สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M075_ครม.ไฟเขียวปรับ 3 ประเด็นในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ได้รับทราบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิรูปการศึกษา และข้อห่วงใยเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. จากข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง จึงได้หารือกับ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับฟังและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น โดยรองนายกฯ ได้เป็นประธานในการหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการแก้ไขปัญหาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีข้อสรุปร่วมกันว่า ให้ปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ใน 3 ประเด็น ดังนี้

  • ประเด็นแรก ระบุให้ชัดเจนว่า วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง พร้อมทั้งปรับแก้คำว่า ใบรับรองการประกอบวิชาชีพครูเป็น “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” เช่นเดิม
  • ประเด็นที่สอง ปรับแก้คำว่า หัวหน้าสถานศึกษาเป็น ”ผู้บริหารสถานศึกษา” และปรับแก้คำว่า ผู้ช่วยหัวหน้าสถานศึกษาเป็น ”ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา
  • ประเด็นที่สาม กำหนดให้มี โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ไว้ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (25 พ.ค.2564) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานการประชุม ได้เห็นชอบในหลักการให้แก้ไขปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติใน 3 ประเด็นดังกล่าว โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุงแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และเสนอ ครม.เพื่อรับทราบก่อนส่งต่อร่าง พ.ร.บ.ให้รัฐสภา เพื่อพิจารณาต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำความสำคัญเกี่ยวกับวิชาชีพครู และการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูเป็นผู้นำในการปฏิรูปการศึกษา

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า หลังจาก ครม.รับทราบร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ตามที่เสนอขอทบทวนแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการตามแผนพัฒนากฎหมายลำดับรอง ทั้งพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการตามขั้นตอนของการเสนอกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายหลักที่จะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งทราบว่าขณะนี้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการยกร่างกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับแต่ละหน่วยงานไว้แล้ว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ศธเพื่อที่จะทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ดิฉันมอบหมายให้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) รับหน้าที่ร่างกฎหมายลูก ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ร่าง พ...ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่าง พ...สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และร่าง พ...ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับ พ...การศึกษาแห่งชาติ พ.. … ต่อไป โดยขณะนี้ทราบว่าร่างกฎหมายหลายฉบับ ได้ผ่านการประชาพิจารณ์และรับฟังความคิดเห็นแล้ว ซึ่งศธ.จะพยายามขับเคลื่อนให้เสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการ พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาเดินหน้าต่อไปได้ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

ด้านนายอำนาจ วิชนายุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการนำเข้าสู่การแก้ไขของคณะกรรมการกฤษฎีกาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูและวิชาชีพชั้นสูง และใบรับรองความครูเป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และหัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคำภาษาที่ใช้ทางกฎหมาย เพื่อปรับแก้ไขให้มีความชัดเจน โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาจะแก้ไขเสร็จสิ้น และนำเสนอ ครม.พิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า คือวันที่ 1 มิถุนายน อย่างไรก็ตาม การปรับแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ดังกล่าว เป็นการปรับปรุงตามข้อคิดเห็น โดย ศธ.ต้องการให้ปรับปรุงตรงกับความต้องการของผู้ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการศึกษาชาติมากที่สุด

ที่มา ; ศธ.360 องศา

 ข่าวเกี่ยวกัน

ครูแก้วเผยพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ ผ่าน กก.กฤษฏีกาแล้ว ชินวรณ์แจงปรับปรุง 4 ประเด็น

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ว่า เนื่องจากคณะกรรมการภาคประชาชนชุดนี้เกิดจากการรวมตัวกันของส.ส.ที่เป็นครูทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมทั้งตัวแทนครู ซึ่งได้มีการร่างพ.ร.บ.ภาคประชาชนและได้นำเสนอนายชวน หลีกภัย ประธานรัญสภา เพื่อนำเสนอรัฐบาล ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้แนวทางการปฏิรูปการศึกษาในการเข้าพบของภาคประชาชนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาร่างพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. นั้น ซึ่งในขณะนี้ได้ผ่านคณะกรรมการกฤษฏีกาแล้ว 

ด้าน นายชินวรณ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา ได้รับข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชนเพื่อแก้ไขพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่คณะครูทั่วประเทศยังมีความติดใจอยู่ไปปรับปรุงก่อนจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเด็นได้แก่

1.ปรับปรุงและแก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวกับคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งเราเห็นว่าพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ผ่านมาใช้มา 22 ปีแล้ว ฉะนั้นฉบับใหม่ต้องมุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพการศึกษาในยุคอนาคตให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

2.ขอให้มุ่งเน้นในเรื่องการกระจายอำนาจการศึกษาและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะเรื่องการจัดการศึกษาทั่วประเทศ ในเขตพื้นที่โดยมุ่งเน้นการกระจายอำนาจไปยังสู่สถานศึกษาอย่างแท้จริง

