
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุม กพฐ.ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงงานวิจัยของมูลนิธิ The Asia Foundation ที่สำรวจกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 189 คน และผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัด กรุงเทพมหานคร 85 คน รวม 274 คน พบว่า ปัญหาผู้อำนวยการโรงเรียนยังขาดความเป็นผู้นำทางวิชาการอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเข้าใจว่า การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติชั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต คือ การแสดงผลงานวิชาการ การที่นักเรียนเข้าร่วมประกวดและได้รางวัล ถือเป็นผลงานวิชาการของโรงเรียน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผลงานวิชาการ คือ เรื่องการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาสภาพแวดล้อมต่างๆ โดยเรื่องนี้ที่ประชุมมองว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความเป็นผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่อยู่ระหว่างการยกร่างเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งใหม่
ประธาน กพฐ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงเรื่องการประเมินและประกันคุณภาพโรงเรียน ว่าจากนี้ สพฐ.และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จะร่วมมือทำงานในเชิงบูรณาการโดยโรงเรียน สพฐ.ก็จะสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน และ สมศ.ก็จะทำหน้าที่ประเมินในสิ่งที่โรงเรียนประกันคุณภาพไว้ ว่า ทำได้หรือไม่ ต้องแก้ไขในจุดใด ช่วยกันพัฒนา และต้องมีการนำผลการประเมินโรงเรียนส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อที่จะนำผลการประเมินนั้นไปสู่การได้รับสนับสนุน และแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการประเมินแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องการเรียนออนไลน์ ว่า จะต้องมีการทำให้ชัดเจนและสามารถเรียนออนไลน์ได้จริง หรือ ทำเป็นแนวความรู้เสริมจากบทเรียนให้เด็กได้เข้าไปศึกษาได้ เพราะในอนาคตการเรียนการสอนจะมุ่งไปสู่รูปแบบผสมผสานอย่างแน่นอน
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เสนอที่ประชุม ว่า การขับเคลื่อนการศึกษาต่อจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยจะต้องบูรณาการกัน ไม่ใช่จัดการศึกษาแข่งกัน เช่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมเรื่องการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ ก็ให้ อปท.เป็นผู้จัด และเมื่อถึงระดับประถมศึกษา สพฐ.มีความสามารถในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ก็ให้ สพฐ.เป็นผู้จัดการศึกษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่ง เปิดเป็นโรงเรียนขยายโอกาส แต่มีจำนวนนักเรียนเด็กมัธยมศึกษาไม่ถึง 20 คน ดังนั้นตนจึงมองว่าการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ควรที่จะเป็นหน้าที่ของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีความพร้อม และความเชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการจัด
ที่มา ; เดลินิวส์
การประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) หยิบยกผลวิจัยของ The Asia Foundation ที่พบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนจำนวนมากยังขาด “ภาวะผู้นำทางวิชาการ” และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยมองว่าคะแนน O-NET หรือรางวัลของนักเรียนคือผลงานวิชาการ ทั้งที่แท้จริงผลงานวิชาการควรสะท้อนการพัฒนาการเรียนการสอนและสภาพแวดล้อมทางการศึกษา จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพผู้บริหารให้สอดคล้องกับเกณฑ์ตำแหน่งใหม่ของ ก.ค.ศ.
