
1.ไม่มีการสอบมาตรฐาน
ฟินแลนด์ไม่มีการสอบมาตรฐาน โดยนักเรียนฟินแลนด์จะมีเพียงการสอบที่เรียกว่า The Matriculation Examination ซึ่งเป็นการสอบโดยสมัครใจเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การเรียนปกติของนักเรียนจึงไม่มีความเครียดและไม่เกิดความกดดันจากการสอบอย่างเช่นนักเรียนไทย
แม้ว่าการสอบจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะทราบได้ว่า นักเรียนเข้าใจวิชาที่เรียนหรือไม่ แต่สิ่งที่มักเกิดขึ้น คือ การอัดวิชาความรู้ให้กับนักเรียนมากเกินไปเพื่อให้สอบผ่าน และครูก็จะสอนเพียงเพื่อให้นักเรียนทำข้อสอบได้ การเรียนรู้จึงเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความสนใจของครูและนักเรียน ในฟินแลนด์ นักเรียนทุกคนจะได้รับผลการเรียนเป็นรายบุคคลโดยครูเป็นผู้ให้ระดับคะแนน ส่วนการติดตามความก้าวหน้าโดยรวมเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้สุ่มตรวจตามโรงเรียนต่าง ๆ
.
2.ครูเป็นที่ไว้วางใจและตรวจสอบได้
โดยทั่วไปครูมักจะเป็นคนแรกที่ถูกตำหนิเมื่อนักเรียนมีผลการประเมินต่ำ แต่สำหรับในฟินแลนด์ครูถูกตั้งมาตรฐานไว้สูงมาก การให้ระดับผลการเรียนแก่นักเรียนจึงไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับครูให้ปฏิบัติตาม Dr.Pasi Sahlberg, director of the Finnish Ministry of Education ได้กล่าวเกี่ยวกับความรับผิดชอบของครูในฟินแลนด์ว่า “ไม่มีคำว่าเป็นที่ไว้วางใจและตรวจสอบได้ในภาษาฟินแลนด์…คำว่าเป็นที่ไว้วางใจและตรวจสอบได้จะหมดไปเมื่อมีความรับผิดชอบเข้ามา”
ครูฟินแลนด์ทุกคนต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทก่อนที่จะเข้าสู่อาชีพครู การเรียนครูเป็นสิ่งที่ยากมากแต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่มีผลการเรียนดีก็อยากเป็นครู และถ้าครูทำงานได้ไม่ดีจะเป็นความรับผิดชอบของครูใหญ่ในการดำเนินการแก้ไข
.
3.มีความร่วมมือ ไม่มีการแข่งขัน
ในขณะที่อเมริกาและประเทศอื่น ๆ รวมทั้งไทยเชื่อมั่นในทฤษฎีการคัดเลือกของชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่ว่า “สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด” ซึ่งทำให้ชีวิตของเด็กไทยเต็มไปด้วยการแข่งขันเพื่อให้ถูกคัดเลือก ตั้งแต่การเข้าโรงเรียนในวัยอนุบาลยังมีการสอบคัดเลือก มีการกวดวิชาทั้ง ๆ ที่เรียนในโรงเรียนแล้ว แต่ก็ต้องกวดวิชาเพื่อให้ได้คะแนนสูงกว่าคนอื่น ในขณะที่ฟินแลนด์นั้นมีมุมมองที่ต่างออกไป โดย Dr.Pasi Sahlberg ได้ใช้นโยบายจากคำพูดของนักเขียนชื่อ Samuli Parone ว่า “ผู้ชนะที่แท้จริงจะไม่แข่งขันกับใคร” เจตคตินี้ทำให้การศึกษาของฟินแลนด์อยู่หัวแถวในระดับนานาชาติ เพราะระบบการศึกษาของฟินแลนด์ไม่ใส่ใจเรื่องของการให้รางวัล ไม่มีรายชื่อโรงเรียนหรือครูดีเด่น ไม่มีบรรยากาศหรือสิ่งแวดล้อมของการแข่งขัน แต่เป็นการทำงานด้วยความร่วมมือกัน
.
4.คุณภาพชีวิตในระดับพื้นฐานต้องมาเป็นอันดับแรก
ระบบโรงเรียนส่วนมากมีความกังวลอย่างมากกับคะแนนสอบและความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของนักเรียนจนลืมนึกถึงความสุข ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สุขภาพของนักเรียน และสิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้ เมื่อหลายปีก่อน ฟินแลนด์เองก็เคยเป็นเช่นนั้นจนกระทั่งได้มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง จุดเน้นการศึกษาของฟินแลนด์คือการกลับไปสู่ความต้องการพื้นฐานที่นักเรียนควรได้รับไม่ใช่การทำให้นักเรียนมีคะแนนเป็นเลิศ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่ทำให้โรงเรียนเป็นที่ที่มีความเท่าเทียมกันมากที่สุด
.
