สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M559_กางเป้าหมาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ

โครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอำเภอละอย่างน้อย 1 โรงเรียน 

ซึ่งหากมองย้อนกลับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 สพฐ.ได้การดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนา “โรงเรียน” ให้เป็น “โรงเรียนคุณภาพ” มาอย่างต่อเนื่อง

·   ระยะที่ 1 พ.ศ. 2562-2563 ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล หรือ 1 โรงเรียน 1 ตำบล” มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรียนในท้องถิ่นระดับตำบลให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง คัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 8,224 โรงเรียน

·   ระยะที่ พ.ศ. 2564 พัฒนาต่อยอดเป็น “โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียน Stand Alone” เน้นยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวม 349 โรงเรียน

·   ระยะที่ 3 พ.ศ. 2565-2566 ใช้ชื่อ “โรงเรียนคุณภาพ” พัฒนาให้โรงเรียนมีคุณภาพและมีความปลอดภัย

·   ปัจจุบัน พ.ศ. 2567 ยุค “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” นั่งเก้าอี้เสมา 1 ได้สั่งการให้ สพฐ.ยกระดับเป็นโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” โดยมีโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งสิ้น 1,808 โรงเรียน ทุกอำเภอและเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ เห็นถึงความสำคัญของโรงเรียนคุณภาพ ในการสร้างโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างความเสมอภาคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ลดภาระนักเรียนไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียนโรงเรียนในเมืองที่มีชื่อเสียง ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง นักเรียนเรียนดีมีความสุข โดยนำโรงเรียนคุณภาพไปอยู่ใกล้บ้านในทุกอำเภอ และให้เป็นต้นแบบทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนแม่ข่าย สนับสนุนโรงเรียนในเครือข่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายมาใช้ทรัพยากรในโรงเรียนแม่ข่ายได้อย่างทั่วถึง สามารถดึงดูดนักเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองให้เลือกส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน 

โรงเรียนในสังกัด สพฐ.กว่า 14,777 แห่ง เป็นโรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ขณะที่อัตราการเกิดของเด็กในแต่ละปีก็ลดลง ส่งผลให้แนวโน้มจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กมีเพิ่มมากขึ้น และกระทบต่อการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ สพฐ.จึงปรับจุดเน้นโครงการโรงเรียนคุณภาพ โดยดำเนินการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเองในทุกอำเภอ ซึ่งในปีการศึกษา 2567 นี้ สพฐ.ได้คัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อม คือ มีพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอเอื้อต่อการพัฒนาต่อยอด สามารถรองรับการเพิ่มจำนวนนักเรียนในอนาคตได้ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกภาคส่วน เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 1,808 โรงเรียน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา จำนวน 901 โรงเรียน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 907 โรงเรียน โดยโรงเรียนกลุ่มนี้จะได้รับการสนับสนุนและพัฒนาในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร สื่อการเรียนการสอน ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มีครูครบชั้น ครบวิชา สามารถจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เป็นโรงเรียนต้นแบบที่นำไปสู่ภาพความสำเร็จตามนโยบาย  1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” 

เลขาธิการ กพฐ. บอกด้วยว่า สพฐ.คาดหวังผลที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ใน 4 ด้าน คือ

·   ด้านผู้เรียน ในภาพรวมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เพิ่มสูงขึ้น มีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ไขปัญหา การใช้ทักษะชีวิต การใช้เทคโนโลยี มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

·   ด้านครูและผู้บริหาร ครูได้รับการพัฒนาให้สามารถจัดการเรียนการสอนรูปแบบ ACTIVE LEARNING ได้รับการอบรม และพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอน ผู้บริหารได้รับการอบรมและพัฒนาหลักสูตรการบริหารจัดการโรงเรียน หรืออบรมภาวะผู้นำ

·   ด้านโครงสร้างพื้นฐาน โรงเรียนมีความพร้อม ทั้งอาคาร สถานที่ ห้องเรียน ครุภัณฑ์ อุปกรณ์การเรียนการสอน สื่อเทคโนโลยีต่างๆ และ

