สมาชิกเข้าสู่ระบบ

“ตรีนุช” สั่งด่วน! สอบปม ป.2 ตายคารถโรงเรียน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีนักเรียน ป.2 โรงเรียนดังในจังหวัดชลบุรี เสียชีวิตภายในรถตู้รับ-ส่งนักเรียนของโรงเรียนว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งทราบเป็นโรงเรียนเอกชน ซึ่งได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่านักเรียนอนุบาลที่เสียชีวิตสาเหตุที่แท้จริงเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาตนกำชับเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษามาตลอด และความปลอดภัยจะต้องเกิดขึ้นกับนักเรียนครบทุกมิติ โดยกรณีรถรับส่งนักเรียนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมาตรการเรื่องระบบรถรับส่งนักเรียนทั้งของรัฐและเอกชนมาอย่างเข้มงวด 

ด้าน ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.มีมาตรการที่ชัดเจน และกำชับให้ทุกโรงเรียนได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ หากเป็นการลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียนจนทำให้เด็กเสียชีวิต ก็ถือว่าเป็นความบกพร่องละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศธ.กำหนด ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ  

ที่ผ่านมา ศธ.มีการกำชับมาตรการ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับรถรับ-ส่งนักเรียน ให้ทุกโรงเรียนได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยตลอด แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมโรงเรียนยังปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก ดังนั้นผมบอกเลยว่าจะต้องมีผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้” ปลัด ศธ. กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่มีการสัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าว นายสุภัทร แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และจะมีการติดตามเรื่องนี้ เพื่อหาคนรับผิดชอบต่อไป 

รมว.ศึกษาธิการ สั่งด่วน! ตรวจสอบปมนักเรียน ป.2 เสียชีวิตในรถโรงเรียน ด้าน ปลัด ศธ. ชี้ต้องมีคนรับผิดชอบกรณีเด็กตายในรถตู้ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 31 สิงหาคม 2565

โกศลวัฒน์’ ชี้คนขับ-ครูลืมเด็ก 7 ขวบตายในรถผิด ม.291 ประมาท โทษหนักคุก 10 ปี ปรับ 2 แสน ต้องรับผิดแพ่ง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 65 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง โพสต์เฟซบุ๊กตามที่ปรากฏเป็นข่าว ได้รับแจ้งมีเหตุเด็กนักเรียนเสียชีวิตภายในรถตู้รับ-ส่งของโรงเรียนชื่อดังใน จ.ชลบุรี จากกรณีที่บุคลากรในโรงเรียนลืมเช็กจำนวนเด็ก ความว่า

ประมาท…! ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เลยนะครับ
ไม่ใช่แค่ครอบครัวเด็กที่สูญเสีย..แต่ครอบครัวของคนที่ประมาททำให้เด็กตาย ย่อมสูญเสียด้วย ครู..คนขับ..! มีหน้าที่ทำอะไร เด็กนักเรียนถูกทิ้งไว้ในรถจนถึงแก่ความตาย ตำรวจจะต้องสอบสวนให้ได้ความจริงแล้วดำเนินคดี ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย…! ชีวิตจึงประมาทไม่ได้เลยครับ

มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท และยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง ตามกฎหมายให้ชดใช้ได้อีกต่อไป

ความประมาทจึงไม่ได้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวเด็กที่ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องเท่านั้น แต่ผู้ที่ทำประมาท จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งให้ชดใช้ ย่อมนำความเดือดร้อนกลับไปสู่ครอบครัวของตนเช่นกัน อาจติดคุก อาจโดนยึดบ้าน ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์สิน เพื่อชดใช้หนี้ในทางแพ่งต่อไปตามกฏหมาย

ชีวิต…. ประมาทไม่ได้… มีสติ… ดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง 

มติชนออนไลน์ วันที่ 31 สิงหาคม 2565

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช” สั่งเลขาธิการ กช. ตั้งกรรมการสอบลืมเด็ก ป.2 บนรถตู้จนเสียชีวิต

(31 สิงหาคม 2565) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีเด็กหญิงวัย 7 ขวบชั้น ป.2 โรงเรียนเพลินจิตวิทยา จ.ชลบุรี ถูกลืมบนรถตู้รับ-ส่งนักเรียนจนขาดอากาศเสียชีวิต ว่า ตนได้มอบหมายให้ นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจริง พร้อมสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของใคร เป็นความบกพร่องของโรงเรียน ครูที่ดูแลเด็ก หรือคนขับรถโรงเรียน และให้ตรวจสอบด้วยว่า ในการใช้รถโรงเรียนรับ-ส่งนักเรียน ทางโรงเรียนได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 หรือไม่

นโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นเรื่องที่ดิฉันให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งสถานศึกษาทุกแห่ง ทุกสังกัด ทั้งรัฐและเอกชน ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงอาชีวศึกษา เรื่องการลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียน จนทำให้เด็กเสียชีวิตก็ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็ได้มีการส่งหนังสือเวียนกำชับเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถโรงเรียนแล้ว”

โดยในข้อ 11 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้ควบคุมดูแลนักเรียนมีหน้าที่ ดังนี้

1. ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่รับ – ส่ง แต่ละเที่ยวให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามบัญชีรายซื่อนักเรียน พร้อมทั้งจัดทำบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ใช้บริการ

2. ประจำอยู่กับรถโรงเรียนตลอดเวลาที่รับ – ส่งนักเรียน เพื่อควบคุมดูแล และช่วยเหลือนักเรียนให้เกิดความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

3. รายงานให้ทางโรงเรียนทราบทันทีที่เกิดอุบัติเหตุหรือมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น เข้ารับการอบรมตามที่โรงเรียนหรือผู้ดำเนินกิจการรถโรงเรียนกำหนด

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องใช้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนักเรียนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย 

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ ของโรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) และไฟไหม้ห้องเรียน ของโรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งทั้ง 2 โรงเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ นั้น ตนได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ของทั้ง 2 โรงเรียน และเร่งดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุง เพื่อให้พร้อมใช้จัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว 

ที่มา ; ศธ 360 องศา

ข่าวเกี่ยวกัน

ยันให้ความเป็นธรรมทั้งครู-นร.หลังเด็กถูกลงโทษให้ลุกนั่งจนกลายเป็นแผลติดเชื้อ

จากกรณีครูสาวคนหนึ่งสั่งลงโทษนายเอ นามสมมุติ อายุ 15 ปีนักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนระดับชั้นมัธยมตั้งอยู่ในท้องที่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี โดยให้นักเรียนคนดังกล่าวยืนและนั่ง 200 ครั้ง เนื่องจากนายเอ ไม่เข้าเรียนในวิชาที่ครูคนดังกล่าวสอน ต่อมานายเอ มีอาการตึงที่ขาหนีบทั้งสองข้าง สุดท้ายขาหนีบด้านซ้ายกลายเป็นแผลติดเชื้ออย่างรุนแรงต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด

ล่าสุดวันที่ 30 ส.ค.65 ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี นายอนันต์ศักดิ์ ภูผลผัน ผู้อำนวยการ สพม.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทาง ผอ.โรงเรียนได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ตนทราบตั้งแต่ต้นแล้วเบื้องต้นตนได้มอบหมายให้ รอง ผอ.เขต สพม.กาญจนบุรี เดินทางลงพื้นที่เพื่อไปเยี่ยมอาการของนักเรียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งท่านตรีนุช เทียนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้ง ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีนโยบายให้โรงเรียนต้องมีความปลอดภัย โดยให้นักเรียนมาเรียนอย่างปลอดภัยและมีความสุข

เบื้องต้นตนได้สั่งการให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งคณะกรรมขึ้นมาเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่ากรณีนี้นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้รายงามาให้ทราบ และตนก็ได้รายงานให้ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบแล้ว

สำหรับขั้นตอนการลงโทษคุณครูนั้นทาง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และ ดร.อัมพร พินะสา ได้สั่งกำชับมาให้ลงโทษไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตนได้กำชับผู้อำนวยการโรงเรียนไปแล้วว่าให้ดำเนินการไปตามระเบียบดังกล่าว สำหรับการที่ครูสั่งลงโทษนักเรียนด้วยการให้ลุกนั่งนั้นจะต้องเข้าใจว่าระเบียบของกระทรวงศึกษาที่ออกมานั้น มันเป็นเหมือนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องไปทำร่วมกับสภานักเรียน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา แล้วออกมาเป็นระเบียบการลงโทษของนักเรียนแต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบใหญ่คือระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ

นายอนันต์ศักดิ์ ภูผลผัน ผู้อำนวยการ สพม.กาญจนบุรี กล่าวว่า การที่ครูสั่งลงโทษให้นักเรียนลุกนั่นนั้นสามารถทำได้ แต่จะต้องให้สมควรแก่เหตุ การสั่งให้เด็กลุกนั่งก็เป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่ต้องการให้มีความแข็งแรงในสนมรรถภาพทางกาย ซึ่งสามารถทำได้หากทางโรงเรียนเป็นผู้กำหนดขึ้นมา แต่ข้อกำหนดนั้นจะต้องผ่านคณะกรรมการสถานศึกษาก่อนแล้วจึงนำมาบังคับใช้ หากการลงโทษไม่อยู่ในระเบียบจึงถือว่าทำไม่ถูกต้อง

ในส่วนของการเยียวยานั้นต้องขอเรียนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องแยกกันออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือจะต้องดำเนินการทางด้านวินัย ส่วนที่สองคือการเยียวยาเกี่ยวกับค่าเสียหายนั้นเป็นเรื่องระหว่างผู้ปกครองของเด็กนักเรียนกับคุณครูผู้สั่งลงโทษให้ลุกนั่งที่จะต้องไปตกลงกัน ซึ่งทาง สพม.กาญจนบุรีและทางผู้อำนวยการโรงเรียนคงจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่สามารถเข้าไปเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยได้ และจะไปตัดสินไม่ได้ว่าความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายนั้นอยู่ตรงไหน แต่การดำเนินการทางด้านวินัยนั้นขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งอำนาจตรงนี้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการโรงเรียนที่จะต้องสืบหาความจริงก่อน

แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทราบว่าทางผู้ปกครองได้เรียกเงินค่าเยียวยาครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 2.5 แสนบาท แต่ก็ได้มีการเจรจากันไปแล้วหลายรอบ ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงเรียนรวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ ได้เข้าไปช่วยเจรจาในการไกล่เกลี่ยด้วย แต่ตัวของคุณครูผู้สั่งลงโทษให้ลุกนั่ง เห็นว่าค่าเยียวยา จำนวน 2.5 แสนบานั้นไม่สามารถที่จะหาได้ เพราะตัวของครูเองไม่มีเงิน แต่ครูสามารถให้เงินเยียวยาได้พียงแค่ 3 หมื่นบาทเท่านั้น 

ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้รอง ผอ.เขตฯ สพม.กาญจนบุรี เดินทางลงพื้นที่เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจกับเด็กนักเรียนและผู้ปกครองรวมทั้งให้กำลังใจกับคุณครูด้วย เพราะเราจะต้องเป็นกลาง ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนั้นเราจะต้องดูข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น และจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย 

ผอ.สพม.กาญจนบุรีพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งครูสาวและเด็กนักเรียน หลังเด็กนักเรียนถูกลงโทษให้ลุก-นั่ง 200 ครั้งฐานไม่ยอมเข้าเรียน จนกลายเป็นแผลติดเชื้อ 

ที่มา ; แนวหน้า วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ชัยวุฒิ” เร่งผลักดัน Smart School Bus ช่วยแก้ปัญหาเด็กถูกลืมไว้ในรถโรงเรียน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับข่าว ด.ญ.เขมนิจ หรือน้องจีฮุน ที่ถูกลืมไว้ในรถโรงเรียนและเสียชีวิต และแสดงความเสียใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย โดยในบทบาทของผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ มีความมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดโครงการพัฒนาระบบ Smart School Bus ซึ่งจะนำเทคโนโลยี IoT Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหว และคลื่นความร้อนของเด็กนักเรียนที่อยู่ในรถ เพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้ปกครองและครู และแจ้งเตือนไปที่ศูนย์บัญชาการของระบบ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการติดตั้ง Face Recognition System หรือระบบจดจำใบหน้าของเด็กนักเรียนที่ขึ้น-ลงรถ เพื่อทราบว่าเด็กขึ้นรถ-ลงจากรถเรียบร้อยหรือยัง โดยสามารถระบุชื่อ ระบุตัวตนของเด็กได้ด้วย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ทำโครงการนำร่องร่วมกับโรงเรียนรัฐ 50 แห่ง และโรงเรียนเอกชนอีก 300 แห่ง ที่จะนำ Smart School Bus ไปติดตั้งในรถโรงเรียน โรงเรียนละ 10 คัน รวมทั้งสิ้น 3,500 คัน ทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายผลักดันให้โครงการนี้แล้วเสร็จภายในปีนี้ 

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จ ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดี ให้ทุกโรงเรียนนำไปใช้ต่อ ในการที่เอาระบบเซ็นเซอร์ IoT ไปติดที่รถโรงเรียน เราจะรู้ว่ามีใครลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียนหรือไม่ โดยระบบจะมีการแจ้งเตือน ซึ่งถ้าระบบนี้สมบูรณ์ก็จะไม่มีเด็กติดในรถอีก สำหรับเป้าหมายโครงการระยะต่อไป เตรียมประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้นำระบบ Smart School Bus ไปติดในรถโรงเรียนทุกคันทั่วประเทศ ซึ่งถ้าทำสำเร็จ จะสามารถรักษาชีวิตลูกหลานของประชาชนให้ปลอดภัย จะไม่มีใครถูกลืม จะไม่มีลูกหลานเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถโรงเรียนอีกต่อไป

การนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้กับระบบ Smart Scool Bus ถ้ามีการลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถ Sensor ซึ่งติดตั้งไว้ที่รถ และสามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตอัตโนมัติ ก็จะมีการทำงาน จะตรวจให้เห็นว่ามีคนลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถ ทำการแจ้งเตือนมือถือของผู้ที่เกี่ยวข้อง และแจ้งเตือนไปที่ศูนย์บัญชาการของระบบ ทำให้เรารู้ว่ามีการลืมเด็กไว้ในรถนักเรียน เพื่อสามารถเข้าไปรีบช่วยเหลือนำเด็กออกจากรถ ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ต่อไป” นายชัยวุฒิ กล่าว 

ชัยวุฒิ”เสียใจกรณี น้องจีฮุน ที่ถูกลืมไว้ในรถโรงเรียนและเสียชีวิต เร่งผลักดัน Smart School Bus ใช้ เทคโนโลยี IoT Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหว และคลื่นความร้อนของเด็กนักเรียนที่อยู่ในรถ เพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้ปกครองและครู 

ที่มา ; เดลินิวส์ 31 สิงหาคม 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

บอร์ดปฐมวัย’ เร่งหารือใช้นวัตกรรมเซฟตี้เด็กเล็ก

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2565 เรื่อง การขับเคลื่อนและพัฒนาเด็กปฐมวัย “หนุนเสริม เพิ่มคุณค่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นเวทีสะท้อนความคิดเห็นและขยายผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อสาธารณะ มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การดูแลเด็กปฐมวัยต้องเริ่มต้นด้วยการใส่ใจอย่างรอบด้าน และเป็นภารกิจร่วมกันตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน และสังคม เพื่อให้เด็กปฐมวัยเป็นรากฐานของพลเมืองที่มีคุณภาพ เก่ง ดี มีสุข ประกอบกับมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ข้อที่ 1 ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเดินทางอย่างปลอดภัยครอบคลุมการเดินทางโดยทางเท้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ โดยเฉพาะรถรับ-ส่งนักเรียน ต้องได้รับมาตรฐานจากกรมขนส่งทางบก มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ เครื่องดับเพลิง เพื่อช่วยเหลือนักเรียนเมื่อมีอุบัติเหตุ 

คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย จึงเร่งหารือแนวทางป้องกันการเดินทางไปโรงเรียนอย่างปลอดภัย ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ข้อที่ 2 เรื่องการให้ความรู้ สร้างวินัยและฝึกทักษะเด็กในการเดินทางไป-กลับอย่างปลอดภัย โดยมีข้อสรุปทิศทางเดียวกันว่า ควรใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ ปุ่มกดฉุกเฉิน ในกรณีที่ติดอยู่บนรถรับ-ส่ง เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีทักษะการขอความช่วยเหลือ และเสริมหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องทักษะการข้ามถนน การเรียนรู้ป้ายจราจร และการใช้เข็มขัดนิรภัย เพื่อป้องกันอันตรายขณะโดยสารด้วย” นายอรรถพล กล่าว 

 

มติชนออนไลน์ วันที่ 1 กันยายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

 

ตรีนุช’ มอบอาชีวะทั่วประเทศคิดสิ่งประดิษฐ์ช่วยเด็กติดในรถโรงเรียน สั่ง ศธจ.สุ่มตรวจร.ร.ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้องจีฮุน นักเรียนชั้น ป.2 ถูกลืมบนรถตู้รับ-ส่งนักเรียน จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตนั้น ว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษาถือเป็นนโยบานเร่งด่วน ที่ศธ.เน้นย้ำแและผลักดันมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ศธ.มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 ที่ให้โรงเรียนรัฐและเอกชนปฏิบัติอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น ว่าโรงเรียนได้ทำตามระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ ตนจึงมอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. แจ้งไปยังศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทั่วประเทศ ดำเนินการกำกับ ติดตามและสุ่มตรวจสอบการใช้รถรับ-ส่งนักเรียนของโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 หรือไม่ ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาผู้ปกครองน้องจีฮุนนั้น เบื้องต้นทราบว่าโรงเรียนจะช่วยเหลือเยียวยา แต่ตนมอบหมาย ให้นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เข้าไปดูแลช่วยเหลือประสานงานเพิ่มเติมแล้ว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประสานไปยังสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ให้คิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ป้องกันและช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในรถยนต์ โดยต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน ซึ่งหลังจากคิดค้นนวัตกรรมและประดิษฐ์สำเร็จแล้วให้ประสานไปยังโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ของวิทยาลัยนั้นๆ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ทราบว่าที่ผ่านมาวิทยาลัยอาชีวศึกษาหลายแห่ง ได้คิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ในการป้องกันและช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในรถออกมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย เช่น วิทยาลัยเทคนิคลำปาง ได้สร้างระบบป้องกันและเตือนภัย โดยอาศัยหลักการตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในรถยนต์ ซึ่งเมื่อระบบตรวจสอบพบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตในรถ กล่องควบคุมจะสั่งการเปิดประตูรถยนต์ และส่งสัญญาณเตือนภัยในรูปแบบระบบเสียงแจ้งเตือนด้วยไซเรนและส่งข้อความ SMS ที่ระบุพิกัดสถานที่ด้วย GPS ไปยังโทรศัพท์ ที่ตั้งค่าเอาไว้ก็จะสามารถดูพิกัดสถานที่ได้ทันที , วิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ได้ประดิษฐ์ชุดควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในรถยนต์ เมื่อมีผู้ติดอยู่ในรถ และมีค่าคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 1,000 ppm ซึ่งเป็นค่าที่ทำให้ผู้ติดอยู่ในรถรู้สึกอึดอัด เครื่องก็จะทำงานอัตโนมัติ และวิทยาสารพัดช่างอุบลราชธานี ได้ประดิษฐ์เครื่องทำลายกระจกรถยนต์ กรณีรถยนต์ตกน้ำหรือมีผู้ติดอยู่ในรถ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจะติดตั้งไว้ในรถ สามารถยิงทำลายกระจกรถยนต์แบบ Tempered เมื่อกระจกถูกทำลายจะแตกตัวแบบเมล็ดข้าวโพด และหากตกน้ำจะมีอุปกรณ์เสริมเพื่อขอความช่วยเหลือ และจะมีสัญญาณแสดงตำแหน่งที่รถจมอยู่ เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อให้มีอุปกรณ์ในการช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกลืมไว้ในรถยนต์ได้ทันทีเท่านั้น ทุกโรงเรียนไม่ควรให้มีเหตุการณ์ลืมนักเรียนไว้บนรถตู้รับ-ส่งนักเรียน จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตเกิดขึ้นมาอีก ขอให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศใช้รถรับ-ส่งนักเรียน โดยปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 อย่างเคร่งครัดและไม่ประมาท ทั้งในส่วนของการตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่นำมารับ-ส่งนักเรียน ความพร้อมของพนักงานขับรถ และผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ที่ต้องตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่รับ – ส่ง แต่ละเที่ยวให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามบัญชีรายซื่อนักเรียน, ประจำอยู่กับรถโรงเรียนตลอดเวลาที่รับ – ส่งนักเรียน เพื่อควบคุมดูแล และช่วยเหลือนักเรียนให้เกิดความปลอดภัยตลอดการเดินทาง” น.ส.ตรีนุช กล่าว

มติชนออนไลน์ วันที่ 1 กันยายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

 

สช.ตั้งกรรมการสอบ ‘ครู-ร.ร.’ ปมลืมเด็ก 7 ขวบ ดับในรถตู้รับ-ส่งน.ร. คาด 7 วันได้ข้อสรุป

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยกรณีน้องจีฮุน เด็กหญิงวัย 7 ขวบชั้น ป.2 โรงเรียนเพลินจิตวิทยา จ.ชลบุรี ถูกลืมบนรถตู้รับ-ส่งนักเรียนจนขาดอากาศเสียชีวิต ว่า หลังจากทราบเรื่องตนได้ลงพื้นที่และสอบถามครูผู้ควบคุมรถ ครูเวรที่ดูแลเด็ก พบว่าในวันเกิดเหตุมีนักเรียนทั้งหมด 7 คน โดยน้องจีฮุน ขึ้นรถเป็นคนที่ 6 โดยเข้าไปนั่งเบาะเดี่ยวบริเวณทางเดิน และเมื่อรับนักเรียนคนที่ 7 แล้ว น้องจีฮุนได้เปลี่ยนที่นั่งที่เบาะหลังด้านใน และเมื่อนักเรียนลงจากรถหมดแล้ว ทางครูผู้ควบคุมรถได้นำรถไปจอดที่โรงรถ เมื่อถึงเวลา 16.00 น. ครูผู้ควบคุมรถไปเตรียมรถเพื่อจะรับส่งเด็กกลับบ้าน ก็พบน้องจีฮุนนอนเสียชีวิตแล้ว ซึ่งจากการสอบถามนักเรียนที่นั่งในรถคันเกิดเหตุ ก็คาดว่าน้องจีฮุนนอนหลับ จนลงจากรถไม่ทัน

นายพรีศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามโรงเรียน ทางโรงเรียนยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้ปกครองของน้องจีฮุน ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ปกครองในเบื้องต้น ทั้งนี้ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบแล้ว  

รัฐมนตรีว่าศธ. แสดงเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.แล้ว ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงบ่ายของวันนี้ด้วย คาดว่าไม่เกิน 7 วันจะได้ข้อสรุป นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่ากร ศธ. ได้กำกับว่าขอให้โรงเรียนปฏิบัติตามระเบียบศธ. ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 อย่างเคร่งครัด และให้ สช.ลงไปช่วยดูแลผู้ปกครองนักเรียนอย่างเต็มที่” นายพรีศักดิ์ กล่าว  

มติชนออนไลน์ วันที่ 1 กันยายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

กมว.’ เล็งเอาผิดจรรยาบรรณ ‘ครูคนขับรถ’ ทิ้งน้องจีฮุนไว้ในรถจนเสียชีวิต

 

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าถึงเวลาที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องกลับมาทบทวนนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย ที่ขับเคลื่อนนั้น ทำให้สถานศึกษาปลอดภัยจริงหรือไม่ ตนมองว่าวิธีการที่ ศธ.รับมือ เป็นวิธีการเดิมๆ คือหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น จะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หาคนผิดมารับผิดชอบ แล้วรอให้เรื่องจบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ตระหนัก และไม่เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น แม้หลายครั้งที่เกิดเรื่องจะมีคนให้ข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะ ให้วิธีการป้องกัน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่นำเรื่องเหล่านี้มาปฏิบัติเลย 

 

มองว่าถ้าจะแก้ปัญหาลืมเด็กไว้ในรถนั้น ควรจะปรับเปลี่ยนรถรับส่งนักเรียนใหม่ เพราะรถตู้ที่ใช้กันในปัจจุบันถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะที่นั่งรถตู้สร้างมาให้ผู้ใหญ่นั่ง ไม่ได้ทำมาให้เด็กนั่งโดยตรง และในหลายประเทศสร้างรถโรงเรียน โดยออกแบบที่นั่งให้เหมาะสมกับเด็ก แต่ประเทศไทยกลับเอารถอะไรไม่รู้มารับเด็ก ดังนั้น ศธ.ควรที่จะมาหารือกับโรงเรียนรัฐ และเอกชน เพื่อออกแบบมาตรฐานรถโรงเรียนใหม่ โดยเน้นความปลอดภัย และต้องทำที่นั่งให้เหมาะกับเด็กในแต่ละวัยด้วย ผมมองว่าถ้ารัฐจริงใจ ตระหนักถึงปัญหา และต้องการหาทางแก้ไข ไม่ควรจะจัดการแค่ตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะจะไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ควรจะรื้อระบบใหม่และต้องลงมือทำอย่างจริงจัง” นายสมพงษ์กล่าว 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ สั่งตั้ง กก.สืบข้อเท็จจริง ปมเด็กเสียชีวิตปริศนา

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่ข่าว ผู้ปกครองน้องอนุบาล 2 โรงเรียนเอกชนราคาแพงร้องเรียนเพจทนายดังว่าลูกล้มในห้องเรียนกลับมาบ้านเสียชีวิต กล้องในห้องก็มีแต่บังเอิญเสียวันนั้น แต่โรงเรียนให้ค่าทำศพมา 20,000 นั้น ว่าตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้มอบหมายให้นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงว่านักเรียนเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ 

 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น