สมาชิกเข้าสู่ระบบ

บ่ม 5 ทักษะแห่งอนาคต ฝ่ากระแสความไม่แน่นอน

ส่อง 5 ทักษะที่มีความจำเป็นมากที่สุดสำหรับการทำงานในอนาคต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงควรสร้างบุคลากรให้พร้อมด้วยทักษะที่จำเป็นตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัยเพื่อป้อนตลาด เนื่องจากบัณฑิตป้ายแดงจะเป็นพลังขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้นักเรียนและเยาวชนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกต้องหยุดเรียนกลางคันและทำให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (Ed-tech) ในรูปแบบใหม่ๆ อย่างแพร่หลาย เราจะเห็นได้ว่าสถาบันการศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแทบจะทุกแห่งทั่วโลกกำลังทำงานอย่างหนักในการปรับและออกแบบหลักสูตรเพื่อให้เหมาะกับการเรียนการสอนระยะไกลและการเรียนจากที่บ้าน 

ในช่วงแรกอาจจะเกิดความท้าทายอยู่บ้างในแง่ของเทคโนโลยีเนื่องจากวิกฤตครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้เกิดความปกติแบบใหม่ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ในขณะเดียวกันนับว่าเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสการเรียนรู้รูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21 เช่นกัน

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด เราจะเห็นว่าในหลายๆ อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ อาชีพที่เป็นที่ต้องการในตลาดตอนนี้มักจะไม่เป็นที่รู้จักมากนักในช่วง 5 หรือ 10 ปีก่อน เนื่องจากโลกของเราหมุนไปอย่างรวดเร็วตามกระแสของโลกาภิวัตน์ ในอนาคตจะมีเด็กๆ กว่า 65% ที่ประกอบอาชีพซึ่งยังไม่มีในตลาด ณ ตอนนี้ ในความเป็นจริงแล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษารวมไปถึงแนวทางในการเรียนการสอนเพื่อให้ก้าวทันกับความต้องการของตลาดตลอดเวลา

ข้อมูลของ World Economic Forum แสดงให้เห็นว่าในระยะเวลาเพียง 5 ปีนับจากนี้ ทักษะ 35% ที่จำเป็นในการจ้างงานในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไป นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลายประเทศที่จะต้องมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีทักษะที่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับสถานศึกษาที่ต้องบ่มเพาะแรงงานที่มีทักษะสำหรับอนาคตตามพลวัตแห่งการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัล

หากพิจารณาผลกระทบต่อตลาดแรงงาน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labour Organization) รายงานว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาทำให้ประชาชนกว่า 305 ล้านคนทั่วโลกต้องตกงาน ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักกว่าใครเพื่อนก็คงจะหนีไม่พ้น อุตสาหกรรมการผลิต สายการบิน ร้านค้าปลีก และภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยและยังเป็นแหล่งงานยอดนิยมสำหรับบัณฑิตจบใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นครั้งแรก

ลิงค์อิน (LinkedIn) สังคมออนไลน์ที่มุ่งเน้นด้านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ได้วิเคราะห์และระบุทักษะที่เป็นที่ต้องการของนายจ้างมากที่สุด พร้อมตั้งคำถามว่าจะใช้ทักษะดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไร 

ข้อมูลที่ได้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ความสามารถด้านอาชีพ (Hard Skills)” และ ทักษะด้านสังคม (Soft Skills)” นายจ้างส่วนใหญ่มักจะเทใจให้คะแนนกับพนักงานหรือบุคลากรที่มีทักษะด้านสังคม สอดคล้องกับการสำรวจขององค์กรระดับโลกทั้ง Deloitte และ World Economic Forum ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชุดของทักษะที่มีความจำเป็นมากที่สุดสำหรับการทำงานในอนาคต ซึ่งประกอบไปด้วยทักษะที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่

1.ทักษะด้านการสื่อสาร (Communication) นับว่าเป็นทักษะที่จำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่หลายคนต้องทำงานระยะไกล ไม่เพียงแต่เฉพาะนายจ้างเท่านั้น พนักงานเองก็จำเป็นต้องพัฒนาทักษะการสื่อสารในรูปแบบดิจิทัลอย่างเหมาะสม ผ่านการใช้อีเมลหรือการเขียนข้อความ 

2.ทักษะการแก้ปัญหา (Problem-solving) เริ่มต้นด้วยการแยกองค์ประกอบของปัญหา จากนั้นจึงไปหาข้อมูล และท้ายสุดคือเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมในการจัดการกับปัญหา 

3.ทักษะการวิเคราะห์ (Analytical skills) ทุกธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านงบประมาณและความจำเป็นที่จะต้องลดขนาดองค์กร หากพนักงานมีทักษะการคิดและวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ก็จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากได้ 

4.ทักษะการบริการลูกค้า (Customer Service) ในยุคที่ตลาดอีคอมเมิร์ซกำลังกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับชีวิตยุคใหม่ การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์นับว่าปัจจัยที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้า 

5.ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership) ที่ประกอบไปด้วยการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ความตระหนักรู้ว่าต้องทำสิ่งใดก่อนและหลัง รวมไปถึงการเลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาแสดงให้เห็นได้ว่า การสร้างบุคลากรที่ถึงพร้อมด้วยทักษะที่จำเป็นตั้งแต่อยู่ในช่วงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเพื่อป้อนตลาดนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และบัณฑิตป้ายแดงนี่เองจะเป็นพลังขับเคลื่อนและทำให้ภาคเศรษฐกิจสามารถคงอยู่ได้ ช่วงนี้นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทุกภาคส่วนที่จะหันหน้าเข้ามาปรึกษาและร่วมกันหาแนวทางเพื่อสร้างบุคลากรที่มีทั้งทักษะด้านสังคมและทักษะด้านการทำงานที่แข็งแกร่งตามความต้องการของตลาดในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปครับ 

ที่มา ; กรุงเทพธูรกิจ

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคตที่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีดิจิทัลและสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีการศึกษา (Ed-tech) และการเรียนทางไกล สถาบันการศึกษาทั่วโลกจึงต้องปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าอาชีพในอนาคตจำนวนมากจะเป็นอาชีพใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน และทักษะที่จำเป็นจะเปลี่ยนแปลงถึงร้อยละ 35 ในช่วง 5 ปีข้างหน้า อีกทั้งแรงงานจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการว่างงานในหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การท่องเที่ยว และการค้าปลีก

บทความเน้นว่า “ทักษะด้านสังคม (Soft Skills)” มีความสำคัญมากกว่าทักษะด้านอาชีพ (Hard Skills) โดยทักษะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ การบริการลูกค้า และภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการอยู่รอดขององค์กรในยุคดิจิทัล ดังนั้น สถาบันการศึกษาจึงต้องพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยให้มีทักษะพร้อมต่อการทำงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคตอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เป็นตัวเร่งให้ระบบการศึกษาต้องปรับตัวตามบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนนักเรียน
ข. โควิด-19 และเทคโนโลยีดิจิทัล
ค. การลดงบประมาณการศึกษา
ง. การเปิดเสรีทางการค้า
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าโควิด-19 และ Ed-tech เป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการศึกษา

ข้อ 2

ข้อใดสะท้อนแนวโน้มตลาดแรงงานในอนาคตได้ถูกต้อง
ก. อาชีพเดิมจะยังคงเหมือนเดิมทั้งหมด
ข. อาชีพใหม่จำนวนมากยังไม่เคยมีมาก่อน
ค. แรงงานไม่ต้องใช้ทักษะใหม่
ง. การศึกษาจะไม่เกี่ยวข้องกับตลาดแรงงาน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่า 65% ของอาชีพในอนาคตยังไม่เคยมีมาก่อน

ข้อ 3

ทักษะใด “นายจ้างให้ความสำคัญมากที่สุด” ตามบทความ
ก. Hard Skills
ข. เทคโนโลยีขั้นสูง
ค. Soft Skills
ง. ทักษะเฉพาะทาง
เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลจาก LinkedIn และองค์กรระดับโลกระบุว่า Soft Skills สำคัญกว่า

ข้อ 4

ทักษะใดเกี่ยวข้องกับการสื่อสารในยุคดิจิทัลมากที่สุด
ก. การแก้ปัญหา
ข. การสื่อสาร
ค. การวิเคราะห์
ง. ภาวะผู้นำ
เฉลย: ข
เหตุผล: Communication คือการใช้สื่อดิจิทัล เช่น อีเมลและข้อความ

ข้อ 5

ขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหาที่ถูกต้องตามบทความคือข้อใด
ก. เลือกวิธีการแก้ไข
ข. เก็บข้อมูลทันที
ค. แยกองค์ประกอบของปัญหา
ง. ประเมินผล
เฉลย: ค
เหตุผล: กระบวนการเริ่มจากการแยกปัญหาเป็นส่วนย่อยก่อน

ข้อ 6

ทักษะใดช่วยให้องค์กรอยู่รอดในช่วงวิกฤตงบประมาณ
ก. การสื่อสาร
ข. การวิเคราะห์
ค. การบริการลูกค้า
ง. การทำงานซ้ำ
เฉลย: ข
เหตุผล: Analytical skills ช่วยหาแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหา

ข้อ 7

เหตุใดการบริการลูกค้าจึงสำคัญในยุคปัจจุบัน
ก. เพราะธุรกิจลดลง
ข. เพราะตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโต
ค. เพราะไม่มีการแข่งขัน
ง. เพราะลูกค้าลดลง
เฉลย: ข
เหตุผล: อีคอมเมิร์ซทำให้การสร้างประสบการณ์ลูกค้ามีความสำคัญ

ข้อ 8

ภาวะผู้นำที่ดีควรมีลักษณะใด
ก. ทำงานคนเดียว
ข. ไม่ต้องวางแผน
ค. จัดลำดับความสำคัญของงาน
ง. ทำงานตามคำสั่งเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: Leadership คือการจัดลำดับและตัดสินใจอย่างเหมาะสม

ข้อ 9

องค์กรระหว่างประเทศใดที่รายงานผลกระทบการว่างงาน
ก. UNESCO
ข. WHO
ค. ILO
ง. UNICEF
เฉลย: ค
เหตุผล: International Labour Organization (ILO) รายงานการว่างงาน

ข้อ 10

แนวทางที่สำคัญที่สุดของสถาบันการศึกษาในอนาคตคือข้อใด
ก. เน้นท่องจำ
ข. ลดการเรียนรู้
ค. สร้างทักษะที่สอดคล้องตลาดแรงงาน
ง. ลดวิชาเทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการตลาดที่เปลี่ยนแปลง

ความเห็นของผู้ชม