3.ให้มีแก้ไขปรับปรุงให้วิชาครูเป็นอาชีพชั้นสูงและมีบทบัญญัติให้ชัดเจนว่าคนจะเป็นครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อให้ได้คนเก่ง คนดีมาเป็นครูอย่างแท้จริง และ

4.แก้ไขปรับปรุงคำที่เคยเรียกว่าครูใหญ่หรือหัวหน้าสถานศึกษามาเป็นผู้บริหารสถานศึกษา 

สรุปสาระสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการได้ทบทวนร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติจากข้อเสนอของครูและผู้เกี่ยวข้อง โดยหารือร่วมกับฝ่ายนโยบายและคณะกรรมการกฤษฎีกา จนได้ข้อสรุปให้ปรับแก้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) ยืนยันให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง และใช้คำว่า “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” เพื่อคงมาตรฐานวิชาชีพ (2) ปรับถ้อยคำด้านโครงสร้างสถานศึกษาให้ชัดเจน เช่น “ผู้บริหารสถานศึกษา” และ “ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา” (3) กำหนดโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการไว้ในกฎหมายเพื่อความชัดเจนเชิงระบบ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการและมอบหมายให้กฤษฎีกาปรับแก้ก่อนเสนอรัฐสภา พร้อมเน้นบทบาทครูในฐานะผู้นำการปฏิรูปการศึกษา

ภายหลังจากกฎหมายหลัก กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรองโดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นหน่วยงานหลักในการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันภาคประชาชนเสนอให้เน้นคุณภาพการศึกษา การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา ธรรมาภิบาล และมาตรฐานวิชาชีพครู เพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลจริงและตอบโจทย์ผู้ใช้ระบบการศึกษา

ข้อสอบ

1. ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญของการยืนยันให้วิชาชีพครูเป็น “วิชาชีพชั้นสูง”
ก. เพื่อเพิ่มเงินเดือนครู
ข. เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพผู้ประกอบวิชาชีพ
ค. เพื่อให้ครูมีอำนาจบริหารมากขึ้น
ง. เพื่อเพิ่มจำนวนครูในระบบ

2. การเปลี่ยนคำเป็น “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” สะท้อนหลักการใด
ก. การลดภาระงานครู
ข. การควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ
ค. การกระจายอำนาจ
ง. การเพิ่มอิสระโรงเรียน

3. การปรับคำว่า “หัวหน้าสถานศึกษา” เป็น “ผู้บริหารสถานศึกษา” มีนัยสำคัญที่สุดด้านใด
ก. ภาพลักษณ์องค์กร
ข. ความชัดเจนทางกฎหมายและบทบาท
ค. การเพิ่มงบประมาณ
ง. การลดภาระครู

4. การกำหนดโครงสร้าง ศธ. ใน พ.ร.บ. มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ลดจำนวนหน่วยงาน
ข. เพิ่มความยืดหยุ่น
ค. สร้างความชัดเจนเชิงระบบ
ง. เพิ่มอำนาจส่วนกลาง

5. บทบาทของคณะกรรมการกฤษฎีกาในกรณีนี้คืออะไร
ก. ออกนโยบายการศึกษา
ข. ตรวจสอบและปรับถ้อยคำทางกฎหมาย
ค. จัดสรรงบประมาณ
ง. ประเมินครู

6. หากต้องการให้การปฏิรูปเกิดผลจริง ควรเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มวิชาเรียน
ข. การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น
ค. การสอบแข่งขัน
ง. การเพิ่มชั่วโมงเรียน

7. การจัดทำกฎหมายลำดับรองควรคำนึงถึงอะไรเป็นหลัก
ก. ความรวดเร็วอย่างเดียว
ข. ความเห็นของหน่วยงานส่วนกลาง
ค. ความสอดคล้องกับกฎหมายแม่และบริบทจริง
ง. ความต้องการผู้บริหาร

8. แนวคิด “กระจายอำนาจสู่สถานศึกษา” จะส่งผลดีที่สุดเมื่อใด
ก. โรงเรียนมีอิสระแต่ไม่มีความรับผิดชอบ
ข. มีธรรมาภิบาลและระบบตรวจสอบ
ค. ส่วนกลางควบคุมทั้งหมด
ง. ลดบทบาทผู้บริหาร

9. ผู้บริหารสถานศึกษาควรใช้กฎหมายใหม่เพื่อพัฒนาองค์กรอย่างไร
ก. รอคำสั่งส่วนกลาง
ข. ปรับใช้ตามบริบทโรงเรียน
ค. ใช้เฉพาะด้านงบประมาณ
ง. มุ่งงานเอกสาร

10. หากพบว่ากฎหมายยังไม่ตอบโจทย์พื้นที่ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ไม่ต้องปฏิบัติตาม
ข. ร้องเรียนทันที
ค. เสนอความคิดเห็นผ่านกลไกที่กำหนด
ง. รอแก้ไขในอนาคต

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม