สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M138_รมว.ศึกษาธิการ ถกภาคเอกชนเคลื่อนโรงเรียนร่วมพัฒนา ปี 2565

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School Project ร่วมกับผู้แทนของภาคเอชน ซึ่งที่ประชุมได้ชี้แจงถึงแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและต่อยอดการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จะขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ รวมถึงรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานในโครงการนี้ที่ขับเคลื่อนมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะทการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาวของภาคเอกชนแต่ละแห่ง โดยศธ.ยืนยันที่สานต่อโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางแผนความร่วมมือในปีการศึกษา 2565 โดยอาจจะมีการขยายโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้ และเพิ่มบทบาทความร่วมมือกับอาชีวศึกษาให้มากขึ้น เพราะตนมองว่าภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยสนับสนุนสามารถช่วยผู้เรียนอาชีวศึกษาในเรื่องของการฝึกภาคปฎิบัติได้ 

ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าวมีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่1 จำนวน 50 แห่ง รุ่นที่2 จำนวน 84 แห่ง และรุ่นที่3 จำนวน 61 แห่ง รวม 195 แห่ง  ซึ่งที่ประชุมต้องการให้ภาคเอชนเข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดศึกษาให้มากขึ้น โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างสพฐ.และภาคเอชนขึ้น เพื่อให้ภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยจัดการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา ออกหลักเกณฑ์การบริหารร่วมกับโรงเรียน การจัดทำหลักสูตร การบริหารงบประมาณ ซึ่งมีตัวอย่างความร่วมมือของภาคเอกชน เช่น บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับโรงเรียนได้ออกแบบหลักสูตรให้ผู้เรียนสามารถค้าขายมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นต้น ซึ่งการบริหารจัดการจะเป็นไปตามบริบทของสภาพพื้นที่โรงเรียนแต่ละแห่ง 

ที่มา ; เดลินิวส์

สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) โดยเน้นความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทประเทศและความต้องการของผู้เรียน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ศธ.รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมยืนยันการสานต่อโครงการในปีการศึกษา 2565 รวมถึงมีแนวโน้มขยายจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วม และเพิ่มบทบาทความร่วมมือกับสายอาชีวศึกษา โดยเฉพาะด้านการฝึกภาคปฏิบัติ ซึ่งภาคเอกชนสามารถสนับสนุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โครงการดังกล่าวมีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เข้าร่วมแล้วรวม 195 แห่ง จาก 3 รุ่น และมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง สพฐ. กับภาคเอกชน เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่คณะกรรมการสถานศึกษา การกำหนดหลักเกณฑ์บริหาร การจัดทำหลักสูตร ไปจนถึงการบริหารงบประมาณ ความร่วมมือจะดำเนินไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมีตัวอย่างภาคเอกชนที่ร่วมออกแบบหลักสูตรเชิงอาชีพและธุรกิจ เพื่อเสริมทักษะชีวิตและการประกอบอาชีพให้ผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสอบ

ข้อ 1

สาระสำคัญที่สุดของโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาตามบทความคือข้อใด
ก. การโอนอำนาจการบริหารโรงเรียนให้ภาคเอกชน
ข. การใช้ทรัพยากรภาคเอกชนร่วมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามบริบทพื้นที่
ค. การลดภาระงบประมาณของรัฐด้านการศึกษา
ง. การจัดการศึกษาเฉพาะสายอาชีวศึกษา

 

ข้อ 2

หากผู้บริหารสถานศึกษาจะเข้าร่วมโครงการนี้ การตัดสินใจใดสอดคล้องกับเจตนารมณ์โครงการมากที่สุด
ก. เปิดโอกาสให้เอกชนสนับสนุนงบประมาณเพียงอย่างเดียว
ข. ให้เอกชนเข้าร่วมกำหนดหลักสูตรและแนวทางบริหารร่วมกับโรงเรียน
ค. มอบการจัดการเรียนการสอนทั้งหมดให้เอกชนดำเนินการ
ง. ใช้หลักสูตรกลางโดยไม่ปรับตามบริบทพื้นที่

 

ข้อ 3

เหตุผลสำคัญที่ ศธ. ต้องการเพิ่มบทบาทความร่วมมือกับอาชีวศึกษา คือข้อใด
ก. เพื่อลดจำนวนนักเรียนในระบบสามัญ
ข. เพื่อเพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. เพื่อเสริมทักษะภาคปฏิบัติและประสบการณ์จริงแก่ผู้เรียน
ง. เพื่อถ่ายโอนภารกิจให้สถานประกอบการ

 

ข้อ 4

การตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง สพฐ. กับภาคเอกชน สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การบริหารตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ค. การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participatory Governance)
ง. การบริหารเชิงสั่งการ

 

ข้อ 5

จากบทความ บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในโครงการนี้ควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้ปฏิบัติตามนโยบายโดยไม่ปรับเปลี่ยน
ข. ผู้ประสานความร่วมมือและปรับใช้ตามบริบทโรงเรียน
ค. ผู้ควบคุมไม่ให้เอกชนมีอิทธิพลต่อโรงเรียน
ง. ผู้มอบหมายงานให้คณะกรรมการสถานศึกษาทั้งหมด
 

 

สถานการณ์ (ตอบข้อ 6-10)

โรงเรียนมัธยมขนาดกลางแห่งหนึ่งในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) โดยมีบริษัทเอกชนด้านอุตสาหกรรมอาหารและการตลาดเข้ามาเป็นภาคีร่วม โรงเรียนมีนักเรียนหลากหลายฐานะ ผู้ปกครองบางส่วนคาดหวังให้โรงเรียนยังคงเน้นวิชาการเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ขณะที่ภาคเอกชนเสนอให้ปรับหลักสูตรบางรายวิชาเป็นเชิงธุรกิจและทักษะอาชีพ พร้อมสนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์ และวิทยากร

อย่างไรก็ตาม ครูบางส่วนกังวลเรื่อง อิทธิพลของภาคเอกชนต่อหลักสูตร ความเป็นอิสระทางวิชาการ และความโปร่งใสด้านงบประมาณ ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องการเห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของโครงการภายในระยะเวลาอันจำกัด

ในฐานะ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ท่านต้องกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบาย ศธ. ความต้องการของผู้เรียน และหลักธรรมาภิบาล

 

ข้อ 6

การตัดสินใจใดของผู้อำนวยการ “สอดคล้องกับเจตนารมณ์โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา และลดความเสี่ยงเชิงนโยบายมากที่สุด”

ก. รับข้อเสนอภาคเอกชนทั้งหมดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์รวดเร็ว
ข. ชะลอโครงการไว้ก่อนจนกว่าทุกฝ่ายจะเห็นพ้อง 100%
ค. ตั้งคณะกรรมการร่วมที่มีครู ผู้ปกครอง เอกชน และเขตพื้นที่ กำกับหลักสูตรและงบประมาณ
ง. แยกกิจกรรมของเอกชนออกจากหลักสูตรหลักโดยสิ้นเชิง

 

ข้อ 7

หากเกิดข้อร้องเรียนว่า “หลักสูตรเริ่มเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเอกชนมากเกินไป” การดำเนินการใดของผู้บริหารเหมาะสมที่สุดในเชิงธรรมาภิบาล

ก. ยุติความร่วมมือทันทีเพื่อลดแรงกดดัน
ข. ปรับภาพลักษณ์โครงการโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้าง
ค. ตรวจสอบหลักสูตรโดยอิงมาตรฐาน สพฐ. และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
ง. โอนอำนาจการตัดสินใจให้สำนักงานเขตพื้นที่ทั้งหมด

 

ข้อ 8

จากสถานการณ์ หากต้องประเมิน “ความคุ้มค่าทางการบริหาร (Value for Governance)” ตัวชี้วัดใดสำคัญที่สุด

ก. มูลค่างบประมาณที่เอกชนสนับสนุน
ข. จำนวนกิจกรรมที่จัดร่วมกับเอกชน
ค. สมรรถนะผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนและวัดได้
ง. ความพึงพอใจของภาคเอกชนต่อโครงการ

 

ข้อ 9

การที่สำนักงานเขตพื้นที่ต้องการ “เห็นผลลัพธ์ในระยะสั้น” ผู้บริหารควรใช้กลยุทธ์ใดเพื่อไม่บิดเบือนเป้าหมายระยะยาว