·   ด้านการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เปิดโอกาสให้ชุมชนและภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ แบ่งปันนวัตกรรม ร่วมขับเคลื่อนคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนได้รับความนิยม เป็นโรงเรียนคุณภาพของชุมชน 

อย่างไรก็ตามคงต้องจับตาดูว่า โครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” จะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ 

โครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ" เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รมว.ศึกษาธิการ มอบสพฐ.พัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนคุณภาพต้นแบบ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 24 มิถุนายน 2567

ข่าวเกี่ยวกัน

สพฐ.เปิดผลประเมินตนเอง 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ พบกลุ่มสีเขียว มีความพร้อมกว่าพันแห่ง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศรายชื่อโรงเรียน จำนวน 1,808 แห่ง เข้าโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ” และให้โรงเรียนประเมินตนเอง ใน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน ด้านผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านผู้เรียน นั้น ผลการประเมินตนเองของโรงเรียน ทั้ง 1,808 แห่ง ระบุว่า

·  อยู่ในกลุ่มสีเขียว สถานศึกษาที่มีความพร้อม 5 ด้าน ควรได้รับการสนับสนุนและดำเนินการให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน จำนวน 1,062 โรงเรียน คิดเป็น 58.74% 

·  อยู่ในกลุ่มสีเหลือง สถานศึกษาที่มีความพร้อม 4 ด้าน ควรได้รับการสนับสนุนและพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้มีคุณภาพครบ 5 ด้าน จำนวน 678 โรงเรียน คิดเป็น 37.50%

·  อยู่ในกลุ่มสีแดง สถานศึกษาที่มีความพร้อม 0-3 ด้าน ควรได้รับการสนับสนุนและพัฒนาโดยเร็ว เพื่อให้มีคุณภาพครบ 5 ด้าน จำนวน 68 โรงเรียน คิดเป็น 3.67%  

ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ได้มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั้ง 245 เขต ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าตรงตามที่โรงเรียนประเมินตนเองมาหรือไม่ และสรุปผลในภาพรวมว่าแต่ละเขตพื้นที่ฯ โรงเรียนในกลุ่มเป้าหมายแต่ละแห่งจะเน้นการพัฒนาในด้านใดบ้าง จากนั้น สพท.จะร่วมกับหน่วยงานในสังกัด สพฐ. ดำเนินการพัฒนายกระดับโรงเรียนจากกลุ่มสีแดง และกลุ่มสีเหลือง ให้เป็นกลุ่มสีเขียว 

สพฐ. มีแนวทางการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ จากกลุ่มสีแดง เป็น สีเขียว คือ

1.ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรง มีระบบสาธารณูปโภคพร้อมใช้ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

2.พัฒนาและอบรมผู้บริหาร ครู ให้มีความเชี่ยวชาญ มีมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพในการจัดการศึกษา มีความสามารถทางภาษาและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการให้เกิดคุณภาพ

3.มีโครงสร้างการบริหารและมีแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน และมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

4.ต่อยอดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลต่อความเป็นเลิศของผู้เรียน มีหลักสูตรสอดคล้องตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง

5.ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง มีความสามารถแข่งขันทั้งในระดับชาติและนานาชาติ 

การพัฒนาจากกลุ่มสีเหลือง เป็น สีเขียว มีแนวทาง ได้แก่

1.ส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้

2.ยกระดับคุณภาพผู้บริหาร ครู ให้มีความเชี่ยวชาญสูง มีการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล

3.เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษามีการขับเคลื่อนเสริมสร้างสถานศึกษาปลอดภัยและระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

4.สร้างและต่อยอดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ

5.จัดโครงการส่งเสริมพหุปัญญาให้ผู้เรียน เพื่อเสริมสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ โดย สพฐ.ตั้งเป้าหมายให้โรงเรียนปรับปรุง พัฒนา ส่งเสริมเติมเต็มในส่วนที่ขาด และปรับให้สอดคล้องตามบริบทพื้นที่ไม่เกินเดือนกันยายนนี้ ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว สพฐ.จะมีการประกาศเป็นกลุ่มจังหวัดนำร่องโรงเรียนที่มีความพร้อมครบ 5 ด้าน และนำเสนอนวัตกรรมในการขับเคลื่อนโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” รวมถึงถอดบทเรียนการดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพที่แสดงถึงความพร้อม 5 ด้าน เพื่อเป็นตัวอย่างให้โรงเรียนคุณภาพที่กำลังพัฒนา และจะมีการพัฒนาต่อยอดให้เป็น

·   กลุ่มสีฟ้า คือ สถานศึกษาที่มีความพร้อม 5 ด้านและเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับ SCQA

·   เป็นกลุ่มสีม่วง คือ สถานศึกษาที่มีความพร้อม 5 ด้านและเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับ SCQA และผ่านเกณฑ์ประเมินเป็นระดับ OBECQA ซึ่งโรงเรียนในกลุ่มสีม่วง จะได้รับการยกย่อง ชื่นชม พร้อมประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะต่อไป 

ทั้งนี้ สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการดำเนินการพัฒนาโรงเรียนในกลุ่มเป้าหมาย ครบทั้ง 245 เขตพื้นที่การศึกษาแล้ว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 มิถุนายน 2567

เกี่ยวข้องกัน

อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ”ครบ100%

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ว่า การดำเนินโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ มีความคืบหน้ามาก โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา (สพฐ.) ได้ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้แก่โรงเรียนในโครงการฯ จำนวน 1,808 โรงเรียน ครบ 100% แล้ว ซึ่งหากเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บนเกาะแก่ง อยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ เขตพื้นที่ทหาร ทาง สพฐ.ก็ได้ทำความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคนแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เข้าไปติดตั้งให้ ซึ่งสามารถติดตั้งได้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สพฐ.ก็ได้ร่วมกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี จัดอบรมออนไลน์ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ICT Talent ภาครัฐ ให้แก่บุคลากรในโรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ จำนวน 3,785 คน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการพัฒนาทักษะด้าน ICT เพื่อยกระดับการใช้ ICT ในการบริหารจัดการสถานศึกษา และจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพไปแล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่า ครูสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนได้ ทำให้โรงเรียนสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

“ โครงการ 1 อำเภอ 1โรงเรียนคุณภาพ เป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการสร้างโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างความเสมอภาคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งผมให้ความสำคัญติดตามการดำเนินโครงการฯอย่างใกล้ชิด โดย สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) โรงเรียน และสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) เพื่อไปดำเนินการเช่าใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ 2567 ดังนี้ 

• โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน ได้รับงบฯโรงเรียนละ 1,300 บาทต่อเดือน 

• โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 121 – 300 คน ได้รับงบฯ โรงเรียนละ 1,950 บาทต่อเดือน 

• โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 301 – 500 คน ได้รับงบฯโรงเรียนละ 2,600 บาทต่อเดือน 

• โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 501 – 2,000 คน ได้รับงบฯ โรงเรียนละ 3,900 บาทต่อเดือน 

• โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 2,001 คนขึ้นไป ได้รับงบฯ โรงเรียนละ 6,000 บาทต่อเดือน 

• ศูนย์บริหารการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) จะได้รับจัดสรรงบฯโรงเรียนละ 650 บาทต่อเดือน สพท.เขตละ 7,500 บาทต่อเดือน 

• ศูนย์การศึกษาพิเศษและกลุ่มวิจัยและพัฒนาสื่อฯ สศศ. แห่งละ 1,300 บาทต่อเดือน 

• ส่วนโรงเรียนที่ใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบดาวเทียม จัดสรรให้ตามค่าเช่าใช้บริการที่มีการเบิกจ่ายจริง 

นอกจากนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ก็ยินดีให้บริการฟรีอินเทอร์เน็ตแก่ โรงเรียนคุณภาพของ สพฐ. จำนวน 1,808 โรงเรียน ซึ่งมีจำนวนโรงเรียนคุณภาพที่ Uninet เคยเดินสายระบบไฟเบอร์ออฟติคไว้แล้ว จำนวน 1,499 โรงเรียน ซึ่ง สพฐ.อยู่ระหว่างการพิจารณาการจัดหาอุปกรณ์ เพื่อเชื่อมต่อใช้งานอินเทอร์เน็ตจากโครงข่าย Uninet รวมถึงการบำรุงรักษาอุปกรณ์ในอนาคต” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

เลขาธิการกพฐ. โชว์ขับเคลื่อนโครงการ“1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสู.ครบ100% เร็วกว่าแผนที่กำหนด-จัดสรรงบฯค่าใช้บริการรายเดือนให้โรงเรียนแล้ว
 

ที่มา ; เดลินิวส์ 27 มิถุนายน 2567  

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ.’ปั้น 1,808 โรงเรียน สู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ ครอบคลุมทั่วประเทศ 

6 กรกฎาคม 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) มีนโยบายเร่งด่วนในการนำโรงเรียนคุณภาพไปอยู่ใกล้บ้านในทุกอำเภอ และให้เป็นต้นแบบทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนแม่ข่าย สนับสนุนโรงเรียนในเครือข่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายมาใช้ทรัพยากรในโรงเรียนแม่ข่ายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกและประกาศรายชื่อโรงเรียน จำนวน 1,808 แห่ง มาเข้าโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” แล้วนั้น

ขณะนี้ สพฐ.ได้เร่งส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนในโครงการทั้ง 1,808 แห่งแล้ว แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา จำนวน 901 โรงเรียน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 907 โรงเรียน โดยดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาควบคู่กันทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน ด้านผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านผู้เรียน 

ต่อไปโรงเรียน จำนวน 1,808 แห่งนี้ จะเป็นจุดศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ ให้องค์ความรู้สนับสนุนโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียง และโรงเรียนในเครือข่ายได้เข้ามาเรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน นวัตกรรมการบริหารจัดการ ตลอดจนใช้ทรัพยากรในโรงเรียนแม่ข่ายนี้ เพราะโรงเรียนคุณภาพมีพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอเอื้อต่อการพัฒนาต่อยอด และยังสามารถรองรับการเพิ่มจำนวนนักเรียนในอนาคตได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างความเสมอภาคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า วันเสาร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ.ปลื้มเด็กประถมฯ ‘ร.ร.คุณภาพ’ สอบผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษระดับA1 

สพฐ.เปิดผลขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถทางภาษาของนักเรียนตามกรอบมาตรฐาน CEFR ครู เข้ารับการอบรมเกินเป้าหมายที่กำหนด นักเรียน ป.5 , ป.6 สอบผ่านเกณฑ์ A1  

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความสามารถทางภาษาของนักเรียนตามกรอบมาตรฐาน Common European Framework of Reference for Languages (CEFR ) ให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และองค์ความรู้ต่างๆได้ และ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายความสำเร็จของโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า สพฐ. ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ติดตามผลการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ หลังจากที่ สพฐ. ได้ร่วมกับ มทร.พระนคร พัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ให้แก่ครูผู้สอนภาษาอังกฤษประถมศึกษา ของโรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษา จำนวน 901 โรงเรียน โดยใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มและหลักการของเกม (Gamification) โดยตั้งเป้าหมายอบรมครูจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 คน พบว่า มีครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนคุณภาพ ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 2,011 คน และเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการตามหลักสูตรของโครงการ ระยะที่ 1 ซึ่งผลการประเมินระยะแรก ครูผู้สอนภาษาอังกฤษได้รับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอน โดยใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มและหลักการของ Gamification ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะยังคงมีอบรมครูกลุ่มนี้ต่อเนื่องในระยะที่ 2 และ ระยะที่ 3 ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2567 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า สพฐ. ยังได้ตั้งเป้าหมายให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาสามารถจัดการเรียนรู้ โดยใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มและหลักการของ Gamification รวมถึงจัดสอบวัดระดับ Placement Test ให้แก่นักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ในโรงเรียนคุณภาพ จำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน และสอบวัดระดับ Proficiency Test 4 ทักษะ ระดับ A1 ให้แก่นักเรียน ชั้น ป.5 และ ป.6 ในโรงเรียนคุณภาพ จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 คน พร้อมทั้งคัดเลือกต้นแบบทักษะการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ Best Practice ไม่น้อยกว่า 18 ต้นแบบ โดยใช้เขตตรวจราชการ Cluster เป็นฐาน ซึ่งผลการประเมินเบื้องต้น พบว่า มีนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ในโรงเรียนคุณภาพ จำนวน 98,193 คน ได้รับการพัฒนาและสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษตามเกณฑ์มาตรฐาน CEFR (Placement Test) ตามเกณฑ์ค่าเป้าหมายที่กำหนด ในระดับ A1 ทั้งนี้ สพฐ. จะร่วมกับ มทร.พระนคร ติดตามผลการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ของครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ในระยะที่ 2 ระหว่างเดือน ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคมนี้ อีกครั้ง 

นอกจากพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษที่เป็นคนไทยแล้ว สพฐ. ยังได้จัดสรรงบประมาณจัดจ้างครูผู้สอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เข้ามาสอนที่โรงเรียนในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กๆได้เรียนจากเจ้าของภาษาโดยตรง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 16 กรกฎาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ. หนุน 41 สพท.วิจัยถอดบทเรียน หาแนวปฏิบัติขับเคลื่อน 1 อำเภอ 1 ร.ร.คุณภาพ 

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินโครงการ “ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ” ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายทำให้โรงเรียนในโครงการฯทั้งหมด จำนวน 1,808 โรงเรียน เป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทั่วประเทศได้จริง สพฐ. จึงมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ซึ่งมีโรงเรียนคุณภาพในพื้นที่ที่มีความเป็นเลิศโดดเด่น ไปทำวิจัยเชิงพัฒนานวัตกรรมยกระดับโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย โดยถอดบทเรียนจากการดำเนินงานบริหารจัดการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีจำนวน สพท.ที่ส่งโครงร่างงานวิจัยมา ทั้งสิ้น 41 เขตพื้นที่การศึกษา และจะเร่งดำเนินการวิจัย ถอดบทเรียนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีการศึกษา 2567 นี้ เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาหาแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ มาขับเคลื่อน และไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานของโรงเรียนคุณภาพที่กำลังพัฒนายกระดับให้โดดเด่น เป็นโรงเรียน ที่มีความพร้อมในการเป็นโรงเรียนหลัก รองรับโรงเรียนเครือข่ายในการเรียนรวม ตลอดจนแบ่งปัน และใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกันอย่างมีคุณภาพต่อไป 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า โครงร่างงานวิจัยที่เขตพื้นที่เสนอมามีหลายหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น โครงร่างงานวิจัยถอดบทเรียนการดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพ รูปแบบการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุพรรณบุรี เขต 1 ที่ดำเนินการขับเคลื่อนงานด้วยรูปแบบ/เทคนิค ที่ทำให้เกิดความสำเร็จตามกระบวนการ SPB’1 Seven Steps ซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนคุณภาพและโรงเรียนเครือข่าย โดยมี 7 ขั้นตอน คือ

·      1.วิเคราะห์บริบท

·      2.กำหนดแนวทาง

·      3.สร้างทีมงานเด่น

·      4.เน้นการมีส่วนร่วม

·      5.รวมพลังติดตาม

·      6.นำผลพัฒนา และ

·      7.พาชื่นชมยินดีสร้างขวัญกำลังใจ

นอกจากนี้มีการขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning และหลักสูตรฐานสมรรถนะ มีการวางแผนบูรณาการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามจากการบริหารจัดการสถานศึกษาในภาพรวม พบว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีหลายประการที่สำคัญ ได้แก่

1.การมีส่วนร่วมและได้รับการสนับสนุนชุมชนและผู้ปกครอง

2.คุณภาพของบุคลากรทางการศึกษา ทั้งครู และผู้บริหารโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีทักษะ ความสามารถในการสอน และการบริหารจัดการที่ดี

3.โรงเรียนต้องได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอ เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม

4.การสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น งบประมาณ การฝึกอบรมครู

5.มีการประเมินและติดตามผลที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ทราบ ถึงความก้าวหน้า ประสิทธิภาพของโครงการ และทำให้สามารถปรับปรุงแก้ไขในจุดที่ยังมีปัญหาได้อย่างทันท่วงที

6.การสร้างแรงจูงใจและการยกย่องความสำเร็จให้แก่ครู นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน และ 7.มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ท้องถิ่น มีความยืดหยุ่นต่อความต้องการของนักเรียนและชุมชนจะช่วยให้การศึกษาในโรงเรียนมีความเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและสังคมมากขึ้น 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 กันยายน 2567

สรุปสาระสำคัญ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้ สพฐ.ดำเนินโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” เพื่อยกระดับการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยพัฒนาโรงเรียนต้นแบบอำเภอละอย่างน้อยหนึ่งแห่ง รวม 1,808 โรงเรียน (ระดับประถม 901 แห่ง และมัธยม 907 แห่ง) ให้มีคุณภาพครบทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร การจัดการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงเรียนแม่ข่ายเหล่านี้จะเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ของโรงเรียนเครือข่าย ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สพฐ.ประเมินความพร้อมโรงเรียน 5 ด้าน พบว่า กลุ่มสีเขียวมี 58.74% พร้อมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ขณะที่สีเหลืองและสีแดงอยู่ระหว่างพัฒนาให้ครบ 5 ด้าน พร้อมติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครบ 100% เพื่อเสริมศักยภาพด้านดิจิทัล ทั้งยังจัดอบรมครู–ผู้บริหาร การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน CEFR และวิจัยถอดบทเรียนจาก 41 เขตพื้นที่ เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ทำให้โรงเรียนคุณภาพเป็นฐานสำคัญของความเสมอภาคและคุณภาพทางการศึกษาอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของโครงการ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” คือข้อใด

ก. เพิ่มจำนวนนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่
ข. ลดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กในชนบท
ค. สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำ
ง. ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างโรงเรียนในแต่ละอำเภอ

ข้อ 2 หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการยกระดับโรงเรียนจาก “กลุ่มสีแดง” ไปสู่ “กลุ่มสีเขียว” สิ่งใดควรดำเนินการเป็นลำดับแรกมากที่สุด

ก. เพิ่มกิจกรรมแข่งขันทางวิชาการระดับนานาชาติ
ข. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบความปลอดภัยของโรงเรียน
ค. จัดศึกษาดูงานต่างประเทศให้ครูทุกคน
ง. เพิ่มจำนวนนักเรียนให้เกิน 2,000 คน

ข้อ 3 ข้อใดสะท้อนแนวคิด “โรงเรียนแม่ข่าย” ตามโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ได้ชัดเจนที่สุด

ก. โรงเรียนรับนักเรียนเฉพาะในเขตบริการของตนเอง
ข. โรงเรียนแข่งขันด้านผลสัมฤทธิ์กับโรงเรียนเครือข่าย
ค. โรงเรียนแบ่งปันทรัพยากรและนวัตกรรมให้โรงเรียนเครือข่าย
ง. โรงเรียนเน้นการจัดการศึกษาเฉพาะสายวิชาการเท่านั้น

ข้อ 4 ครูคนหนึ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ Gamification มาใช้จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนตามมาตรฐาน CEFR การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายด้านใดมากที่สุด

ก. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ข. ด้านการบริหารงบประมาณ
ค. ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน
ง. ด้านการจัดการเรียนรู้และคุณภาพผู้เรียน

ข้อ 5 จากข้อมูลในบทความ ปัจจัยใดมีความสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการโรงเรียนคุณภาพมากที่สุดในเชิงการบริหารจัดการศึกษา

ก. การมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย
ข. การจัดสอบแข่งขันทุกระดับชั้น
ค. การกำหนดระเบียบวินัยที่เข้มงวดเพียงอย่างเดียว
ง. การเพิ่มอาคารเรียนโดยไม่คำนึงถึงบริบทพื้นที่

คลิกเฉลย >>>