สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ครูโคราชวอนทุเลาคำสั่งเป็นปลดออกกรณีทุจริตฟุตซอล

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1 นายปฐมฤกษ์ มณีเนตร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1 ประธานชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครูจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายมานะ อุนารัตน์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาพบ ดร.กิตติพงศ์ โด่งพิมาย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1 นครราชสีมา เพื่อรับทราบคำสั่งไล่ออกจากราชการ ตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค.64 ไล่ออกครู ผู้อำนวยการ และผู้บริหาร สถานศึกษา ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จำนวน 65 คน 

โดยในจำนวนนี้มีครู 15 คน ที่ยังไม่เกษียณอายุราชการรวมอยู่ด้วย ภายหลังจากถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดคดีร่วมกันทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน เมื่อปี 2555 แม้คดีจะยังไม่สิ้นสุด แต่ครูต้องรับโทษทางวินัย ตามกฎหมาย หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว

โดยนายปฐมฤกษ์ มณีเนตร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1 ประธานชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครูจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ภายหลังจากที่ กพฐ.ได้มีคำสั่งไล่ออก ครู ผู้อำนวยการ และผู้บริหารโรงเรียนทั้งหมด 65 คน จาก 50 โรงเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน ทำให้ตอนนี้พวกตนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เหมือนเป็นการประหารชีวิต เพราะการถูกไล่ออกจากราชการนั้นทั้งเงินบำนาญ และสวัสดิการต่างๆ ไม่เหลืออะไรเลย และเมื่อคืนได้ยินข่าวว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ได้มีคำสั่งฟ้องพวกตน ก็ยิ่งทำให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกกล่าวหา รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก กินไม่ได้ ตอนไม่หลับเลย ซึ่งตนเองอยากจะชี้แจงว่าครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกกล่าวหาทั้ง 65 คนนี้ ไม่เคยมีเจตนาทุจริตแม้แต่น้อย เพราะทุกคนไม่เคยได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ เลย 

ทั้งนี้ตนอยากจะเล่าความเป็นมาของเรื่องนี้ว่า เดิมทีโรงเรียนก็มีความต้องการพัฒนาสนามกีฬา โดยเฉพาะสนามฟุตซอล เนื่องจากปี 2555 ที่ จ.นครราชสีมา จะมีการแข่งขันฟุตซอลโลกด้วย เมื่อมีหนังสือจากนักการเมือง เสนอให้สนามฟุตซอลมา ทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ก็ทำเรื่องเสนอไปที่ สพฐ. และทาง สพฐ.ก็ให้โรงเรียนเสนอชื่อโรงเรียนมาให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ พิจารณา ซึ่งมีทั้งโรงเรียนที่ขอไป และไม่ได้ขอไป แต่เขาเสนอว่าให้โรงเรียนที่ขาดแคลนดังกล่าว บางสำนักงานเขตพื้นที่ก็มีเรียกประชุม บางเขตก็ไม่ได้เรียกประชุม แต่ให้โรงเรียนดำเนินการไปได้เลย เมื่อถึงเวลาประมูลด้วยระบบอีอ๊อกชั่นระบบใหม่ ซึ่งตามรูปแบบงบประมาณที่ได้มาไม่มี หลายโรงเรียนก็ทำไม่เป็น 

ต่อมาก็มีกลุ่มผู้รับเหมาซึ่งอ้างตัวว่ามาจากส่วนกลาง นำหนังสือและซีดีคู่มือดำเนินการมาให้ทางโรงเรียน เพื่อทำตามขั้นตอน โดยในหนังสือแบบฟอร์มยังมีชื่อเจ้าหน้าที่พัสดุจากส่วนกลางที่คุ้นเคยด้วย ทำให้ครู และผู้บริหารโรงเรียนหลงเชื่อดำเนินการซีดีเหล่านั้น เมื่อดำเนินการตามนั้นแล้วโรงเรียนต่างๆ ก็เสนอเรื่องมาที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ที่โรงเรียนเหล่านั้นสังกัดอยู่ เมื่อตรวจสอบทุกอย่างถูกต้องแล้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ก็อนุมัติงบประมาณไปตามขั้นตอน หลังจากนั้นทางโรงเรียนก็ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยระบบอีอ๊อกชั่น ซึ่งไม่ปรากฏชื่อว่ามีใครมาประมูลบ้างเพราะเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ โรงเรียนจึงได้ผู้รับจ้างมาตามระเบียบของราชการทุกประการ เมื่อได้ผู้รับเหมาแล้วโรงเรียนก็ได้ดำเนินการก่อสร้างทันที โดยมีการแต่งตั้งครูในโรงเรียนเป็นคณะกรรมการตามระเบียบพัสดุ พ.ศ.2535 เมื่อสร้างเสร็จโรงเรียนก็เสนอมาที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ก็ทำการตรวจสอบและอนุมัติเบิกเงินให้ตามขั้นตอน 

หลังจากนั้นไม่นาน ทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ก็ได้รับการร้องเรียนว่าสนามฟุตซอลไม่ได้มาตรฐาน มีการชำรุดใช้การไม่ได้เป็นจำนวนมาก จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติ ซึ่งครูที่เป็นคณะกรรมการพัสดุไม่รู้หรอกว่าคุณภาพของวัสดุ ขนาด ราคากลาง และรายละเอียดทางเทคนิคช่างเป็นอย่างไร ด้วยหลงเชื่อว่าเป็นมาตรฐานจากส่วนกลางก็ทำตามนั้น เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วจึงรู้ว่าเอกสารที่ผู้แอบอ้างว่ามาจากส่วนกลางเสนอมานั้น เป็นเอกสารทำปลอมขึ้นมา เพราะมีร่องรอยการขีดลบผิดสังเกตหลายแห่ง ทางสำนักงานเขตพื้นที่ฯ จึงได้ทำหนังสือแจ้งไปที่ สพฐ. ซึ่งทาง สพฐ.ก็แจ้งกลับมาที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เพื่อบอกให้ทางโรงเรียนไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างเหล่านั้น ซึ่งช่วงนี้ก็อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายอยู่ 

ดังนั้นจึงขอให้ตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นไปได้อย่างไรที่ครู และผู้บริหารโรงเรียน ทั้ง 56 โรงเรียน รวมทั้ง 7 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ จะรวมหัวกันทุจริตเป็นขบวนการใหญ่พร้อมกันขนาดนี้ อยากให้ย้อนไปดูประวัติของผู้ที่ถูกกล่าวหาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือครูผู้สอน คนเหล่านี้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย มีแต่ทำความดีความชอบให้กับโรงเรียนมาโดยตลอด แต่พอมาถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงด้วยการไล่ออกจากราชการเช่นนี้ เหมือนกับถูกลงโทษประหารชีวิต เพราะตลอดช่วงชีวิตรับราชการครูมาตลอด ไม่ได้ประกอบอาชีพอื่น จึงไม่มีอะไรเหลืออีกเลย ตอนนี้หลายคนก็พยายามทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง ขอให้ยังคงจ่ายเงินบำนาญต่อไปก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด ครูบางคนก็ทำหนังสือไปถึง สพฐ.ให้ช่วยทุเลาคำสั่ง จากการไล่ออก ให้ลดลงเป็นปลดออก เพื่ออย่างน้อยก็ยังได้รับเงินบำนาญ โดยเฉพาะครูที่เกษียณอายุราชการเกิน 3 ปีไปแล้ว ซึ่งเคยมีกฤษฎีกา อบจ.จังหวัดสงขลา ถ้าเกษียณอายุเกิน 3 ปีแล้ว ผู้บังคับบัญชาไม่สามารถออกคำสั่งได้ ขณะที่ส่วนใหญ่ก็ดำเนินการยื่นอุทธรคำสั่งไปยัง กพฐ.ขอให้ทุเลาคำสั่งจากไล่ออก เป็นปลดออกก็ยังดี ซึ่งตนก็ขอความเมตตาจาก กพฐ.ด้วย กรุณาสงสารพวกตนด้วย เพราะพวกเราไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด นายปฐมฤกษ์ฯ กล่าว 

; มติชนออนไลน์ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 

เกี่ยวข้องกัน

จำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา 'วิรัช รัตนเศรษฐ' คดีทุจริตฟุตซอล

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.orgรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2568 องค์คณะผู้พิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.17/2564 ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตประธานวิปรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับพวก รวม 87 คน จากกรณีทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ.2555 จัดสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 18 จังหวัด มูลค่า 4,459 ล้านบาท รวมทั้งโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 จ.นครราชสีมาด้วย

เบื้องต้น ศาลฯ มีคำพิพากษาว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ลงโทษจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา แต่ยังสามารถอุทธรณ์กับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้

สำหรับหรับคดีนี้ ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง นายวิรัช และพวก ฐานร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, 11, 12, 13, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162, 264, 265, 268, 83, 86, 91 เมื่อวันที่ 2 พฤษจิกายน 2564 ส่งผลให้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา (ภรรยา นายวิรัช)และ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา (น้องสาวนางทัศนียา) ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล

 

รายชื่อจำเลยแบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้  

@กลุ่มนักการเมือง 6 ราย

นายวิรัช รัตนเศรษฐ และนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมาธิการ มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายจะกระทำมิได้ จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 168 มีมูลความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 7 มาตรา 13 และมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา

นายสัมฤทธิ์ ปลั่งกลาง มีมูลความผิดอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ระกอบมาตรา 86 นอกจากนี้ยังมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 7 และมาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา

นางสาวกุลธิดา วีรตานนท์ และนายประภัสร์ ลิมานันท์ มีมูลความผิดอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 นอกจากการกระทำของนายประภัสร์ ลิมานันท์ ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 84 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสองด้วย

ส่วนนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ (น้องสาวนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภริยานายวิรัช รัตนเศรษฐ) มีมูลความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา

 

@ กลุ่มข้าราชการ จำนวน 9 ราย

นายชินภัทร ภูมิรัตน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและนายรังสรรค์ มณีเล็ก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สพฐ. มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ตามมาตรา 4 มาตรา 7 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 84 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง และนายชินภัทร ภูมิรัตน มีมูลความผิดทางอาญาตาม มาตรา 151 ประมวลกฎหมายอาญาอีกประการหนึ่งด้วย

นายประยงค์ ตั้งเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนการงบประมาณ สำนักนโยบายและแผนงบประมาณ สำนักงบประมาณ ในฐานะกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการพิจารณาการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (2) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1)

นายนิเวศน์ อุดมรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมาเขต 2 มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 84 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

นายวิโรจน์ เลิศพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพระพุทธ นายอนันต์ สุวรรณะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตูมราษฎร์บูรณะ นายทองอินทร์ ไปเจอะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองพลอง นางสาวพูนพิสมัย เปี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวทำนบ และนางสาวอ้อย สงึมรัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองนา มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 4 มาตรา 7 มาตารา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 84 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

 

@ กลุ่มเอกชน จำนวน 9 ราย

นางสาวเบญจพันธ์ บุญบงการ และบริษัท สปอร์ต แอนด์ เกม จำกัด มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 มาตรา 7 และมาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

นายยี พณิชยา นายมานัส ชาวนา ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มเอไอ เอ็นเตอร์ไพร์ส และบริษัท วอเตอร์ ฮีล แลนด์ จำกัด มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2564 มาตรา 4 มาตรา 7 และมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

นางสาวฐิติรัตน์ ทันหาบุรุษ และนางสาวรัตนา มงคลสกุล มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157ประกอบมาตรา 86 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 นอกจากนี้นางสาวฐิติรัตน์ ทันหาบุรุษ ยังมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 7 และมาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 อีกด้วย

นายวิธิวัสส์ ภูชัสส์วุฒิกุล มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ขณะที่พฤติการณ์ของนายวิรัช กับพวกที่ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว ตามการแถลงและสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ปรากฏข้อเท็จจริงสรุปได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการระดับสูง และกลุ่มเอกชน มีพฤติการณ์ร่วมกันทุจริตเชิงนโยบาย และเป็นตัวการร่วมกันในลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ ตามบทบาทตามหน้าที่และอำนาจที่แต่ละคนมี และเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการกระทำความผิด โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชนร่วมดำเนินการอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ โดยทุจริต ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบประมาณปี พ.ศ. 2555 (งบแปรญัตติ) ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอื่น รวมจำนวน 18 จังหวัด วงเงินประมาณ 4,459,420,000 บาท ใน 2 โครงการหลัก หนึ่งในนั้นคือ โครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอล รวมถึงมีการวางแผนในการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอีกหลายประการ เพื่อให้กลุ่มเอกชนที่เป็นพรรคพวกของตนเองได้เข้าเป็นคู่สัญญา และการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตซอลไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงตรงตามวัตถุประสงค์

ในช่วงที่มีการจัดทำงบประมาณปีงบประมาณ 2555 นายวิรัช รัตนเศรษฐ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในขณะนั้น และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยแถลงขณะนั้น (ปัจจุบันเป็น ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ) ซึ่งเป็นน้องสาวนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ได้สั่งการให้พวกของตน เข้าไปประสานกับผู้อำนวยการโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 เพื่อจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลให้ โดยเข้าไปครอบงำ บงการการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินดังกล่าวโดยปราศจากอำนาจตามกฎหมาย อันเป็นการต้องห้ามตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 168 ซึ่งบัญญัติว่า “...ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือของคณะกรรมาธิการ การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้...” 

 

@อีก 60 ราย ถูกชี้มูลด้วย-ระดับ ผอ.สำงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ-ผอ.ร.ร.

ส่วนอีก 6 สำนวนที่เหลือ มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายซ้ำกับการชี้มูลของ ป.ป.ช. ในสำนวนแรก โดยส่วนใหญ่เป็นระดับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และระดับผู้อำนวยการโรงเรียน รวม 60 ราย  

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตฟุตซอล วันนี้ สั่งลงโทษจำคุก 4 ปี  วิรัช รัตนเศรษฐ สส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ไม่รอลงอาญา  

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม 2568

ความเห็นของผู้ชม