5.เริ่มเข้าโรงเรียนเมื่ออายุเหมาะสม
ในขณะที่หลายประเทศเร่งรัดให้เด็กเข้าโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย บางประเทศเร่งจัดการศึกษาฟรีตั้งแต่ก่อนวัยเรียน แต่ฟินแลนด์ให้เด็กเริ่มเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ 7 ขวบ การเข้าโรงเรียนเมื่ออายุมากขึ้นเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างอิสระเพราะช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่กำลังพัฒนาไม่ควรผูกมัดกับการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งเป็นเพียงวิธีที่จะให้เด็กเป็นเด็ก การให้เด็กเข้าโรงเรียนตั้งยังเล็กถือว่าเป็นการกักขังเด็กจากโลกเสรีของเด็ก
.
6.บรรยากาศผ่อนคลาย นักเรียนฟินแลนด์ไม่เครียด
ห้องเรียนในฟินแลนด์มีขนาดเล็ก นักเรียนใช้เวลาเรียนไม่นานในแต่ละวัน นักเรียนไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าและรีบไปโรงเรียนเพราะเริ่มเข้าเรียนเวลา 9.00 – 9.45 น. และเลิกเรียนเวลา 14.00 – 14.45 น. ซึ่งงานวิจัยหนึ่งให้ข้อมูลว่า การเริ่มเรียนในเวลาเช้ามาก ๆ ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพและวุฒิภาวะของเด็ก นักเรียนฟินแลนด์มีช่วงพักระหว่างชั่วโมงเรียนเพื่อผ่อนคลายประมาณช่วงละ 15 – 20 นาที จึงมีเวลาเล่นมากกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน นอกจากนั้น ยังมีการบ้านน้อยซึ่งใช้เวลาทำประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น การมีชีวิตที่สมดุลระหว่างโรงเรียนกับนอกโรงเรียนทำให้นักเรียนไม่มีความเครียด

ที่มา ; FB eduzones
บทความ นำเสนอ แนวคิด การจัด การศึกษา ของ ฟินแลนด์ ที่ มุ่ง เน้น ความ เท่าเทียม และ คุณภาพ ชีวิต มากกว่า การ แข่งขัน และ คะแนน สอบ ระบบ ไม่มี การสอบ มาตรฐาน นักเรียน สอบ เฉพาะ สมัครใจ เมื่อ จบ มัธยม ปลาย ลด ความ กดดัน และ ลด การ สอน เพื่อ สอบ ครู ฟินแลนด์ ต้อง มี วุฒิ ปริญญา โท และ ได้ รับ ความ ไว้ วางใจ สูง พร้อม ความ รับผิดชอบ ตรวจสอบ ได้ โดย ผู้ บริหาร โรงเรียน ระบบ ส่งเสริม ความ ร่วมมือ มากกว่า การ แข่งขัน ไม่มี การ จัด อันดับ โรงเรียน หรือ ครู ดี เด่น เน้น คุณภาพ ชีวิต นักเรียน เป็น หลัก ให้ ความ สำคัญ กับ ความ สุข สุขภาพ และ สิ่งแวดล้อม การ เรียนรู้ มากกว่า คะแนน สอบ เด็ก เริ่ม เข้า โรงเรียน เมื่อ อายุ เจ็ด ปี เวลา เรียน ยืดหยุ่น เริ่ม สาย เลิก เร็ว มี การ บ้าน น้อย และ พัก ผ่อน มาก ทำ ให้ นักเรียน มี ความ เครียด ต่ำ มี เวลา เล่น และ เรียน อย่าง สมดุล ส่ง ผล ต่อ ผล สัมฤทธิ์ และ การ พัฒนา ระยะ ยาว ของ ผู้ เรียน อย่าง มี ประสิทธิภาพ แนวทาง ดัง กล่าว สะท้อน การ ปฏิรูป การศึกษา ที่ เน้น ความ เท่าเทียม การ ลด ความ เหลื่อมล้ำ และ การ สร้าง ระบบ ที่ ยั่งยืน เหมาะ กับ การ พัฒนา ประเทศ ใน ระยะ ยาว สามารถ นำ ไป ประยุกต์ ใช้ ใน ระบบ การศึกษา อื่น ๆ ได้ อย่าง มี ประสิทธิผล และ ยั่งยืน จริง
จุดเด่นสำคัญของระบบการศึกษาฟินแลนด์คือข้อใด
A) ไม่มีการสอบมาตรฐานในระดับการศึกษาภาคบังคับ
B) เน้นการแข่งขันเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศ
C) ใช้คะแนนสอบเป็นตัวชี้วัดหลัก
D) มีการสอบเข้มข้นทุกระดับชั้น
เฉลย: A
เหตุผล: ฟินแลนด์ไม่มีการสอบมาตรฐาน ยกเว้นการสอบสมัครใจหลังมัธยมปลาย เพื่อลดความกดดันและเน้นการเรียนรู้จริง
คุณสมบัติสำคัญของครูฟินแลนด์คือข้อใด
A) จบปริญญาตรีและผ่านการสอบใบอนุญาต
B) ต้องมีวุฒิปริญญาโทและได้รับความไว้วางใจสูง
C) ต้องมีประสบการณ์สอนอย่างน้อย 10 ปี
D) ผ่านการสอบแข่งขันระดับชาติ
เฉลย: B
เหตุผล: ครูฟินแลนด์ต้องมีวุฒิระดับปริญญาโท และเป็นวิชาชีพที่ได้รับความไว้วางใจสูง
แนวคิดหลักด้านความสัมพันธ์ในโรงเรียนฟินแลนด์คือข้อใด
A) แข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้เก่งที่สุด
B) ใช้การจัดอันดับโรงเรียน
C) ส่งเสริมความร่วมมือมากกว่าการแข่งขัน
D) เน้นการสอบวัดผลระหว่างโรงเรียน
เฉลย: C
เหตุผล: ฟินแลนด์เน้นความร่วมมือ ไม่จัดอันดับโรงเรียนหรือครู
สิ่งที่ฟินแลนด์ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือข้อใด
A) คะแนนสอบระดับชาติ
B) การแข่งขันทางวิชาการ
C) ผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์เท่านั้น
D) คุณภาพชีวิตและความสุขของนักเรียน
เฉลย: D
เหตุผล: ฟินแลนด์เน้นคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความสุขของผู้เรียน
นักเรียนฟินแลนด์เริ่มเข้าเรียนเมื่ออายุเท่าใด
A) 7 ปี
B) 5 ปี
C) 6 ปี
D) 8 ปี
เฉลย: A
เหตุผล: ฟินแลนด์เริ่มเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ 7 ปี เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย
ลักษณะเวลาเรียนของนักเรียนฟินแลนด์เป็นอย่างไร
A) เริ่มเช้า 7.00 น.
B) เริ่มสายและเลิกเร็ว
C) เรียนเต็มวันถึงเย็น
D) เรียนวันละ 8 ชั่วโมงต่อเนื่อง
เฉลย: B
เหตุผล: เริ่มเรียนประมาณ 9.00–9.45 น. และเลิกเร็วเพื่อสมดุลชีวิต
การบ้านของนักเรียนฟินแลนด์มีลักษณะอย่างไร
A) ไม่มีการบ้านเลย
B) การบ้านจำนวนมาก
C) การบ้านน้อย ใช้เวลาไม่นาน
D) การบ้านเน้นท่องจำ
เฉลย: C
เหตุผล: ฟินแลนด์ให้การบ้านน้อย เพื่อไม่ให้เด็กเครียดและมีเวลาพักผ่อน
การประเมินผลนักเรียนในฟินแลนด์ดำเนินการโดยใคร
A) สอบมาตรฐานระดับชาติ
B) บริษัทเอกชน
C) นักเรียนประเมินตนเอง
D) ครูประเมินรายบุคคล
เฉลย: D
เหตุผล: ครูเป็นผู้ให้คะแนนรายบุคคล ส่วนกระทรวงสุ่มตรวจคุณภาพ
ข้อใดสะท้อนแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาฟินแลนด์
A) เน้นลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
B) เน้นการแข่งขันระดับประเทศ
C) เพิ่มการสอบมาตรฐานทุกระดับ
D) จัดอันดับโรงเรียน
เฉลย: A
เหตุผล: ฟินแลนด์มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียม
ผลลัพธ์สำคัญของระบบการศึกษาฟินแลนด์คือข้อใด
A) นักเรียนมีความเครียดสูงขึ้น
B) ผลสัมฤทธิ์ลดลง
C) นักเรียนแข่งขันกันมากขึ้น
D) นักเรียนมีสมดุลชีวิตและพัฒนาการระยะยาวดี
เฉลย: D
เหตุผล: ระบบช่วยให้เด็กมีสมดุลชีวิต ลดความเครียด และพัฒนาระยะยาวอย่างมีคุณภาพ