
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการเดินทางมาร่วมประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก ครั้งที่ 41 ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส Mr. Andreas Schleicher ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและทักษะ องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and Development : OECD ) ได้เข้าพบตนเพื่อหารือถึงความร่วมมือระหว่างองค์การ OECD กับประเทศไทย โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัคราชทูต ณ กรุงปารีส นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ กรรมการในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก และนายปราโมทย์ ด้วงอิ่ม รองผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก ร่วมหารือด้วย
“ ในโอกาสนี้ดิฉันได้ของคุณ Mr. Andreas Schleicher ที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านการวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนไทยด้วยดีมาโดยตลอด สำหรับการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธิการไทย เป็นการดำเนินการที่มุ่งหวังในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นหลัก และการปรับหลักสูตรครั้งนี้ ได้ดำเนินการทั้งระบบ รวมทั้งการวัดผลประเมินผลด้วยเช่นกัน โดยได้ดำเนินการในโรงเรียนนำร่องกว่า 300 โรง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในด้านหลักสูตรทางการศึกษาที่ตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งจะนำไปสู่แผนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ต่อไป” รมว.ศธ.กล่าวและว่า ทั้งนี้ประเทศไทยยินดีที่จะพัฒนาความร่วมมือกับ OECD โดย Mr. Andreas Schleicher ยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทย และจะหาภาคีเครือข่าย ตลอดจนยินดีนำประเด็นหารือครั้งนี้ ไปหารือยูนิเซฟและพัฒนาโครงการนำเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาต่อไป”น.ส.ตรีนุช กล่าว
ด้าน Mr. Andreas Schleicher กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย เป็นรองประธานในคณะกรรมการบริหารโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programmed for International Student Assessment : PISA) และมีความร่วมมือเป็นอย่างดีกับ OECD มาโดยตลอด ทั้งนี้ OECD ขอแสดงความชื่นชมประเทศไทยที่กำลังดำเนินการปฏิรูปหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่ง OECD ยินดีที่จะสนับสนุนประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะการวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาผลทดสอบ PISA ของนักเรียนไทย นอกจากนี้ในปี 2565 หากประเทศไทยจะพิจารณารับเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ PISA อาจจะเป็นโอกาสดี ที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนไทยมีระดับคะแนน PISA ที่ดีขึ้น
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564
สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยได้เข้าร่วมการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก ครั้งที่ 41 ณ กรุงปารีส และได้หารือกับผู้อำนวยการด้านการศึกษาและทักษะของ OECD เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับ OECD โดยเฉพาะการสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธิการไทย ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการจัดการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล
การปรับหลักสูตรดังกล่าวมีการดำเนินการในโรงเรียนนำร่องกว่า 300 โรงเรียน ถือเป็นจุดเริ่มต้นเชิงรูปธรรมของการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความถนัดและความสนใจของผู้เรียนรายบุคคล และนำไปสู่การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
OECD แสดงความชื่นชมประเทศไทยที่ปฏิรูปหลักสูตรสู่ฐานสมรรถนะ และพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะด้านการวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ซึ่งจะช่วยพัฒนาผลการประเมิน PISA ของนักเรียนไทย ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญในเวทีนานาชาติในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ PISA และมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในอนาคต อันจะเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านการศึกษา
ข้อสอบ
สาระสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยกับ OECD ในบทความนี้คือข้อใด
ก. การพัฒนาหลักสูตรใหม่แทนหลักสูตรแกนกลาง
ข. การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะและการวัดผล
ค. การเพิ่มจำนวนโรงเรียนเอกชนในระบบ
ง. การเปลี่ยนระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
การดำเนินการ “ทั้งระบบ” ในการปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ หมายถึงข้อใดมากที่สุด
ก. เปลี่ยนเฉพาะเนื้อหารายวิชา
ข. เปลี่ยนเฉพาะวิธีสอนของครู
ค. ปรับทั้งหลักสูตร การเรียนรู้ และการประเมินผล
ง. ปรับเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่
บทบาทของโรงเรียนนำร่องกว่า 300 โรงเรียน สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การทดลองเชิงนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป
ข. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. การกระจายอำนาจด้านงบประมาณ
ง. การลดบทบาทครูผู้สอน
เหตุผลสำคัญที่ OECD ให้ความสำคัญกับการวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนไทยคือข้อใด
ก. เพื่อจัดอันดับโรงเรียน
ข. เพื่อเชื่อมโยงกับการประเมิน PISA
ค. เพื่อควบคุมหลักสูตรของประเทศสมาชิก
ง. เพื่อใช้แทนการสอบระดับชาติ
ในมุมมองผู้บริหารสถานศึกษา การนำสาระจากบทความไปใช้ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. การเร่งสอนเพื่อเพิ่มคะแนนสอบ
ข. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนและสมรรถนะควบคู่การประเมิน
ค. การเพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลัก
ง. การใช้ข้อสอบมาตรฐานเป็นหลัก
สาระเชิงนโยบายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความร่วมมือระหว่าง ศธ.ไทย กับ OECD มากที่สุดคือข้อใด
ก. การยกระดับภาพลักษณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก
ข. การใช้ PISA เป็นเครื่องมือควบคุมคุณภาพโรงเรียน
ค. การเชื่อมโยงการปฏิรูปการเรียนรู้กับมาตรฐานสากลอย่างเป็นระบบ
ง. การเพิ่มแรงกดดันต่อครูและผู้บริหารสถานศึกษา
หากมองจากมุมผู้บริหารระดับสูง การนำร่องหลักสูตรฐานสมรรถนะกว่า 300 โรงเรียน สะท้อนแนวคิดการบริหารการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใด
ก. การสั่งการจากส่วนกลางแบบเบ็ดเสร็จ
ข. การทดลองเชิงระบบก่อนขยายผล (Pilot-driven reform)
ค. การแข่งขันระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา
ง. การลดบทบาทส่วนกลางและเพิ่มอำนาจโรงเรียน
เหตุใด OECD จึงให้ความสำคัญกับ “การวัดผลสัมฤทธิ์” ควบคู่กับหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ก. เพื่อเปรียบเทียบประเทศสมาชิก
ข. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือจัดสรรงบประมาณ
ค. เพื่อให้การเรียนรู้เชิงสมรรถนะสามารถสะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์
ง. เพื่อทดแทนการประเมินภายในของโรงเรียน
ข้อใดเป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” หากสถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้โดยไม่เข้าใจสาระจากบทความนี้อย่างแท้จริง
ก. ครูทำงานหนักขึ้น
ข. หลักสูตรขาดความเป็นเอกภาพ
ค. Active Learning กลายเป็นเพียงกิจกรรมเชิงรูปแบบ
ง. นักเรียนมีภาระงานมากเกินไป
หากท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการนำร่อง การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับบทความมากที่สุดคือข้อใด
ก. เร่งเพิ่มคะแนนสอบ O-NET
ข. ลงทุนพัฒนาครูด้าน Active Learning และการประเมินสมรรถนะ
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลัก
ง. ใช้แบบเรียนจากต่างประเทศโดยตรง
คลิกเฉลย >>>