ด้านการประกันคุณภาพ จะมีการบูรณาการระหว่าง สพฐ. และ สมศ. โดยโรงเรียนสร้างคุณภาพตามบริบท ส่วน สมศ.ประเมินและสะท้อนจุดพัฒนา พร้อมส่งผลให้เขตพื้นที่ใช้สนับสนุนและปรับปรุง ซึ่งแก้ปัญหาเดิมที่ประเมินแต่ไม่ช่วยเหลือ
นอกจากนี้ การเรียนออนไลน์ต้องมีความชัดเจน ใช้ได้จริง หรือเป็นแหล่งเรียนรู้เสริม รองรับแนวโน้ม “การเรียนรู้แบบผสมผสาน” ในอนาคต
ในเชิงระบบ เสนอให้หน่วยงานจัดการศึกษาตามความเชี่ยวชาญ เช่น อปท.ดูแลปฐมวัย สพฐ.ดูแลประถม และให้โรงเรียนมัธยมที่มีความพร้อมจัดการศึกษาระดับมัธยม แทนโรงเรียนขยายโอกาสที่มีนักเรียนน้อย เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาโดยรวม
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อน “ภาวะผู้นำทางวิชาการ” ได้ถูกต้องที่สุด
ก. เน้นรางวัลการแข่งขันของนักเรียน
ข. เน้นผลสอบ O-NET สูง
ค. พัฒนาการจัดการเรียนการสอนและสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้
ง. เน้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์โรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้นำทางวิชาการต้องยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์เชิงภาพลักษณ์
ข้อ 2 ปัญหาหลักของผู้บริหารตามงานวิจัยคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ขาดความเข้าใจบทบาทวิชาการ
ค. ขาดบุคลากร
ง. ขาดเทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: ประเด็นสำคัญคือความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องผลงานวิชาการ
ข้อ 3 แนวทางพัฒนาผู้บริหารควรสอดคล้องกับหน่วยงานใด
ก. สมศ.
ข. สพฐ.
ค. ก.ค.ศ.
ง. อปท.
เฉลย: ค
เหตุผล: ก.ค.ศ.กำหนดเกณฑ์ตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ
ข้อ 4 บทบาทของ สมศ. ตามแนวคิดใหม่คืออะไร
ก. จัดการเรียนการสอน
ข. สนับสนุนงบประมาณ
ค. ประเมินตามสิ่งที่โรงเรียนประกันคุณภาพ
ง. บริหารบุคลากร
เฉลย: ค
เหตุผล: สมศ.ทำหน้าที่ประเมินและสะท้อนคุณภาพ
ข้อ 5 จุดอ่อนของระบบประเมินในอดีตคืออะไร
ก. ใช้มาตรฐานต่ำ
ข. ประเมินซ้ำซ้อน
ค. ประเมินแต่ไม่สนับสนุนพัฒนา
ง. ขาดเครื่องมือ
เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่มีการนำผลไปช่วยแก้ปัญหา
ข้อ 6 การเรียนออนไลน์ในอนาคตควรมีลักษณะอย่างไร
ก. ใช้แทนห้องเรียนทั้งหมด
ข. เป็นกิจกรรมเสริมเท่านั้น
ค. ใช้ได้จริงและผสมผสานกับห้องเรียน
ง. ใช้เฉพาะช่วงวิกฤติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้น Blended Learning
ข้อ 7 แนวคิด “ไม่จัดการศึกษาแข่งกัน” หมายถึงอะไร
ก. ลดการแข่งขันของนักเรียน
ข. ให้หน่วยงานทำงานซ้ำซ้อน
ค. บูรณาการตามความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วย
ง. ยุบหน่วยงานการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อ 8 เหตุผลที่ควรให้โรงเรียนมัธยมจัดการศึกษาระดับมัธยมคืออะไร
ก. มีงบประมาณมากกว่า
ข. มีนักเรียนมากกว่า
ค. มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญ
ง. อยู่ในเมือง
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นคุณภาพตามศักยภาพ
ข้อ 9 หากผู้บริหารยังยึด O-NET เป็นผลงานหลัก จะเกิดผลอย่างไร
ก. คุณภาพการเรียนรู้สูงขึ้น
ข. เกิดการพัฒนาเชิงระบบ
ค. เบี่ยงเบนเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้
ง. ครูมีแรงจูงใจมากขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ
ข้อ 10 ข้อใดเป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอย่างยั่งยืน
ก. เพิ่มการสอบ
ข. เพิ่มการแข่งขัน
ค. ใช้ผลประเมินเพื่อปรับปรุงและสนับสนุน
ง. เน้นเอกสาร
เฉลย: ค
เหตุผล: การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาเป็นหัวใจของคุณภาพยั่งยืน