สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่โรงแรม ที เค. พาเลซฯ แจ้งวัฒนะ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดประชุมเรื่อง "ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ : ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน" ภายใต้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers & School Quality Program : TSQP) เพื่อให้โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 290 แห่ง ใน 36 จังหวัด สามารถพัฒนาตนเองทั้งระบบ (Whole School Approach) ด้านการบริหารจัดการโรงเรียน และด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 500 คน

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า กสศ. คาดหวังให้โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองทำให้การศึกษาระดับประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการประชุมระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเร็วๆ นี้ สามารถสรุปประเด็นความก้าวหน้าและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรกมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ได้นำเสนอผลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศไทยพบว่า มีปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนัก หากจะดึงให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต้องดึงเด็กที่เรียนหนังสือไม่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอยู่ 20% กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จะสามารถดึงความถดถอยของเศรษฐกิจกลับมาได้ถึง 3% และหากทำให้โรงเรียนทั้งประเทศไทยสอบผ่านสมรรถนะนักเรียนตามมาตรฐานสากล (PISA) จะดึงความถดถอยทางเศรษฐกิจของไทยได้ 5% ถ้าปีนี้ประเทศไทยติดลบทางเศรษฐกิจ 10% แล้วทำ 2 เรื่องนี้สัมฤทธิ์ผลจะดึงเศรษฐกิจของชาติได้ถึง 7-8% สิ่งที่ กสศ.ทำอยู่คือเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน และการดึงไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา

นพ.สุภกร กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่สองเชื่อกันว่าประเทศที่ได้รับแรงสะเทือนจากโควิด-19 รุนแรง จะกลับมาได้แรงกว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อย เพราะประเทศเหล่านี้ต้องหานวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย แต่ครูและเด็กกลุ่มหนึ่งยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ส่วนประเด็นที่สาม สภามักถามเสมอว่าโครงการที่ดำเนินการอยู่เกิดผลลัพธ์อย่างไร โรงเรียนขนาดเล็กอธิบายง่าย แต่โรงเรียนขนาดกลางอธิบายให้เห็นผลต้องบอกได้ว่าโรงเรียนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ไหนบ้าง เป็นเหตุผลสำคัญที่ กสศ. เลือกโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมโครงการฯ 700 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 10 ของโรงเรียนทั้งประเทศ เพื่อให้เห็นตัวอย่างการดำเนินโครงการอย่างชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนที่เหลืออีกร้อยละ 90 ในอนาคต

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า กรอบแนวคิดการสนับสนุนให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาคุณภาพตนเอง และเกิดผลสำเร็จด้านการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ ใน 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการระดับโรงเรียน และมาตรการระดับชั้นเรียน ซึ่งโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการพัฒนาโรงเรียนในชนบทที่มีนักเรียนด้อยโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้แก่ครู ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย โดยการหนุนเสริมให้โรงเรียนสร้าง (Growth Mindset) ให้เกิดกับโรงเรียน ครู นักเรียนและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้สึกว่าอยากพัฒนาตนเอง ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติ เชื่อในตนเองมากกว่าเชื่อทฤษฎี และพึ่งตนเองมากกว่าพึ่งผู้อื่น ฉะนั้นคุณค่าโรงเรียนพัฒนาตนเอง ผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ

      1. ยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งแนวกว้างและลึก

      2. เป็น (learning platform) ของนักเรียน ครู ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง

      3. สร้างกระบวนทัศน์พัฒนาแก่สังคมไทย

      4. เชื่อมโยงสู่การพัฒนาระบบการศึกษา และ

      5.เปลี่ยนชุดความคิดว่าด้วยการเรียนรู้

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า ปีการศึกษา 2562 กสศ. ได้สนับสนุนให้โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดกลาง 290 แห่ง เกิดการพัฒนาคุณภาพตนเองและการเปลี่ยนแปลงด้านระบบบริหารจัดการ ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ซึ่งผลการประเมินพบว่า โรงเรียนมีการพัฒนาในระดับดีเยี่ยม 34 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.72 มีการพัฒนาในระดับดี 244 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81-100 และอยู่ในระดับต้องปรับปรุง 12 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 4.14 ส่วนผลการประเมินสะท้อนถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามผลลัพธ์ที่ตั้งร่วมกันไว้ (Core Learning Outcomes) ด้านทักษะมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นร้อยละ 40.06 แบ่งเป็นด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์มากที่สุด รองลงมาเป็นทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาและวิพากษ์อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะการสื่อสาร ขณะที่ทักษะชีวิตมีค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลงต่ำสุด ส่วนผลการประเมินด้านคุณลักษณะ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นร้อยละ 27.63 แบ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านมีวินัยมากที่สุด รองลงมาคือมีความซื่อสัตย์ และมีจิตสาธารณะ 

"สำหรับปี 2563 กสศ. จะดำเนินการพัฒนายกระดับคุณภาพโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลางเพิ่มอีก 443 แห่ง มีสถานศึกษาสังกัด สพฐ. อปท. และ สช. ร่วมด้วย และมีภาคีเครือข่ายใหม่ร่วมสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีก 6 เครือข่าย ทั้งนี้มุ่งหวังให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ ด้วยการคิดออกแบบวิธีการที่เหมาะสมสอดรับกับบริบทของโรงเรียนและใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย กสศ. พร้อมเป็นพลังหนุนเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนา ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างความเสมอภาค เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบร่วมกัน" ดร.อุดม กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์ เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563

สรุปสาระสำคัญ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สพฐ. จัดโครงการพัฒนาครูและโรงเรียน (TSQP) เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดกลาง 290 แห่ง ใน 36 จังหวัด โดยใช้แนวคิด “พัฒนาทั้งระบบ” (Whole School Approach) ครอบคลุมการบริหารและการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะศตวรรษที่ 21 และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผลการวิเคราะห์ชี้ว่าการดึงเด็กที่หลุดจากระบบกลับมาเรียนและยกระดับคุณภาพตามมาตรฐานสากล เช่น PISA จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

โครงการเน้น 2 มาตรการ คือ ระดับโรงเรียนและระดับชั้นเรียน พร้อมส่งเสริม Growth Mindset และการเรียนรู้จากการปฏิบัติ เพื่อให้โรงเรียนพึ่งตนเองและพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ยกระดับผลลัพธ์ผู้เรียน สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เปลี่ยนกระบวนทัศน์ และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาระบบการศึกษา

ผลการดำเนินงานพบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มีพัฒนาการระดับดีถึงดีเยี่ยม นักเรียนมีทักษะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ รวมถึงคุณลักษณะด้านวินัยและความซื่อสัตย์ โครงการมีแผนขยายผลต่อเนื่อง โดยเน้นการออกแบบตามบริบท ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างความเสมอภาค “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ข้อสอบ

ข้อ 1 เป้าหมายหลักของโครงการ TSQP คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณโรงเรียน
ข. ยกระดับคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ
ค. เน้นสอบแข่งขันระดับประเทศ
ง. ลดภาระงานครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น Whole School Approach ครอบคลุมทั้งระบบ

ข้อ 2 แนวคิด Whole School Approach หมายถึงข้อใด
ก. พัฒนาครูเท่านั้น
ข. พัฒนานักเรียนเท่านั้น
ค. พัฒนาทั้งระบบโรงเรียน
ง. พัฒนาเฉพาะผู้บริหาร
เฉลย: ค
เหตุผล: ครอบคลุมทั้งบริหารและการเรียนการสอน

ข้อ 3 การดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาส่งผลอย่างไร
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. ลดงบประมาณ
ค. ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ง. ลดคุณภาพการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยเพิ่มศักยภาพแรงงานและเศรษฐกิจ

ข้อ 4 ทักษะที่พัฒนาสูงสุดในนักเรียนคือข้อใด
ก. ทักษะชีวิต
ข. ทักษะการสื่อสาร
ค. ทักษะคิดสร้างสรรค์
ง. ทักษะอาชีพ
เฉลย: ค
เหตุผล: มีการเปลี่ยนแปลงสูงสุดตามผลประเมิน

ข้อ 5 Growth Mindset ในโครงการหมายถึงอะไร
ก. เชื่อทฤษฎีเป็นหลัก
ข. พึ่งพาภายนอก
ค. เชื่อว่าสามารถพัฒนาได้
ง. เน้นการแข่งขัน
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งให้เกิดการพัฒนาตนเอง

ข้อ 6 เหตุผลที่เลือกโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมโครงการคือข้อใด
ก. มีงบประมาณมาก
ข. เห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัด
ค. ครูมีคุณภาพสูง
ง. มีนักเรียนมากที่สุด
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เป็นต้นแบบขยายผล

ข้อ 7 มาตรการพัฒนาในโครงการมีระดับใดบ้าง
ก. ระดับชาติและจังหวัด
ข. ระดับเขตและโรงเรียน
ค. ระดับโรงเรียนและชั้นเรียน
ง. ระดับครูและผู้ปกครอง
เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุชัด 2 ระดับหลัก

ข้อ 8 ผลลัพธ์ด้านคุณลักษณะเด่นที่สุดคือข้อใด
ก. ความคิดสร้างสรรค์
ข. ความมีวินัย
ค. การสื่อสาร
ง. การคิดวิเคราะห์
เฉลย: ข
เหตุผล: มีการเปลี่ยนแปลงสูงสุด

ข้อ 9 การพัฒนาแบบพึ่งตนเองของโรงเรียนควรเน้นอะไร
ก. รอการสนับสนุนจากรัฐ
ข. ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ค. เพิ่มค่าใช้จ่าย
ง. ใช้นโยบายเดียวกันทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นบริบทและทรัพยากรที่มี

ข้อ 10 หากผู้บริหารต้องการลดความเหลื่อมล้ำ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบแข่งขัน
ข. คัดเลือกนักเรียนเก่ง
ค. พัฒนาโรงเรียนทั้งระบบและดูแลเด็กหลุดระบบ
ง. ลดจำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องเป้าหมายความเสมอภาคและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ความเห็นของผู้ชม