ก. เร่งจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นผลงานเร็ว
ข. เลือกกลุ่มนักเรียนเก่งเป็นกลุ่มนำร่อง
ค. กำหนดตัวชี้วัดระยะสั้นที่สอดคล้องกับเป้าหมายสมรรถนะระยะยาว
ง. ลดความเข้มข้นของการประเมินผล

 

ข้อ 10

หากครูบางส่วนต่อต้านโครงการเนื่องจากกังวลเรื่องบทบาทวิชาชีพ ผู้อำนวยการควรดำเนินการอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด

ก. ใช้อำนาจผู้บริหารสั่งการให้ปฏิบัติตาม
ข. มอบหมายเฉพาะครูที่เห็นด้วยเข้าร่วมโครงการ
ค. สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วม ให้ครูมีส่วนออกแบบและประเมินโครงการ
ง. ขอให้ภาคเอกชนสื่อสารกับครูโดยตรง

 

สถานการณ์ (ตอบข้อ11–15)

โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางแห่งหนึ่งได้รับคัดเลือกเข้าร่วม โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) โดยมีบริษัทเอกชนด้านอุตสาหกรรมอาหารและการตลาดเป็นภาคีสนับสนุน โรงเรียนมีบริบทนักเรียนหลากหลาย ทั้งกลุ่มที่มุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบ

ภาคเอกชนเสนอสนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์ และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมขอมีส่วนร่วมในการออกแบบรายวิชาเชิงธุรกิจและอาชีพ ขณะที่ครูบางส่วนกังวลเรื่องอิทธิพลเอกชนต่อหลักสูตร ความโปร่งใสด้านงบประมาณ และศักดิ์ศรีวิชาชีพครู สำนักงานเขตพื้นที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ภายใน 1 ปีการศึกษา

ผู้อำนวยการต้องกำหนดทิศทางการบริหารให้ สอดคล้องนโยบาย ศธ. หลักสูตรแกนกลาง/ฐานสมรรถนะ ธรรมาภิบาล และบริบทชุมชน

 

ข้อ 11

การตัดสินใจเชิงนโยบายใด “ลดความเสี่ยงเชิงระบบ” ได้มากที่สุด

ก. รับข้อเสนอภาคเอกชนทั้งหมดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เร็ว
ข. แยกโครงการออกจากระบบหลักสูตรโดยสิ้นเชิง
ค. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมกำกับหลักสูตร งบประมาณ และการประเมินผล
ง. ชะลอโครงการจนกว่านโยบายระดับชาติจะชัดเจนกว่านี้

 

ข้อ 12

หากเกิดแรงต้านจากครูในประเด็น “ความเป็นอิสระทางวิชาการ” ผู้บริหารควรใช้หลักการใดเป็นแกนหลัก

ก. การบังคับบัญชาตามสายงาน
ข. การบริหารการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม
ค. การถ่ายโอนอำนาจให้ภาคเอกชน
ง. การบริหารตามผลลัพธ์ระยะสั้น

 

ข้อ 13

ตัวชี้วัดใดสะท้อนความสำเร็จโครงการในมิติผู้บริหารสถานศึกษามากที่สุด

ก. จำนวนเงินสนับสนุนจากเอกชน
ข. จำนวนกิจกรรมที่จัดร่วมกับภาคเอกชน
ค. สมรรถนะผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงอย่างวัดได้และยั่งยืน
ง. ความพึงพอใจของภาคีเครือข่าย

 

ข้อ 14

หากเขตพื้นที่เร่งรัดผลลัพธ์ ผู้บริหารควรดำเนินการอย่างไรจึงไม่บิดเบือนเป้าหมายระยะยาว

ก. จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นผลงานเร็ว
ข. เลือกเฉพาะนักเรียนกลุ่มเก่งเข้าร่วม
ค. กำหนดตัวชี้วัดระยะสั้นที่สอดคล้องกับสมรรถนะระยะยาว
ง. ลดความเข้มข้นของการประเมิน

 

ข้อ 15

การให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม “ทุกขั้นตอน” ควรถูกจำกัดด้วยกลไกใด

ก. อำนาจผู้อำนวยการ
ข. ข้อตกลง (MOU) ที่อิงกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐาน สพฐ.
ค. ความสมัครใจของครู
ง. ความต้องการของตลาดแรงงาน
 

คลิกเฉลย >>> 

ความเห็นของผู้ชม