
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เซ็นลงนามเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือ สำหรับ ว14/2566 โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ คือ การสอบแข่งขันจะแบ่งออกเป็นสามภาคคือภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการวิชาชีพ และภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งในวิชาชีพ ซึ่งในภาค ค กำหนดมีการประเมินไม่เกิน 20 นาที ต่อผู้ประเมิน 1 ราย กำหนดขึ้นบัญชีไว้ไม่เกิน 2 ปี

เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้กรณีที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษดำเนินการสอบแข่งขันพร้อมกัน ให้ผู้สมัครสอบแข่งขันเลือกสมัครได้เพียง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษแห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้น และให้เลือกสมัครในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หากปรากฏว่าผู้สมัครสอบแข่งขันสมัครเกินกว่าหนึ่งแห่ง และหรือสมัครเกินกว่าหนึ่งกลุ่มวิชา หรือทางหรือสาขาวิชาเอก จะตัดสิทธิการสอบแข่งขันทั้งหมดทั้งนี้ ให้ยื่นสมัครตามรูปแบบและวิธีการที่ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันกำหนดพร้อมค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ จำนวน 300 บาท อย่างไรก็ตาม หลังจากประกาศฉบับนี้แจ้งไปยัง สพฐ. แล้ว คาดว่า สพฐ. จะกำหนดปฏิทินรับสมัครในเร็วๆ นี้ต่อไป


กางหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปรับปรุงใหม่ เริ่มใช้สอบ ปี 66 คาดว่า สพฐ. จะกำหนดปฏิทินรับสมัครในเร็วๆ นี้

คลิกดาวน์โหลด
หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตาม ว14/2566 >>>
ที่มา ; เดลินิวส์ 2 พฤษภาคม 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ'ครูผู้ช่วย' เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และบุคลากรจากส่วนกลางบางคน เข้าใจผิดเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารงานในเขตพื้นที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเข้าใจว่าจะมีการยุบกลุ่ม รวมกลุ่มภายในหน่วยงาน ซึ่งตนขอยืนยันว่า สพฐ. ไม่มีนโยบายเพิ่มหรือปรับลดหน่วยงานทั้งในเขตพื้นที่ฯ และส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังมีความสับสนเรื่องแบบเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประเด็นดราม่า เช่น การกินไข่ต้มครึ่งใบ การบริจาคเงิน และการกินข้าวมันไก่ใส่น้ำปลา ซึ่งขอทำความเข้าใจว่า เราใช้แบบเรียนเล่มดังกล่าวมา 13 ปีแล้ว และแบบเรียนภาษาพาทีเล่มนี้ เป็นเพียงสื่อการเรียนการสอนที่ถูกจัดทำขึ้นมาโดยผูกเรื่องราวให้ได้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมให้นักเรียนอ่านจับใจความ ต้องการให้เด็กเห็นคุณค่า คุณธรรมแห่งความดีงาม จึงได้สมมุติเรื่องราวขึ้นมา เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าความสุขของการใช้ชีวิตอยู่ที่จิตใจ และการปฏิบัติตน ไม่ใช่เงินทอง เจตนารมณ์ของเนื้อเรื่อง จึงไม่ได้มุ่งไปเรื่องโภชนาการ ทั้งนี้ สพฐ. ยินดีรับฟังเพื่อนำเรื่องดังกล่าวไปปรับปรุงเนื้อหาการเรียนให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ครูสามารถเลือกสื่อเล่มนี้ไปใช้สอนเพื่อให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ได้
นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ประจำเขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาโยกย้ายข้าราชการครูเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาที่ครูเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ จึงอยากให้ครูอย่าประวิงเวลา ขอให้เร่งมอบหมายงานในหน้าที่ของตน และไปรับตำแหน่งใหม่ให้ทันเปิดภาคเรียนวันที่ 15 พฤษภาคม นี้ ส่วนโรงเรียนที่มีตำแหน่งครูว่างอยู่ ทางคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว ขณะนี้ สพฐ.ได้ส่งหนังสือแจ้งให้สำรวจไปแล้ว ว่า ต้องการสอบครูจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้ สพฐ.ดำเนินจัดการสอบครูผู้ช่วยต่อไป ซึ่งโดยกำหนดปฏิทินคร่าวๆ แล้วว่า จะดำเนินการรับสมัครในเดือนพฤษภาคม และจัดสอบเดือนมิถุนายนนี้
"หลังจากสอบครูผู้ช่วย สพฐ.จะดำเนินการสอบครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว16 ต่อเนื่องกันไปตามลำดับ เพราะ สพฐ.เว้นว่างการสอบ ว16 เป็นเวลา 2 ปีแล้ว จึงต้องการที่จะเติมครูเข้าไปในระบบให้ทัน ส่วนการสอบผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน ก็มีแผนจัดสอบเช่นกัน โดยวางแผนไว้ว่าจะดำเนินการสอบหลังจากสอบครูผู้ช่วยแล้วเสร็จ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดำเนินการสอบรองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน" นายอัมพร กล่าว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใยเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ดังนั้น 1 สัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน อยากให้ผู้บริหารและครูเข้าไปเตรียมความพร้อมอาคาร สถานที่ อาหารกลางวัน สื่อวัสดุอุปกรณ์ และจัดการเครื่องแบบชุดนักเรียน รวมถึงประสานงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมพร้อมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพื่อให้วันที่ 15 พฤษภาคม มีความพร้อมจัดสอนได้ทันที
ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
‘ครูทิว’ โวยระบบราชการทำศึกษาไทยวุ่น ยกเคสครูผู้ช่วย ‘ชื่อวุฒิ’ ไม่ตรงไม่รับ ทั้งที่คุรุสภาการันตี
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายธนวรรธน์ สุวรรณปาล หรือครูทิว จากเพจ ‘ครูขอสอน’ เพจชื่อดังด้านการศึกษา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว บอกเล่าถึงปัญหาของระบบราชการที่ครอบงำการศึกษาไทย โดยยกตัวอย่างจากปัญหาการรับสมัคร ‘ครูผู้ช่วย’ ซึ่งไม่ได้รับการพิจารณาหาก ‘ชื่อวุฒิการศึกษา’ ไม่ตรงกับประกาศ แม้ว่าคุรุสภาจะรับรองแล้ว เนื้อหาดังนี้
ระบบราชการที่มันครอบการศึกษาไทยอยู่ปัญญาอ่อนขนาดไหนดูได้จากการรับสมัครครูผู้ช่วยได้
จากที่เปิดรับสมัครระบุเอก ‘คณิตศาสตร์ ‘ หรือ ‘การสอนคณิตศาสตร์’ แต่จบ ‘คณิตศาสตร์ศึกษา’ ไม่รับเพราะชื่อวุฒิไม่ตรงในประกาศ แม้ว่า คุรุสภารับรอง
ประกาศรับเอก ‘ฟิสิกส์’ หรือ ‘การสอนฟิสิกส์’ แต่บางมหาลัยเป็น ‘การสอนวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์)’ ก็ไม่รับ ต้องให้เอาหน่วยกิตมาเทียบ
ผมจบ ‘การสอนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม’ ก็เกือบไม่รับ เพราะระบุเอก ‘สังคมศึกษา’ ‘การสอนสังคมศึกษา’ และทุกเอกด้านสังคมศาสตร์ (ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ยันพัฒนาชุมชน) แต่ชื่อวุฒิตรงกับกลุ่มสาระขนาดนี้บอกไม่ตรงในประกาศ เถียงเจ้าหน้าที่จนจบที่ “งั้นพี่รับไว้ก่อนแล้วกัน ให้ผู้ทรงตัดสิน” แล้วให้กลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าใบสมัครจะผ่านไหมทั้งที่ทุกอย่างก็เตรียมมาเรียบร้อยน่ะหรอ?
ระบบการรับสมัครก็ควรเป็นออนไลน์ได้แล้ว
วุฒิการศึกษาและมหาวิทยาลัยก็ลิงก์กับฐานข้อมูลวุฒิที่ กคศ./คุรุสภา รับรองได้เลย แต่เอาง่ายๆ มีใบประกอบวิชาชีพ แสดงว่าหลักสูตรมันต้องผ่านแล้วไหมวะ
ถ้าจะรวมศูนย์อำนาจ ประกาศสอบบรรจุครูผู้ช่วยพร้อมกัน ทำไมไม่ทำระบบกลาง แล้วส่งข้อมูลหลังบ้านให้แอดมินแต่ละเขตพื้นที่ล่ะ?
เจ้าหน้าที่เขตที่รับสมัครก็ไม่รู้ และทำงานบนความกลัว ผลกรรมมาตกที่บัณฑิตครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ทั้งหลาย บางคนถึงกับเสียสิทธิสมัครไม่ได้ ทั้งที่วุฒิก็ได้รับการรับรอง
ถ้าใครมาเสนอว่า “ก็ให้ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ตั้งชื่อหลักสูตรให้เหมือนกันสิจะได้ไม่มีปัญหา”
จะด่าคุณอีกคน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 1 มิถุนายน 2566