ 4 การจัดสรรงบประมาณจ้างครูอัตราจ้างและนักการภารโรง สะท้อนแนวคิดใดของรัฐ
ก. การลดภาระครูประจำการ
ข. การเพิ่มอัตรากำลังเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
ค. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการจ้างงานในพื้นที่
ง. การทดแทนข้าราชการครูในระยะยาว
ข้อ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวนโยบายนี้ไปใช้ให้เกิดผลสูงสุด ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ควบรวมโรงเรียนทันทีเมื่อมีนักเรียนน้อย
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว
ค. สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและวางแผนรองรับนักเรียนหลังควบรวม
ง. เน้นการจัดการทรัพย์สินมากกว่าคุณภาพผู้เรียน
คลิกเฉลย >>>