สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M168_ขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2565 ของกระทรวงศึกษาธิการ

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 ที่ รับทราบการดำเนินโครงการเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2565 ให้แก่ประชาชน ของกระทรวงศึกษาธิการ 6 โครงการ ดังนี้

·      ศธ.ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบ

·      อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ ปี พ.ศ. 2565 

·      ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เพื่อลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน “ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย” 

·      ฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill และ New-Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชน  

·      อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ 

·      ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุขให้น้องปีที่  

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 1. ศธ.ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ; กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก เยาวชน และประชาชน อย่างเต็มตามศักยภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิด การศึกษาไทยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จึงได้มีนโยบายและแนวทางการดำเนินงานนำเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับสู่ระบบการศึกษา ดังนี้

·      ค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น  รวมทั้งสร้างระบบเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของเด็กตกหล่นและออกกลางคันที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา และนำไปใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทุกแห่ง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขต ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

·      กศน.ปักหมุด เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส กศน.ปักหมุดบ้านคนพิการและผู้ด้อยโอกาส อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 12,649 คน ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดย ครู กศน.ตำบล ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ caper พร้อมปักหมุดทุกบ้าน เพื่อจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสในสถานศึกษาสังกัด กศน. อย่างเหมาะสมตามศักยภาพและความต้องการจำเป็น และสามารถศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น รวมทั้งสามารถประกอบอาชีพ มีงานทำ พึ่งพาตนเองได้ โดยเริ่มดำเนินการนำร่องไปตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ณ จังหวัดระนอง และในช่วงระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2564 – 7 มกราคม 2565 ดำเนินการต่อยอดขยายผลสู่ 18 จังหวัดตามเขตตรวจราชการ 17 เขต ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท ปทุมธานี กาญจนบุรี เพชรบุรี พัทลุง ปัตตานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว อุดรธานี นครพนม ขอนแก่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ ลำปาง พะเยา สุโขทัย และกำแพงเพชร 

2. อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ ปี พ.ศ. 2565 ;  อาชีวะอาสา ออกบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 – 5 มกราคม 2565 โดยให้บริการจุดพักรถ-พักคน บนถนนสายหลักและสายรอง 225 ศูนย์ ทั่วประเทศ กิจกรรมพักรถ ได้แก่ บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และกิจกรรมพักคน ได้แก่ บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง/สถานที่ท่องเที่ยว /ที่พัก /ร้านอาหาร และอื่น ๆ รวมทั้ง ให้บริการที่นั่งพักผ่อน /บริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น เป็นต้น 

3. ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เพื่อลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ; ผ่านแอปพลิเคชัน “ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย”  ทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา จาก 100 ศูนย์ Fix it Center ทั่วไทย ออกให้บริการซ่อมถึงบ้านฟรี โดยประชาชนสามารถใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ต้องนำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้มาที่ศูนย์บริการ อีกทั้งยังสอดคล้องกับสภาพสังคม และวิถีชีวิตยุคใหม่ New Normal สร้างความมั่นใจต่อการใช้บริการช่างอาชีวะ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้เรียนที่ใช้ทักษะจากการลงมือปฏิบัติช่วยเหลือประชาชน และสามารถสร้างอาชีพได้ในอนาคต ดำเนินการตลอดเดือนมกราคม 2565 และให้บริการต่อเนื่องทั้งปี 

4. ฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill และ New-Skill ; แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชน ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด (Ministry of Education Career and Entrepreneurship Center)

·      สอศ. ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill และ New-Skill แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน จำนวน 38,500 คน ไม่น้อยกว่า 77 หลักสูตร ดำเนินการใน 77 ศูนย์ ทั่วประเทศ บูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง สอศ. กศน. สพฐ. และ สช. ในพื้นที่ ดำเนินการระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2564 – 31 มกราคม 2565

·      กศน. ฝึกอบรมอาชีพ ฟรี 1 สัปดาห์ 1 อำเภอ 1 อาชีพ โดยศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 928 กลุ่ม ดำเนินการระหว่างวันที่ 4 – 10 มกราคม 2565 โดยฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นและการเป็นผู้ประกอบการให้กับประชาชน จำนวน 150,000 คน และสถานศึกษา 1 อาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชน เป้าหมาย 928 กลุ่ม จำนวน 10,208 คน 

5. อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับกลุ่มนักเรียนผู้ด้อยโอกาส จำนวน 5,000 คน ทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินงาน “อาชีวะอยู่ประจำ” มีหอพักและอาหารฟรี 3 มื้อ ตลอดหลักสูตร ปวช. “เรียนฟรี” มีทุนการศึกษาระดับชั้น ปวช. ต่อเนื่อง 3 ปี และ “มีอาชีพ” เรียนจบ มีงานทำ 

6. ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุขให้น้องปีที่ 3 ;  สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. และ กศน.อำเภอ/เขต ส่งมอบความสุขให้กับน้อง ๆ เด็กด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และชายแดน จำนวน 46,400 คน โดยมอบสิ่งของ อาทิ ของเล่น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เครื่องนุ่งห่ม ชุดกีฬา ขนม อาหารแห้ง ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2564 – 8 มกราคม 2565 

ที่มา ; ศธ.360 องศา

สรุปสาระสำคัญ

มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 ธันวาคม 2564 เห็นชอบโครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2565 ของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 6 โครงการ มุ่งยกระดับโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทักษะอาชีพ และช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ภายใต้แนวคิด “การศึกษาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โครงการสำคัญ ได้แก่ (1) การค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยใช้ฐานข้อมูลและเครือข่ายร่วมกัน รวมถึง กศน.ปักหมุดผู้ด้อยโอกาสเพื่อจัดการศึกษาอย่างเหมาะสม (2) อาชีวะอาสาให้บริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ผ่านจุดบริการทั่วประเทศ (3) ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน โดยใช้แอป “ช่างพันธุ์ R” ให้บริการซ่อมฟรีถึงบ้าน ลดภาระค่าใช้จ่าย (4) การฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill, New-Skill เพื่อเพิ่มศักยภาพกำลังคนและสร้างผู้ประกอบการ (5) โครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ สำหรับผู้ด้อยโอกาส พร้อมที่พัก อาหาร และทุนการศึกษา (6) โครงการส่งความสุขแก่เด็กด้อยโอกาสและผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกล ทั้งหมดสะท้อนการบูรณาการหน่วยงานทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ข้อสอบ 

ข้อ 1

นโยบาย “การศึกษาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” สะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันทางการศึกษา
ข. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ค. การรวมศูนย์อำนาจ
ง. การลดงบประมาณ

 

ข้อ 2

การใช้ระบบข้อมูลติดตามเด็กตกหล่นมีประโยชน์หลักคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. ลดเวลาเรียน
ค. บริหารจัดการเชิงข้อมูล
ง. ลดหลักสูตร

 

ข้อ 3

โครงการ “ช่างพันธุ์ R” สอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด
ก. Digital Economy
ข. Sufficiency Economy
ค. Globalization
ง. Privatization

 

ข้อ 4

การฝึก Re-Skill, Up-Skill, New-Skill มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. พัฒนาทักษะแรงงาน
ค. ลดจำนวนผู้เรียน
ง. เพิ่มเวลาเรียน

 

ข้อ 5

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการลดเด็กออกกลางคันควรเน้นสิ่งใด
ก. ลงโทษนักเรียน
ข. เพิ่มค่าเล่าเรียน
ค. สร้างเครือข่ายติดตาม
ง. ลดกิจกรรม

 

ข้อ 6

โครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ช่วยแก้ปัญหาใด
ก. ขาดแคลนเทคโนโลยี
ข. ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
ค. ครูไม่เพียงพอ
ง. หลักสูตรล้าสมัย

 

ข้อ 7

อาชีวะอาสาช่วงปีใหม่สะท้อนบทบาทใดของการศึกษา
ก. เชิงพาณิชย์
ข. บริการสังคม
ค. วิชาการ
ง. วิจัย

 

ข้อ 8

แนวทาง “1 อำเภอ 1 อาชีพ” ควรเชื่อมโยงกับสิ่งใด
ก. ข้อสอบกลาง
ข. ศักยภาพพื้นที่
ค. นโยบายต่างประเทศ
ง. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน

 

ข้อ 9

หากผู้บริหารต้องการต่อยอดโครงการให้ยั่งยืน ควรทำอย่างไร
ก. ทำเฉพาะช่วงเทศกาล
ข. เพิ่มเอกสารรายงาน
ค. สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน
ง. ลดกิจกรรม

 

ข้อ 10

โครงการทั้งหมดสะท้อนแนวคิดการพัฒนาประเทศแบบใด
ก. เน้นเศรษฐกิจอย่างเดียว
ข. เน้นความมั่นคง
ค. พัฒนาคนแบบองค์รวม
ง. เน้นเทคโนโลยี

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม