สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M235_เปิด 8 แนวทางปรับโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครู

นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานการศึกษา ถึงแนวทางการดำเนินการของสถานีแก้หนี้ครูระดับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ เพราะจะช่วยเหลือเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ระหว่างสถาบันการเงิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือจะช่วยเจรจาระหว่างลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน โดยแนวทางการดำเนินงานของสถานีแก้หนี้ครูฯ มีดังนี้ 

1.หลังจากที่ ศธ.เปิดให้ครูทั้งประเทศลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2565 ขณะนี้มีครูและบุคลากรทางการศึกษาลงทะเบียนแก้หนี้ตามโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 41,000 รายแล้ว หลังจากประมวลผลข้อมูลแล้ว จะส่งข้อมูลให้สถานีแก้หนี้ครูฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง จากนั้นจะเชิญลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน มาให้ข้อมูลครูรายบุคคล โดยให้ข้อมูลทั้งรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ 

2. ต่อมาให้สถานีแก้หนี้ครูฯ จะวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลเชื่อมโยงเครดิตบูโร โดยบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเปิดระบบเชื่อมต่อข้อมูลกับแอพพลิเคชั่น ซึ่งขอข้อมูลเครดิตบูโรแบบย่อของลูกหนี้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และโปรแกรมคำนวณ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนโปรแกรมคำนวณเงินกู้ผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้สถานีแก้หนี้ครูฯ ใช้ข้อมูลเพื่อควบคุมยอดหนี้ทั้งหมดของผู้กู้ไม่ให้มากกว่า 70% ของรายได้ เพื่อให้ครูมีเงินใช้จ่ายได้ 30% ของเงินเดือน

3. ติดต่อเจรจากับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบันการเงินของรัฐที่เป็นเจ้าหนี้ทุกราย รวมทั้ง เชิญลูกหนี้ และผู้ค้ำประกันทุกคน มาเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ทุกราย  โดยสถานีแก้หนี้ครูฯ จะจัดเจรจาไกล่เกลี่ยหาข้อยุติในประเด็นต่างๆ เช่น ลดดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ ลดค่าธรรเนียมประกัน ปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น 

          4. การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ หรือปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกราย ครูต้องมีเงินเดือนชำระหนี้ไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือน และต้องมีเงินเดือนคงเหลือหลังหักชำระหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 เมื่อได้ข้อตกลงร่วมกันแล้ว ให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้ รวมทั้ง ผู้ค้ำประกัน ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

          5. สถานีแก้หนี้ครูฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และรายงานข้อมูลรายบุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือในระบบออนไลน์ และสรุปรายงานรอบเดือนภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไปต่อต้นสังกัด และคณะกรรมการแก้หนี้สินครูจังหวัด และคณะกรรมการแก้หนี้ ศธ.ต่อไป 

โดยวิธีปรับโครงสร้างหนี้มี 8 วิธี ดังนี้

1.ยืดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไปเพื่อให้ค่างวดลดลง

2. พักชำระเงินต้นช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 6 เดือน หรือ 12 เดือน

3. ลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยตกลง หรือกำหนดไว้ในสัญญาเพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่าย

4. ยก หรือผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เพื่อให้ค่างวดที่ผ่อนเข้ามาสามารถตัดเงินต้นได้มากขึ้น

5. เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมสภาพคล่อง และสำรองไว้ยามฉุกเฉิน

6. เปลี่ยนประเภทหนี้ จากสินเชื่อดอกเบี้ยสูงเป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า

7. ปิดจบจ่ายหนี้เร็วขึ้น เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ถ้ามีเงินก้อน และ

 8. รีไฟแนนซ์ปิดสินเชื่อจากเดิม เพื่อใช้สินเชื่อที่ใหม่ที่มีเงื่อนไขดีกว่า 

มติชนออนไลน์ วันที่ 13 เมษายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ ปลื้ม ครูลงทะเบียนแก้หนี้กว่า 4 หมื่นราย 70 สหกรณ์ร่วมลดดอกเบี้ยสูงสุด 1%

 

มีหลายสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ลดดอกเบี้ยให้ 1 เปอร์เซนต์ ทำให้คุณครูมีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 15,000 บาท ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน  

สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการจำนวน 41,128 ราย มียอดหนี้รวม 58,835,199,322 บาท นั้นข้อมูลทั้งหมดได้ส่งต่อให้กับสถานีแก้หนี้ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายสถานีแก้หนี้กำลังวิเคราะห์ข้อมูลและเชิญลูกหนี้รายบุคคลมาหารือถึงแนวทางแก้ไข และพร้อมจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ในแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันทั้งของลูกหนี้และเจ้าหนี้ ซึ่งหากสามารถรวมยอดหนี้ของครูรายบุคคลมาไว้ที่แห่งเดียว จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างสะดวกและสามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ..ตรีนุช กล่าว  

..ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พบว่าหลายสหกรณ์พร้อมจะรวบยอดหนี้มาไว้ที่เดียว แต่ติดขัดเงินหมุนเวียนที่จะใช้สนับสนุน ซึ่งทางศธได้สำรวจความต้องการสินเชื่อเบื้องต้น พบว่ามี 27 สหกรณ์ที่ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวมประมาณ 54,000 ล้านบาทซึ่งจะต้องตรวจสอบความต้องการที่แท้จริงอีกครั้ง แต่ก็ได้ประสานกับธนาคารออมสินเพื่อขอรับการสนับสนุนไว้ เบื้องต้นทราบว่าได้เตรียมเงินสนับสนุนไว้แล้ว 5,000 ล้านบาท  ขณะเดียวกันศธ.ได้เร่งจัดหาแหล่งเงินกู้ผ่านสถาบันการเงินอื่นๆ เพิ่มเติมโดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 1-2 แห่ง ที่มีผลการดำเนินงานที่ดี พร้อมให้เพื่อนสหกรณ์ด้วยกันกู้อีก 200 ล้านบาท และประสานไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกู้จากสหกรณ์ต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย รวมถึงการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อประสานขอรับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เพิ่มเติม

 

แนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและรูปแบบคณะกรรมการ 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” โดยมี “สถานีแก้หนี้ครูระดับเขตพื้นที่การศึกษา” ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้ เจ้าหนี้ และผู้ค้ำประกัน กระบวนการเริ่มจากการลงทะเบียนครูทั่วประเทศกว่า 41,000 ราย จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์รายบุคคล เชื่อมโยงข้อมูลเครดิตบูโร และใช้หลักควบคุมภาระหนี้ไม่เกิน 70% ของรายได้ เพื่อให้ครูมีเงินคงเหลืออย่างน้อย 30% สำหรับการดำรงชีพ 

สถานีแก้หนี้ครูจะประสานเจรจากับสหกรณ์ออมทรัพย์และสถาบันการเงิน เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น ยืดเวลาผ่อน ลดดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ หรือพักชำระเงินต้น พร้อมติดตามผลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ขณะเดียวกัน ศธ.ได้ขอความร่วมมือจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและยกระดับคุณภาพชีวิตครูอย่างเป็นรูปธรรม แนวทางดังกล่าวสะท้อนการแก้ปัญหาเชิงระบบ เน้นการบริหารจัดการหนี้อย่างยั่งยืน มากกว่าการช่วยเหลือเฉพาะหน้า และมุ่งสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้ครูในระยะยาว

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 บทบาทสำคัญที่สุดของสถานีแก้หนี้ครูระดับเขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
ก. อนุมัติเงินกู้ใหม่ให้ครู
ข. ทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้
ค. บังคับให้สหกรณ์ลดดอกเบี้ย
ง. ชำระหนี้แทนครูเป็นการชั่วคราว

 

ข้อ 2 หลักเกณฑ์ “หนี้ไม่เกิน 70% ของรายได้” มีความสำคัญเชิงนโยบายอย่างไร
ก. ลดภาระงานเอกสารของโรงเรียน
ข. เพิ่มวินัยทางการเงินและคุณภาพชีวิตครู
ค. ทำให้เจ้าหนี้ได้รับเงินเร็วขึ้น
ง. ควบคุมจำนวนครูเข้าร่วมโครงการ

 

ข้อ 3 วิธีปรับโครงสร้างหนี้ใดสะท้อนการแก้ปัญหาเชิงรุกมากที่สุด
ก. พักชำระเงินต้นชั่วคราว
ข. ลดดอกเบี้ยผิดนัด
ค. รีไฟแนนซ์ไปยังสินเชื่อเงื่อนไขดีกว่า
ง. ยืดระยะเวลาผ่อนชำระ

 

ข้อ 4 จากข่าวเกี่ยวกัน การลดดอกเบี้ยของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูส่งผลเชิงระบบอย่างไร
ก. ลดจำนวนครูเป็นหนี้
ข. เพิ่มสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจ
ค. ลดบทบาทของสถานีแก้หนี้
ง. ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณมากขึ้น

 

ข้อ 5 หากผู้บริหารเขตพื้นที่ต้องการให้การแก้หนี้ครูยั่งยืนที่สุด ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใด
ก. เร่งช่วยครูที่เป็นหนี้มากที่สุดก่อน
ข. เพิ่มวงเงินกู้ใหม่ให้ครูทุกคน
ค. ติดตามผลการปฏิบัติตามข้อตกลงหลังปรับโครงสร้างหนี้
ง. ลดขั้นตอนการลงทะเบียนให้สั้นที่สุด

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม