ผู้บริหารการศึกษาหรือ ผู้นำในยุค VUCA World
โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว และแรงสลับซับซ้อน ถ้าหากผู้นำไม่เข้าใจโลกแห่งเปลี่ยนแปลง จะถูก Disruptions อย่างแรง จะเห็นได้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสังคม และองค์กร ห้างร้าน ธุรกิจต่างๆ แม้แต่การศึกษาก็ไม่เว้น เมื่อถูก Disruptions ยากที่จะกู้ฟื้นคืนชีพโดยเร็ว
ในด้านการศึกษา ผู้นำการศึกษายุค VUCA World : ซึ่งมีลักษณะสำคัญ คือ
1.Volatility ความผันผวน
2.Uncertainty ความไม่แน่อน
3.Complexity ความสลับซับซ้อน
4.Ambiguity ความคลุมเครือ
เมื่อโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยุค VIUCA World ผู้นำ หรือผู้บริหารการศึกษา ต้องพัฒนาการศึกษาย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างโอกาสการเติบโตทางการศึกษา
1.โอกาสทางการศึกษา ให้ทุกคนมีโอกาสได้รับ ได้เรียน เข้าถึงทางการศึกษาเป็นอันดับแรก ทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่มทุกอาชีพ ทุกระดับการศึกษา
ยกตัวอย่างง่ายๆ ในสถานการณ์ COVID-19 ผู้เรียนต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นคน คนรวย ในเมืองชนบท และต้องมองโอกาสในการจัดการศึกษา ในอนาคตทุกคนต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในหลายๆ รูปแบบ ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคน พัฒนาสังคม และประเทศชาติ
2.ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การจัดการศึกษาในทุกระดับ ปัจจุบันนี้มีความแตกต่างกันมาก ทั้งในด้านกายภาพจิตภาพ สังคมภาพ และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ด้วยสภาพที่สังคมแตกต่างกัน ทั้งสังคมเมือง สังคมชนบท การบริหารจัดการศึกทั้งภาครัฐ และเอกชน แม้แต่ช่องว่างของคนรวย คนจน สังคม วัฒนธรรม ก็ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เห็นได้ชัดในเรื่องของความเหลื่อมล้ำเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก โรงเรียนรัฐ และโรงเรียนเอกชน โรงเรียนสาธิต
ขณะเดียวกันในระดับอุดมศึกษา ก็มีความเหลื่อมล้ำกัน ทั้งกลุ่มราชภัฏ ราขมงคล มหาวิทยาลัยนอกระบบ และมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก และค่าใช้จ่ายของนักศึกษาที่ใช้ในการศึกษาก็แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณวิกฤต เช่น COVID-19 จึงต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ และกระจายอำนาจการจัดการศึกษาให้ผู้นำ หรือผู้บริหาร หรือองค์กร สังคม ชุมนุมมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนในการจัดการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
3.สร้างโอกาสการเติบโตทางการศึกษา เมื่อทุกคนมีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษา ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะทำให้การเจริญเติบโตทางการศึกษาตามมา เศรษฐกิจ สังคมก้าวหน้า ประเทศชาติก้าวสู่ความยั่งยืน ไม่ว่าสถานการณ์จะวิกฤต หรือไม่วิกฤต ยิ่งในสถานการณ์วิกฤต เป็นโอกาสในการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน
จะเห็นว่าผู้นำ หรือผู้บริหารการศึกษานั้น ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รุดหน้ามิยั้ง และต้องมองโลกอย่างทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกยุค VUCA World
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564
สรุปสาระสำคัญ
โลกปัจจุบันเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง และซับซ้อน หากผู้นำไม่เข้าใจบริบทดังกล่าว องค์กรมีโอกาสถูก Disruption จนฟื้นตัวได้ยาก โดยเฉพาะในภาคการศึกษา ซึ่งต้องเผชิญกับโลกยุค VUCA ได้แก่ ความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) ผู้นำทางการศึกษาจึงต้องมีวิสัยทัศน์และความสามารถในการปรับตัว เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาอย่างมีเป้าหมาย
ประเด็นสำคัญคือ (1) การสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในระบบหรือนอกระบบ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต เช่น COVID-19 (2) การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเกิดจากความแตกต่างด้านเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากร ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา จำเป็นต้องกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม (3) การสร้างการเติบโตทางการศึกษา เมื่อโอกาสเพิ่มและความเหลื่อมล้ำลดลง จะนำไปสู่การพัฒนาคน สังคม และประเทศอย่างยั่งยืน
ดังนั้น ผู้นำการศึกษาต้องรู้เท่าทันโลก มีความยืดหยุ่น และบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสและขับเคลื่อนการศึกษาให้ตอบโจทย์อนาคต
ข้อสอบ
ข้อ 1 แนวคิด VUCA เน้นให้ผู้นำตระหนักเรื่องใดมากที่สุด
ก. ความมั่นคงของระบบ
ข. ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน
ค. การควบคุมองค์กร
ง. การรักษาประเพณี
เฉลย: ข
เหตุผล: VUCA เน้นความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ข้อ 2 หากผู้นำไม่เข้าใจ Disruption จะเกิดผลอย่างไร
ก. องค์กรเติบโตเร็ว
ข. องค์กรแข่งขันได้ดี
ค. องค์กรฟื้นตัวได้ยาก
ง. องค์กรมีเสถียรภาพ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความชี้ว่าเมื่อถูก Disruption จะฟื้นตัวได้ยาก
ข้อ 3 ข้อใดสะท้อน “โอกาสทางการศึกษา” ได้ดีที่สุด
ก. จำกัดผู้เรียนเฉพาะกลุ่มเก่ง
ข. เปิดโอกาสทุกคนเข้าถึงการศึกษา
ค. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. ลดจำนวนผู้เรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเข้าถึงของทุกกลุ่ม
ข้อ 4 ตัวอย่างในช่วง COVID-19 สะท้อนประเด็นใด
ก. การลดงบประมาณ
ข. การเพิ่มหลักสูตร
ค. การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
ง. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นให้ทุกคนเรียนได้แม้ในวิกฤต
ข้อ 5 สาเหตุสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คือข้อใด
ก. จำนวนครูมากเกินไป
ข. ความแตกต่างทางสังคมและเศรษฐกิจ
ค. การใช้เทคโนโลยี
ง. หลักสูตรยากเกินไป
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ถึงปัจจัยสังคม เศรษฐกิจ
ข้อ 6 แนวทางลดความเหลื่อมล้ำที่สำคัญคือข้อใด
ก. รวมศูนย์อำนาจ
ข. เพิ่มค่าเล่าเรียน
ค. กระจายอำนาจและมีส่วนร่วม
ง. ลดจำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: การมีส่วนร่วมช่วยลดช่องว่าง
ข้อ 7 หากเพิ่มโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ จะส่งผลอย่างไร
ก. ระบบหยุดนิ่ง
ข. เกิดความขัดแย้ง
ค. การเติบโตทางการศึกษา
ง. ลดคุณภาพการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ข้อ 8 ผู้นำการศึกษาควรมีลักษณะใดในยุค VUCA
ก. ยึดรูปแบบเดิม
ข. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลง
ค. ปรับตัวและคิดเชิงกลยุทธ์
ง. เน้นคำสั่งอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องยืดหยุ่นและมองอนาคต
ข้อ 9 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ระยะยาวของการจัดการศึกษาที่ดี
ก. ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม
ข. สังคมหยุดพัฒนา
ค. ประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน
ง. ลดจำนวนประชากร
เฉลย: ค
เหตุผล: การศึกษาที่ดีนำสู่ความยั่งยืน
ข้อ 10 แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความคือข้อใด
ก. การแข่งขันทางเศรษฐกิจ
ข. การรักษาระบบเดิม
ค. การปรับตัวของผู้นำต่อโลกเปลี่ยนแปลง
ง. การเพิ่มจำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: แก่นหลักคือผู้นำต้องทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง
ความเห็นของผู้ชม