สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M151_ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อหารือถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่ยังไม่มีการพิจารณาลงลึกในเป็นรายมาตรา ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) พร้อมจะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาหารือ เพื่อปรับแก้รายละเอียดให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน โดยจะหารือลงรายมาตราอีกครั้งวันที่ 2 ธันวาคม 

ส่วนตัวได้ฝากการบ้านให้ กมธ.ไปดูรายละเอียดภาพรวมทั้ง 31 มาตรา และนำกลับมาให้ข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมวันที่ 2 ธันวาคม ทราบว่ามี กมธ.บางรายลงพื้นที่เก็บข้อมูล รวมถึง สอบถามความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับรายละเอียดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยยังไม่ตั้งกรอบเวลาว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเมื่อใด ขอรอดูผลการหารือในแต่ละรอบก่อน” นางกนกวรรณ กล่าว 

นางกนกวรรณกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยการจัดการศึกษา และฝากให้จัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ให้ดี และเพื่อให้การนำไปใช้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการศึกษา เกิดประโยชน์กับนักเรียน และประชาชนสูงสุด

ส่วนตัวในฐานะที่ดูแล กศน.ซึ่งจัดการศึกษานอกระบบ จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ไปไกลมากที่สุด ส่วนจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 และ 3 หรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้ แต่ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นกฎหมายสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาในอนาคต 

สรุปสาระสำคัญ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณากฎหมายดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ยังไม่มีการพิจารณาเชิงลึกรายมาตรา โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) พร้อมนำข้อคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาปรับปรุงเนื้อหากฎหมายให้มีความสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

คณะกรรมาธิการได้รับมอบหมายให้พิจารณาภาพรวมทั้ง 31 มาตรา พร้อมลงพื้นที่เก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่กำหนดกรอบเวลาการดำเนินงาน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการจัดทำกฎหมายด้านการศึกษา ทั้งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและประชาชน 

ในฐานะผู้กำกับดูแล กศน. รัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ก้าวหน้าอย่างเต็มที่ แม้ยังไม่สามารถยืนยันผลการผ่านการพิจารณาของสภาได้ แต่ถือเป็นกฎหมายสำคัญต่ออนาคตการศึกษานอกระบบและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ

ข้อสอบ

ข้อ 1

สาระสำคัญที่สุดของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ในระยะนี้คือข้อใด

ก. การเร่งรัดให้ผ่านสภาโดยเร็ว
ข. การรับฟังและรวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วน
ค. การปรับโครงสร้าง กศน. ใหม่
ง. การกำหนดกรอบเวลาการบังคับใช้กฎหมาย

 

ข้อ 2

เหตุผลสำคัญที่ยังไม่กำหนดกรอบเวลาการพิจารณากฎหมายคือข้อใด

ก. ขาดข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการ
ข. รอท่าทีจากสภาผู้แทนราษฎร
ค. ต้องการความรอบคอบและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ง. ปัญหาด้านงบประมาณของ กศน.

 

ข้อ 3

บทบาทของ กศน. ตามร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด

ก. การศึกษาภาคบังคับ
ข. การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน
ค. การศึกษาสายสามัญ
ง. การพัฒนาวิทยฐานะครู

 

ข้อ 4

หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษานอกระบบ การเตรียมความพร้อมที่สอดคล้องกับทิศทางร่างกฎหมายมากที่สุดคือข้อใด

ก. ปรับหลักสูตรให้เหมือนการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. รอความชัดเจนของกฎหมายก่อนดำเนินการ
ค. พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชุมชน
ง. ลดบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

 

ข้อ 5

จากบทความ ข้อใดสะท้อน “ความท้าทายเชิงนโยบาย” ของร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ได้ชัดเจนที่สุด

ก. การขาดแคลนครูผู้สอน
ข. ความไม่แน่นอนในการผ่านความเห็นชอบของสภา
ค. การซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ง. การต่อต้านจากสถานศึกษาในระบบ

 

ข้อ 6

เหตุผลเชิงนโยบายที่ “ยังไม่ลงลึกรายมาตรา” ในช่วงนี้ สะท้อนหลักการใดของการจัดทำนโยบายสาธารณะมากที่สุด

ก. หลักความคุ้มค่าเชิงงบประมาณ
ข. หลักการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ค. หลักความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมาย
ง. หลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

 

ข้อ 7

หากร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ถูกเร่งประกาศใช้โดยขาดการรับฟังภาคสนาม ความเสี่ยงเชิงระบบที่รุนแรงที่สุดคือข้อใด

ก. การขาดงบประมาณรองรับการดำเนินงาน
ข. การซ้ำซ้อนกับกฎหมายการศึกษาเดิม
ค. การไม่สามารถนำกฎหมายไปปฏิบัติได้จริง
ง. การต่อต้านจากฝ่ายการเมือง

 

ข้อ 8

บทบาทของ กศน. ตามบทความ สะท้อนสถานะใดมากที่สุดในเชิงโครงสร้างระบบการศึกษา

ก. หน่วยปฏิบัติการตามนโยบายส่วนกลาง
ข. หน่วยบริการการศึกษานอกระบบ
ค. กลไกเชื่อมโยงนโยบายกับบริบทประชาชน
ง. หน่วยงานสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

ข้อ 9

หากท่านเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษานอกระบบ การตัดสินใจใด “เชิงรุก” และสอดคล้องเจตนารมณ์ร่างกฎหมายมากที่สุด

ก. ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นและหลากหลายตามบริบทผู้เรียน
ข. รอความชัดเจนของกฎหมายก่อนปรับการดำเนินงาน
ค. ยึดหลักสูตรเดิมเพื่อความปลอดภัยทางกฎหมาย
ง. ลดบทบาทภาคีเครือข่ายเพื่อลดความซับซ้อน

 

ข้อ 10

ข้อใดคือ “โจทย์ท้าทายเชิงนโยบายระยะยาว” ที่ซ่อนอยู่ในบทความนี้มากที่สุด

ก. การพัฒนาบุคลากร กศน.
ข. การผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา
ค. การทำให้กฎหมายส่งเสริมการเรียนรู้ไม่เป็นเพียงกฎหมายเชิงสัญลักษณ์
ง. การจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษานอกระบบ

 

 

ข้อสอบ Case-based 

สถานการณ์ที่ 1 “ร่างกฎหมายที่ยังไม่เสร็จ แต่พื้นที่ต้องเดินต่อ”

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในสังกัด กศน. แห่งหนึ่ง ให้บริการแรงงานนอกระบบและผู้สูงอายุเป็นหลัก ขณะนี้ครูและบุคลากรเกิดความกังวลว่า หากร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ยังไม่ผ่านสภา โรงเรียนควร “รอความชัดเจน” หรือ “ปรับรูปแบบการเรียนรู้ล่วงหน้า” เพื่อรองรับเจตนารมณ์กฎหมายใหม่ ผู้อำนวยการต้องตัดสินใจท่ามกลางความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย

ข้อ 11

การตัดสินใจใดสะท้อน “ภาวะผู้นำเชิงนโยบาย” มากที่สุด

ก. ชะลอทุกกิจกรรมจนกว่ากฎหมายมีผลบังคับใช้
ข. เดินหน้าปรับรูปแบบการเรียนรู้โดยยึดความต้องการผู้เรียนเป็นฐาน
ค. ปรับเฉพาะเอกสารให้สอดคล้องถ้อยคำในร่างกฎหมาย
ง. ขอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนทุกกรณี

 

ข้อ 12
ความเสี่ยงเชิงระบบที่ผู้บริหารควรคำนึงถึง หาก “รอแต่กฎหมาย” คือข้อใด

ก. บุคลากรขาดความมั่นคง
ข. ผู้เรียนหลุดออกจากระบบการเรียนรู้
ค. งบประมาณไม่เพียงพอ
ง. การตรวจสอบจากหน่วยงานต้นสังกัด

 

ข้อ 13
ข้อใดสะท้อนการใช้ร่างกฎหมายเป็น “กรอบเชิงทิศทาง” ได้เหมาะสมที่สุด

ก. ใช้ร่างกฎหมายเป็นคำสั่งบังคับ
ข. ใช้ร่างกฎหมายเป็นข้อจำกัดการดำเนินงาน
ค. ใช้ร่างกฎหมายเป็นหลักคิดในการออกแบบการเรียนรู้
ง. ใช้ร่างกฎหมายแทนแผนพัฒนาสถานศึกษา

 

สถานการณ์ที่ 2 “เสียงประชาชนกับการออกแบบการเรียนรู้”

คณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดหนึ่ง พบว่าผู้เรียนต้องการทักษะอาชีพเฉพาะพื้นที่ แต่หลักสูตรเดิมของศูนย์การเรียนรู้ยังเป็นแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผู้อำนวยการต้องตัดสินใจว่าจะปรับอย่างไรให้สอดคล้องร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้

 

ข้อ 14
การดำเนินการใดสอดคล้องหลักการ “การมีส่วนร่วม” ตามบทความมากที่สุด

ก. ยึดหลักสูตรเดิมเพื่อความเท่าเทียม
ข. ออกแบบหลักสูตรร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย
ค. รอแนวทางจากส่วนกลาง
ง. ใช้หลักสูตรอาชีวศึกษาทดแทน

 

ข้อ 15
หากผู้อำนวยการไม่ปรับหลักสูตรตามบริบท ผลกระทบใดจะเกิดขึ้นมากที่สุด

ก. ครูทำงานยากขึ้น
ข. การประเมินคุณภาพไม่ผ่าน
ค. กฎหมายไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงจริง
ง. งบประมาณลดลง

 

ข้อ 16
บทบาทของ กศน. ในสถานการณ์นี้ควรถูกมองอย่างไร

ก. หน่วยงานผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง
ข. หน่วยงานถ่ายทอดหลักสูตรกลาง
ค. กลไกเชื่อมโยงนโยบายกับความต้องการประชาชน
ง. หน่วยงานสนับสนุนการศึกษาภาคบังคับ

 

สถานการณ์ที่ 3 “กฎหมายผ่าน แต่คนยังไม่พร้อม”

สมมติว่าร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว แต่ครู กศน. บางส่วนยังใช้วิธีจัดการเรียนรู้แบบเดิม ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง เนื่องจากกลัวความเสี่ยงและความรับผิด ผู้อำนวยการต้องขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านโดยไม่สร้างแรงต้านรุนแรง

 

ข้อ 17
บทบาทผู้นำที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นี้คือข้อใด

ก. ผู้นำเชิงอำนาจ
ข. ผู้นำเชิงกฎระเบียบ
ค. ผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)
ง. ผู้นำเชิงควบคุม

 

ข้อ 18
มาตรการใดช่วยให้ครู “กล้าใช้กฎหมาย” มากที่สุด

ก. ออกคำสั่งบังคับใช้ทันที
ข. จัดอบรมและสร้างพื้นที่ทดลองโดยไม่ลงโทษ
ค. เพิ่มการตรวจสอบเอกสาร
ง. ใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณเป็นหลัก

 

ข้อ 19
ตัวชี้วัดใดสะท้อนความสำเร็จของการนำนโยบายสู่การปฏิบัติได้ลึกที่สุด

ก. จำนวนกิจกรรมที่จัด
ข. จำนวนผู้เข้าเรียน
ค. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนรู้ตามบริบทผู้เรียน
ง. ความพึงพอใจของผู้บริหาร

 

ข้อ 20
สาระสำคัญที่สุดที่ข้อสอบชุดนี้ต้องการวัดคือข้อใด

ก. ความรู้ด้านกฎหมาย
ข. ความเข้าใจบทบาท กศน.
ค. ความสามารถเชื่อมนโยบาย–กฎหมาย–การปฏิบัติจริง
ง. ความจำเนื้อหาข่าว

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม